เสียงกระซิบในบ้านร้าง
เสียงฝนกระหน่ำใส่หลังคาผุ ๆ ของบ้านร้างกลางป่า เสียงหยดน้ำไหลลงมาตามฝาไม้เก่า นัทก้าวเท้าอย่างลังเล มือกำแน่นที่ไฟฉาย อิ๋วเดินตามหลังอย่างระแวดระวัง ปั้นแบกเป้ที่หนักอึ้งข้างหลัง จ๊ะโอ๋ถือกล้องวิดีโอ บันทึกภาพทุกก้าวเดิน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แน่ใจนะว่าต้องเข้ามาตอนนี้เลย?” อิ๋วกระซิบถาม สายตาไม่ละจากเงาดำในห้องโถง
“เราคุยกันแล้วนี่ ห้ามกลับก่อนจะเจอหลักฐานของน้องกู” นัทตอบเสียงแข็ง เสียงในลำคอแฝงแววกลัวแต่ปิดไว้ด้วยทิฐิ
“มันสิบปีมาแล้วนะนัท บางที—” ปั้นพูดไม่ทันจบ นัทส่ายหน้า ดวงตาแดงก่ำเหมือนอดกลั้นน้ำตา
จ๊ะโอ๋สบตากับนัทผ่านกล้อง วางมือบนไหล่ “เราอยู่ด้วยกันละกัน อย่าทิ้งกันนะ”
เสียงไม้เก่ากรอบแกรบใต้ฝ่าเท้า ทุกก้าวเต็มไปด้วยกลิ่นอับของฝุ่นและความชื้น เสียงลมหายใจแต่ละคนดังชัดในความเงียบ
“ทำไมบ้านนี้มันเหมือนใหญ่กว่าที่คิดวะ?” ปั้นมองเพดานสูง ผนังลอกสีเห็นรอยขีดเขียนจาง ๆ เหมือนเด็กเคยเล่นตรงนี้
นัทหยุดมอง เงาสะท้อนในกระจกเก่าเหมือนเห็นเงาเด็กตัวเล็ก ๆ ยืนอยู่ข้างหลัง แต่พริบตาเดียวก็หายไป นัทขยี้ตา หายใจแรง
อิ๋วเดินไปยืนข้างหน้าต่าง เงียบไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยขึ้นเบา ๆ “รู้สึกเหมือนมีใครมองอยู่…”
เสียงกระซิบแผ่วลอยมาตามลม ทุกคนชะงัก อิ๋วหันขวับไปมองนัท “เมื่อกี้…ได้ยินไหม?”
นัทพยักหน้าช้า ๆ ความกลัวซึมลึกในแววตา ปั้นพยายามหัวเราะกลบเกลื่อน “ลมมันพัดเสียงผ่านแหละ อย่าคิดมาก”
แต่ในใจ ทุกคนรู้ดีว่าเสียงนั้นไม่ใช่ลมหรือสัตว์
พวกเขาเดินสำรวจต่อไป ห้องถัดไปมีรูปถ่ายครอบครัวใบเก่าแขวนเอียง ๆ ใต้กรอบไม้ มีรอยขีดข่วนเล็ก ๆ เป็นแนวเหมือนเด็กเขียนเล่น จ๊ะโอ๋ซูมกล้องเข้าไปใกล้ ใต้กรอบมีอักษรลายมือเด็กสลักไว้ว่า “อย่าออกไปตอนกลางคืน”
ปั้นหยุดอ่าน พลันมีเสียงเคาะประตูดังมาจากชั้นบน ทุกคนสะดุ้งเงยหน้า
“มีใครอยู่ข้างบนหรือเปล่า?” นัทตะโกนถาม เสียงก้องไปในความว่างเปล่า ไม่มีคำตอบ มีแต่เสียงฝนกับลมหวีดแทรก
อิ๋วเดินขึ้นบันไดก่อน เหงื่อซึมเต็มฝ่ามือ มือข้างหนึ่งจับราวแน่น “มันเหมือนบันไดจะพังเลยนะ…”
จ๊ะโอ๋เงยกล้องขึ้นตาม ทุกคนก้าวขึ้นทีละขั้น เสียงไม้ดังเอี๊ยดอ๊าด คล้ายจะหักได้ทุกเมื่อ
เมื่อถึงชั้นบน พวกเขาพบห้องหนึ่งที่ประตูปิดสนิท ข้างประตูมีรอยเลือดแห้งจาง ๆ เป็นทางลากยาวเข้าห้อง นัทเอื้อมมือไปแตะ มือเย็นเฉียบเหมือนน้ำแข็ง “นี่มัน…”
“อาจเป็นสี นานแล้ว…” ปั้นพยายามมองโลกแง่ดี จ๊ะโอ๋ถ่ายกล้องซูมใกล้ อิ๋วเบือนหน้าหนี
ขณะที่นัทบิดลูกบิดประตู เสียงกระซิบกลับมาอีกครั้ง คราวนี้ใกล้กว่าทุกครั้ง “อย่า…เข้ามา…อย่า…”
จ๊ะโอ๋หันขวับไปมองด้านหลัง “มีใครพูดหรือเปล่า?”
