เสียงกระซิบจากปล่องลึก
ฝนพรำลงอย่างหนักในค่ำคืนที่กรวินกลับมายืนอยู่หน้าบ้านไม้หลังเก่ากลางสวน เงาของเขาทาบยาวบนพื้นเปียกฝน กรวินกำกุญแจแน่นในมือ เหงื่อเย็นไหลซึมตามฝ่ามือ แม้จะเย็นเฉียบ แต่หัวใจเขากลับเต้นแรงจนแทบระเบิด
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“มึงจะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม?” เสียงของไผ่ เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยที่อาสาขับรถมาส่งถามขึ้นจากท้ายรถ ไผ่ยกกระเป๋าของกรวินลงมา สีหน้าคล้ายไม่อยากเข้าใกล้บ้านหลังนี้นัก
กรวินมองบ้านหลังใหญ่ สีดำเข้มของไม้เก่าและหน้าต่างที่ปิดสนิทให้ความรู้สึกเหมือนสายตาไร้ชีวิตกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่ เขาตัดใจเดินขึ้นบันไดหน้าบ้าน ไผ่ตามมาเงียบๆ เสียงฝีเท้าดังชัดในความเงียบของยามค่ำ
ประตูไม้เปิดออกด้วยเสียงครืดกราว กลิ่นอับชื้นและฝุ่นลอยโชยออกมาตามลม กรวินสูดหายใจลึกพยายามข่มใจให้สงบ ไผ่เดินสำรวจรอบๆ เผลอหยุดมองบ่อน้ำร้างกลางบ้าน มันเป็นปล่องกลมมีฝาปิดไม้เก่าๆ ทับอยู่ เหมือนไม่ได้แตะต้องมานาน
“ของจริง…บ่อน้ำเก่านี่น่ากลัวฉิบ” ไผ่พึมพำ กรวินไม่ตอบ เขาหลบตา หัวใจเหมือนถูกบีบเมื่อเห็นฝาปิดบ่อน้ำ ภาพในอดีตแวบกลับเข้ามา—เสียงร้องของแม่ เสียงกระซิบแปลกประหลาดในคืนฝนตกแบบนี้
กรวินจัดของในห้องนอนเก่าที่แทบไม่เปลี่ยนแปลงเลย เครื่องเรือนเก่าทุกชิ้นยังอยู่ที่เดิม หน้าต่างกรอบไม้บางบานถูกตอกปิด คืนนั้นเขานอนพลิกตัวไปมา เสียงฝนกระทบหลังคา กลบเสียงอื่นจนหมดสิ้น
แต่อยู่ๆ เสียงแผ่วเบาก็แทรกเข้ามา มันเป็นเสียงกระซิบ เหมือนเสียงผู้หญิงที่คุ้นเคยมาก กรวินขยับตัวลุกนั่ง มองออกไปนอกหน้าต่าง—มีเพียงความมืดปกคลุมทั้งสวน
เช้ามืด ไผ่ส่งเสียงเรียกจากลานหน้าบ้าน ใบหน้าซีดเซียว “เมื่อคืน…กูฝันร้ายว่ามีคนเดินวนรอบบ้าน คนเปียกฝนทั้งตัว มองเข้ามาในห้อง…”
กรวินมองหน้าเพื่อนอย่างหวาดระแวง เขาไม่กล้าบอกไผ่ว่าเมื่อคืนนี้เขาเองก็ได้ยินเสียงบางอย่างจริงๆ เสียงนั้นเหมือนเรียกเขาออกไปที่บ่อน้ำร้างกลางบ้าน
สายวันนั้น น้าภา ญาติห่างๆ ที่เคยอยู่ในบ้านหลังนี้สมัยแม่ยังอยู่ เดินทางมาหา กรวินทักทายด้วยความเกรงใจ น้าภามองไปรอบบ้านด้วยแววตากังวล เธอถามถึงบ่อน้ำและกระซิบเสียงเบาว่า “อย่าไปเล่นแถวนั้นนะ หลาน…เสียงมันจะตามมา”
กรวินนิ่งเงียบ ความทรงจำในวัยเด็กที่แม่หายตัวไปในคืนฝนตกผุดขึ้นมา ภาพแม่ยืนอยู่ข้างบ่อน้ำ ร้องเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงสั่นไหว ก่อนทุกอย่างจะเงียบหายไป เหลือเพียงเสียงฝนและเงาในความมืด
ในคืนที่สอง เสียงฝนยังคงตกต่อเนื่อง กรวินนั่งอยู่ในห้องรับแขกกับไผ่ ทั้งคู่แทบไม่พูดคุยกัน ต่างฝ่ายต่างเฝ้ามองประตูบ้านที่เปิดออกสู่ลานที่มีบ่อน้ำ