ทุกคนส่ายหน้า เงียบงันและหวาดระแวง
นัทตัดสินใจดันประตูเข้าไป ห้องมืดสนิท มีเพียงแสงไฟฉายส่องเห็นเตียงเก่า ๆ ตู้เสื้อผ้า และกล่องของเล่นไม้เก่า ๆ วางอยู่มุมห้อง
ปั้นเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า ข้างในว่างเปล่าแต่กลับมีเสียงกระซิบแผ่ว ๆ ดังขึ้นอีกครั้งรอบ ๆ ตัว “ออกไป…ออกไป…”
นัทมองกล่องของเล่น ลังเลก่อนเปิดออกข้างในมีตุ๊กตาผ้าเก่า ๆ หน้าตาขาดรุ่งริ่ง และเศษรูปถ่ายเด็กชายกับครอบครัว มีขาดแหว่งส่วนใบหน้า
“นี่น่าจะเป็นน้องกู…” นัทพูดเสียงสั่น น้ำตาซึมเบ้าตา
ทันใดนั้นไฟฉายดับ ทุกอย่างมืดสนิท เสียงฝนข้างนอกเงียบลงอย่างผิดปกติ
“ไฟฉายใครยังติดบ้าง?” จ๊ะโอ๋เสียงสั่น
“ของกูดับ…” อิ๋วตอบ
ปั้นควานหาไฟแช็กในเป้ จุดไฟขึ้นมาแสงสลัวนวลเห็นเงาลาง ๆ ของเด็กชายยืนอยู่ข้างเตียง เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหายไป
จ๊ะโอ๋กลืนน้ำลาย “มึง…เห็นไหม?”
“กูเห็น…” นัทเสียงแผ่ว
ทุกคนเงียบงัน สายตาสอดส่าย ไฟแช็กดับอีกครั้ง บ้านทั้งหลังกลืนกินพวกเขาเข้าสู่ความเงียบเย็นยะเยือก
เสียงฝีเท้าเบาบางดังขึ้นจากชั้นล่าง เหมือนใครเดินวนไปมา ทุกคนขยับเข้ามาหากันใกล้ขึ้น
“เรา…ออกไปก่อนได้ไหม?” อิ๋วถามเสียงสั่น
นัทส่ายหน้า “ยัง…เราต้องรู้ให้ได้ว่าน้องกูโดนอะไร”
จ๊ะโอ๋หลุบตา อาการลังเลชัดเจนในน้ำเสียง “แต่…ถ้ายังอยู่จะเกิดอะไรขึ้นกับเรา?”
ปั้นกลืนน้ำลาย “ถ้า…มันไม่อยากให้เราอยู่ล่ะ?”
เสียงหัวเราะแผ่ว ๆ ลอยมาตามลม เหมือนเด็กกำลังเล่นสนุกในอีกห้องหนึ่ง ทุกคนเหลียวมองหน้ากันอย่างหวาดหวั่น
พวกเขาค่อย ๆ ออกจากห้อง เดินตามเสียงหัวเราะไปที่ห้องเล่นใต้หลังคา กลิ่นเหม็นอับแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในห้องนั้นมีของเล่นเก่า ๆ กระจัดกระจาย กลางห้องมีเก้าอี้ไม้เล็ก ๆ วางอยู่ และบนผนังมีลายมือเด็กเขียนว่า “ถ้าอยากออกไป…ต้องเล่นด้วยกันก่อน”
จ๊ะโอ๋ขมวดคิ้ว “เล่นอะไรกับใคร?”
ทันใดนั้นของเล่นในห้องเริ่มเคลื่อนไหวเอง รถไม้กลิ้งไปมา ลูกบอลกระดอนเบา ๆ ทุกคนถอยหลังชนกำแพง
เสียงกระซิบแว่วมาใกล้ขึ้น “เล่นด้วยกัน…อยู่ด้วยกัน…ตลอดไป…”
นัทก้าวไปกลางห้อง “มึงต้องการอะไร?”
เงาเด็กชายปรากฏตรงหน้า มองจ้องนัทด้วยดวงตาว่างเปล่า เสียงกระซิบแผ่วเบา “กลับบ้าน…พากลับบ้าน…”
จ๊ะโอ๋น้ำตาคลอ “เรา…พาน้องกลับไม่ได้…”
ปั้นส่ายหน้า “เราก็ไม่รู้บ้านเขาอยู่ไหน”
อิ๋วเดินไปข้างหน้า เงยหน้าสบตาเงาเด็กชาย “ถ้าเราช่วย…จะปล่อยเราไปไหม?”
เงานิ่งไป ความเงียบกดดันหนักหน่วงก่อนเสียงกระซิบตอบ “ช่วยตามหาความจริง…”
ไฟฉายของนัทกลับมาติดอีกครั้ง ส่องเห็นช่องในพื้นห้องใต้หลังคา มีบันไดไม้พัง ๆ นำลงไปสู่ห้องใต้ดิน
นัทลังเล มือสั่น “เรา…จะลงไปไหม?”
ปั้นพยักหน้า “ถ้าไม่ไป…เราก็ออกไม่ได้อยู่ดี”
จ๊ะโอ๋มองหน้าทุกคน “ลงไปพร้อมกันนะ”
เสียงกระซิบกลายเป็นเสียงร้องไห้เบา ๆ พวกเขาค่อย ๆ ปีนลงบันไดไม้เก่าที่เอียงตัวร้าวแบบไม่แน่ใจว่าจะรองรับน้ำหนักไหวหรือเปล่า
ข้างล่างเป็นห้องเล็ก ๆ มีข้าวของเด็ก กระเป๋านักเรียน รองเท้า และภาพวาดเด็กแขวนไว้ตามผนัง ทุกภาพมีแต่ใบหน้าของเด็กคนเดียวกัน แต่ในภาพสุดท้ายใบหน้าถูกขีดฆ่าอย่างรุนแรง
นัทเดินไปหยิบสมุดภาพเล่มหนึ่ง เปิดดูข้างใน มีข้อความเขียนว่า “แม่…พากลับบ้านที…หนูกลัว…”
เสียงร้องไห้ดังขึ้นรอบตัว อิ๋วกลัวจนมือสั่น “นี่มัน…อะไร?”
จ๊ะโอ๋เบือนหน้าหนีภาพวาดเหล่านั้น น้ำตาไหลอาบแก้ม “เขาถูกขังอยู่ที่นี่เหรอ?”
ปั้นส่องไฟไปที่มุมห้อง พบประตูเล็ก ๆ ปิดสนิท ข้างประตูมีเศษผ้าขาด ๆ และรองเท้าเด็กคู่หนึ่ง
ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องแหลมดังขึ้น เงาเด็กชายโผล่มาขวางประตู “อย่าออกไป…”
ทุกคนผงะ นัทยืนตัวแข็ง “เราจะช่วย…แต่ขอรู้ความจริงก่อน…”
เสียงกระซิบประสานกันหลายเสียง “แม่…พ่อ…ทำไมทิ้งหนู…”
สมุดภาพร่วงจากมือนัท กระดาษปลิวกระจาย เผยให้เห็นภาพเด็กหญิงอีกคนในเงามืด “นี่…มีมากกว่าหนึ่งคน…”
จ๊ะโอ๋ค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ประตูเล็ก เปิดออกเบา ๆ ข้างในเป็นทางเดินแคบมืด มีกลิ่นเหม็นเน่าของความหวาดกลัวผสมความสิ้นหวัง
อิ๋วกลั้นใจ “ถ้ามีใครถูกขังไว้จริง…เราต้องช่วย”
ปั้นพยักหน้าช้า ๆ เดินเข้าตามไป ทุกคนเดินตามกันไปในทางแคบ เสียงกระซิบล้อมรอบตัวแรงขึ้น
ปลายทางเป็นห้องว่างโล่ง มีเพียงโต๊ะไม้เก่า ๆ ตรงกลางโต๊ะวางกล่องเหล็กใบหนึ่ง
นัทลังเล ก่อนเปิดกล่องออก ข้างในมีจดหมายเขียนด้วยลายมือสั่น ๆ “แม่…หนูขอโทษ…หนูจะไม่ออกไปเล่นตอนกลางคืนอีก…”
ทันใดนั้นความจริงพรั่งพรูเข้ามาในหัวนัท ภาพในอดีตผุดขึ้นเป็นชิ้น ๆ แม่ของน้องเคยสั่งห้ามเด็ก ๆ ออกไปเล่นตอนกลางคืน แต่คืนหนึ่งทุกคนแอบออกไปเล่นซ่อนหาในป่า แล้วพลัดหลง เด็กชายและเด็กหญิงสองคนหายไป ไม่มีใครกลับมา
เสียงร้องไห้สะท้อนรอบตัว แสงไฟพร่ามัว เงาเด็กสองคนโผล่มาข้างนัท น้ำตานองหน้า “แม่…พ่อ…ทำไมทิ้งหนู…”
นัททรุดลงกับพื้น ร้องไห้สะอึกสะอื้น “ขอโทษ…ขอโทษที่ตามหาไม่พอ ขอโทษที่ไม่มีใครรู้…”
เสียงกระซิบเงียบไป เหลือไว้แต่ความเงียบกดดัน จ๊ะโอ๋เดินเข้าไปกอดนัทแน่น ปั้นกับอิ๋วยืนเงียบ น้ำตาซึม
ทันใดนั้นไฟฉายดับอีกครั้ง ทุกอย่างมืดสนิท เสียงหายใจเบา ๆ ดังรอบตัว แล้วประตูทางออกก็แง้มออก เผยทางสู่แสงไฟข้างนอก
พวกเขาค่อย ๆ เดินออกมา เงาเด็กสองคนยืนโบกมือลาเบา ๆ เสียงกระซิบสุดท้ายว่า “ขอบคุณ…ที่จำได้…”
นัทหันกลับไปมองบ้านร้าง เสียงลมหวิวและฝนโปรยเบา ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่ในหัวใจ ยังมีเสียงกระซิบที่ไม่มีวันลืมเลือน