อยู่ดีๆ เสียงขูดของฝาปิดไม้บ่อน้ำก็ดังขึ้นแผ่วๆ ทั้งสองชะงัก ไผ่เงี่ยหูฟัง พลางกระซิบ “เมื่อกี้…มึงได้ยินไหม” กรวินพยักหน้าช้าๆ
เสียงกระซิบแผ่วเบาดังลอดมาตามสายฝน “กรวิน…ออกมา…” เสียงนั้นเยือกเย็นเกินจะเป็นคน
“กูว่า…เราออกจากที่นี่เถอะ” ไผ่ลุกพรวดด้วยความระแวง กรวินลังเล โยนความคิดไปมาระหว่างความกลัวกับความต้องการรู้ความจริงในอดีต
แต่ความสงสัยเอาชนะ เขาคืนนี้แอบออกจากห้อง เดินไปที่บ่อน้ำ ลมหายใจติดขัดเมื่อแตะมือกับฝาปิดไม้ รอยเปียกชื้นและกลิ่นอับอบโชยมาตามช่องว่าง
เสียงกระซิบดังขึ้นใกล้กว่าเดิม “ช่วยด้วย…กรวิน…”
มือของเขาสั่นระริก กรวินถอนมือออกอย่างตกใจ กลับไปที่ห้องด้วยความกลัวแต่ความสงสัยก็ลุกลามต่อเนื่อง
รุ่งเช้า ไผ่พูดขึ้นกลางโต๊ะอาหารด้วยเสียงเบา “เมื่อคืน…กูฝันอีกแล้ว คราวนี้ได้ยินเสียงเหมือนแม่มึงเรียกชื่อกูแทน…”
กรวินนิ่งงัน ความกลัวแผ่ซ่าน ไผ่หลบตาเหมือนมีบางอย่างปิดบัง
น้าภาเดินเข้ามาอย่างเงียบๆ ในมือถือรอยพระเครื่องเก่า ๆ พลางเอ่ยว่า “อย่าไปใกล้บ่อน้ำนะหลาน มันไม่ใช่ของคนแล้ว”
ตกกลางคืน บ้านทั้งหลังกดดันด้วยความเงียบ เสียงกระซิบดังวนเวียนรอบบ่อน้ำมากขึ้นเรื่อยๆ กรวินนอนขดตัวในห้อง ไผ่ยืนเฝ้ามองหน้าต่างอย่างหวาดกลัว
เสียงฝีเท้าดังอยู่หน้าห้อง เสียงขูดผนังเบาๆ แล้วทุกอย่างก็เงียบลงชั่วขณะ ก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้ากลับลงไปที่บ่อน้ำ
เช้าวันต่อมา กรวินตัดสินใจค้นหาเอกสารเก่าในห้องเก็บของ เขาพบรอยเปื้อนน้ำฝนบนกระดาษจดหมายของแม่ ท่ามกลางข้อความที่เขียนค้าง มีประโยคหนึ่งที่อ่านได้ว่า “ถ้ามีเสียงกระซิบ…อย่าตอบกลับเด็ดขาด…”
กรวินนั่งนิ่ง หยาดน้ำตาไหลลงมาโดยไม่รู้ตัว ไผ่นั่งข้างๆ พูดเสียงแผ่ว “ถ้ามันเป็นเสียงของแม่จริงๆ…มึงจะทำไง”
กรวินส่ายหน้า สับสนระหว่างความหวังและความกลัว
คืนต่อมา เสียงกระซิบกลายเป็นเสียงร้องไห้จากบ่อน้ำ ฝาปิดไม้สะเทือนเบาๆ ไผ่ตัดสินใจล็อกประตูห้องแน่น กรวินกลับรู้สึกว่าต้องออกไปดูให้เห็นกับตา
เขาเดินไปที่บ่อน้ำ กลั้นใจเปิดฝาปิดออกครึ่งหนึ่ง กลิ่นอับจางๆ และความมืดสนิทตลบอบอวล ข้างในมีเพียงความว่างเปล่าและเสียงน้ำหยดลงในบ่อ
ทันใดนั้น เสียงกระซิบก็ดังขึ้นในหัว “ช่วยแม่ด้วย…”
กรวินก้าวถอยหลังอย่างตกใจ ปิดฝาอย่างเร็ว มือเย็นเฉียบ
วันถัดมา น้าภาบอกเล่าอดีตว่า แม่ของกรวินมีพฤติกรรมแปลกหลังจากพ่อเสียชีวิต เธอพูดคุยกับบ่อน้ำร้างทุกคืน และในคืนนั้น…เธอก็หายตัวไปไม่มีใครพบศพ ทุกคนเชื่อว่าเธอพลัดตกลงไปแต่หาศพไม่เจอ
กรวินกัดฟัน เงียบไปนานก่อนจะเอ่ยว่า “ถ้าแม่ยังอยู่ในนั้น…ผมควรทำอะไร”
น้าภามองเขา เงียบ ก่อนจะพูดเบา ๆ “อย่าตอบกลับเสียงกระซิบนั้น ไม่งั้นมันจะออกมาตามหา…”
คืนนั้นทั้งบ้านปกคลุมด้วยความเงียบงัน เสียงกระซิบหยุดชะงัก กลายเป็นเสียงร้องไห้ครวญครางแทน กรวินนอนไม่หลับ ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินไปมานอกห้อง เสียงเหมือนใครลากอะไรหนักๆ ผ่านหน้าต่าง
จู่ ๆ เสียงฝาปิดไม้ของบ่อน้ำถูกผลักอย่างแรง กรวินกับไผ่รีบวิ่งออกมาดู ในความมืด พวกเขาเห็นฝาปิดไม้ขยับไปมา รอยเปียกแฉะลากยาวจากบ่อน้ำไปถึงบันไดบ้าน
ไผ่เริ่มสติแตก “กูไม่อยู่แล้ว มึงจะอยู่ก็อยู่ไปคนเดียว!” เขาคว้ากระเป๋าเตรียมออกจากบ้าน กรวินพยายามห้ามแต่ไผ่ไม่ฟัง
ขณะที่ไผ่เดินผ่านบ่อน้ำ เสียงกระซิบเรียกชื่อเขาดังขึ้น ไผ่ชะงัก เสียงนั้นเย็นเยียบจนแทบหยุดหายใจ กรวินยืนตัวแข็ง มองไผ่ที่ยืนนิ่งเหมือนถูกสะกด
ทันใดนั้น ไผ่ร้องลั่น ถอยหลังล้มลง กรวินวิ่งเข้าไปคว้ามือเพื่อน ฝาปิดไม้ของบ่อน้ำหล่นลงมาปิดเสียงสนั่น
เงียบ…ก่อนเสียงน้ำหยดจะกลับมาอีกครั้ง
รุ่งเช้า ไผ่ฟื้นขึ้นมาในห้องน้ำตาซึม เขากอดหมอนแน่น ไม่พูดอะไรอีกเลย
กรวินใช้เวลาทั้งวันคิดหาทางช่วยแม่ เขาเริ่มสังเกตว่าเสียงกระซิบจะดังขึ้นเฉพาะคืนฝนตก และมักจะเรียกชื่อเขาหรือคนที่อยู่ใกล้บ่อน้ำเท่านั้น
คืนวันสุดท้าย ฝนตกหนักกว่าทุกคืนที่ผ่านมา กรวินยืนอยู่หน้าเตาผิง มองไปทางบ่อน้ำด้วยสายตาแน่วแน่ เขาตัดสินใจว่าจะต้องเผชิญกับความกลัวเพื่อคลี่คลายปริศนา
เขาเดินออกไปกลางลาน ฝนโปรยปรายเย็นเฉียบ เสียงร้องไห้และเสียงกระซิบดังชัดเจนขึ้นทุกย่างก้าว
กรวินยืนต่อหน้าบ่อน้ำ เสียงนั้นดังขึ้นในหัว “ช่วยแม่…ช่วยแม่…เจ็บ…”
เขานั่งลงข้างบ่อน้ำ หลับตา สูดหายใจลึก เอ่ยเสียงเบาว่า “แม่อยู่ที่นี่ใช่ไหม แม่ต้องการอะไร”
เสียงเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาอีกครั้ง “อย่าทิ้งแม่…อย่าทิ้งแม่ไว้ในนี้…”
น้ำตาของกรวินไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว เขาคำรามในลำคอ “แม่…ผมขอโทษ…แต่ผมช่วยแม่ไม่ได้…”
ทันใดนั้น กลิ่นอับชื้นในอากาศจางหายไป บ่อน้ำกลับมาเงียบสงบ ฝนหยุดตกอย่างกะทันหัน
เช้าวันถัดมา บรรยากาศในบ้านเปลี่ยนไป ไม่เหลือเสียงกระซิบหรือเสียงร้องอีกต่อไป ไผ่ยังคงหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น เงียบขรึม น้าภามองหน้ากรวินด้วยแววตาเห็นใจ
กรวินมองบ่อน้ำร้างกลางบ้าน ที่ยังคงปิดฝาเงียบสนิท ความรู้สึกผิดและเศร้าสร้อยยังคงหลงเหลืออยู่ในใจ แต่เขารู้ว่าความจริงในอดีตนั้นไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงได้
ขณะที่เขาเดินออกจากบ้าน หันหลังมองบ่อน้ำเป็นครั้งสุดท้าย เสียงกระซิบแผ่วเบาก็ยังแว่วมาในสายลม เหมือนเสียงของแม่ที่ยังคงติดอยู่ในปล่องลึกตลอดไป