คืนสารภาพแห่งหอพักเลขที่ 17
เสียงเครื่องปั่นน้ำเย็นครวญครางอยู่ในห้องโถงแคบ อินยืนลังเล มือจับกระเป๋าผ้าแน่นมองประตูห้อง 17 ที่ปิดสนิท เธอสูดลมหายใจลึก เหงื่อไหลจากขมับทั้งที่ลมเย็น ร่างบางของเบลล์ปรากฏข้างๆ ดวงตาซึมเศร้าท่ามกลางความเงียบ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“นายจะเข้าไปพร้อมฉันไหม?” อินกระซิบ
เบลล์เม้มปาก เขาพยักหน้า น้ำเสียงแผ่วเบา “อินกลัวเหรอ”
“ก็ไม่เชิง…แต่ก็ใช่” อินหัวเราะฝืนๆ เธอเคาะประตูสองครั้ง ไม่มีเสียงตอบ
พวกเขาผลักประตูออก กลิ่นอับของไม้เก่าแตะจมูกทันที แสงจากหน้าต่างเล็กสาดมา กลบเงาของร่างเด็กหนุ่มคนหนึ่ง คอห้อยสายหูฟังนอนคว่ำค้างบนเตียง
“บอส นายยังไม่ไปคลาสเหรอ?” อินถามแต่ไม่มีเสียงตอบ เบลล์เดินเข้าไปสะกิดบอส แววตาขุ่นหมองของบอสช้อนสบมองคนมาใหม่เพียงครู่ ก่อนที่เขาจะปิดเปลือกตา เงียบงัน
ความเงียบถูกเจาะด้วยเสียงโทรศัพท์ จากสายหนึ่งที่ไม่รู้จัก อินรับ ทุกอย่างที่ได้ยินมีแค่เสียงหายใจถี่และประโยคสั้นๆ “คืนนี้…ห้ามออกไปไหน”
เย็นวันเดียวกัน ห้องครัวรวบรวมคนทั้งห้า อิน เบลล์ บอส อุ๋ม—สาวผิวเข้มเลือดร้อน และแทน หนุ่มเงียบผู้รักการอ่าน หนังสือกองพะเนินวางเกลื่อนโต๊ะ อินขยับร่างไล่ความอึดอัด บอสยังนิ่ง
“เมื่อเช้า…มีใครแปลกเข้ามาในหอมั้ย” แทนถาม
อุ๋มยักไหล่ “ฉันเห็นผู้หญิงเสื้อแดงเดินผ่านบันได เธอหายไปหลังบอสเข้าห้อง”
เบลล์กะพริบตาช้า ๆ เสียงเบา “บอส นายรู้จักคนๆ นั้นไหม”
บอสไม่ตอบ อินมองจับสังเกตกิริยาเล็กน้อย เธอพยายามหาคำอธิบายแต่ใจกลับไปติดที่เสียงในสายโทรศัพท์ เธอเริ่มหวาดระแวง ทุกเสียงเคลื่อนไหวในตึกเหมือนมีบางสิ่งซ่อนอยู่
ค่ำคืนแรก บอสลุกออกจากห้อง ด้วยท่าทางแปลกๆ อินเห็นจากรอยเท้าบนทางเดินปูไม้ เธอลังเลก่อนตามไปเงียบๆ
ในห้องซักผ้า อินพบเบาะแส สมุดไดอารีปกหนังตกอยู่ เธอหยิบขึ้นเปิดดู พลันเสียงประหลาดสะท้อนในความมืด “อย่า…อ่านต่อ”
เธอตัวสั่น นึกว่าคงคิดมากจึงรีบกลับห้องแต่ดวงใจยังไหว
รุ่งสางวันใหม่ เบลล์ปลุกอิน “บอสหายไป”
เสียงตะโกนดังขึ้นจากชั้นล่าง อุ๋มยืนตาโต “มีใครเห็นบอสมั้ย!” อินหัวใจเต้นแรง พวกเขาทุกคนวิ่งค้นทุกห้อง หอพักทั้งตึกพลิกหาบอสแต่ไม่มีร่องรอย
เจ้าของหอพัก—ป้าณี ผู้หญิงสูงวัยผมหงอก เธอนิ่งมองเด็กทุกคนด้วยสายตาปรัศนี “บอสเคยพูดถึงอะไรแปลกๆ มั้ย”
แทนยกหนังสือขึ้น “ไม่นะ แต่เมื่อวาน…ผมนึกว่านายเครียด คงแค่หนีเที่ยว”
แต่อินสั่นงันงก “เมื่อคืนฉันได้ยินเสียง…เหมือนคนกระซิบจากใต้ตึก”
เบลล์พูดเสียงสั่น “เมื่อคืน…ผมก็ฝันเห็นผู้หญิงเสื้อแดง เขายิ้มฟันดำๆ แล้วถามว่าผมกลัวไหม”
ทุกคนสงบลงชั่วคราว อุ๋มไม่พูดอะไร เธอเดินเข้าห้องตัวเอง ทิ้งความสงสัยไว้กับอีกสี่คนในห้องโถง
อินตัดสินใจนำสมุดไดอารีออกมาเปิดให้ดู ทุกคนเบนสายตามองจดหมายที่ซ่อนในหน้าสุดท้าย “คืนนี้…เราจะได้รับคำตอบ” เบลล์อ่านเสียงเบา
อุ๋มกลั้วขำ “เล่นอะไรกันแปลกๆ เดี๋ยวก็เจอบอสเอง”
แต่ทันใดนั้น ประตูห้องอุ๋มปิดดังปัง เสียงล็อกดังสนั่น เธอติดอยู่ข้างใน อินกับเบลล์พยายามเปิดแต่ไม่สำเร็จ อุ๋มตะโกน “ปล่อยฉันออกไป!”
แทนยืนอึ้งไป ดวงตากวาดมองไปตามผนัง พบอักษรแดงเขียนไว้ว่า “บอส…อยู่ที่นี่”
กระทึกใจทุกคน ภายในห้องอุ๋ม เสียงหายใจปะปนกับเสียงกระซิบ อุ๋มยกโต๊ะฟาดประตู หัวใจเธอกระหน่ำรัว “ฉันทำอะไรผิด!” เสียงนั้นตอบเพียง “คืนความจริงมา”
เบลล์นั่งทรุด อินลูบหลัง “เธอรู้อะไรใช่ไหม—บอกเราที”
แทนพูดเบา “เมื่อสองปีก่อน…เคยมีเด็กหายไปจากหอนี้ เด็กคนนั้นชื่อ…ภูมิ”
อุ๋มหยุดร้องไห้ทันที เสียงในห้องเงียบกริบแบบผิดธรรมชาติ ทุกคนรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกแทรกกระดูก อินกลืนน้ำลาย “เกี่ยวอะไรกับบอส?”
ประตูเปิดผาง อุ๋มเดินออก มองผู้ร่วมชะตาด้วยสายตาเปลี่ยนไป “บอสเห็นภูมิเมื่อวาน” เธอเสียงสั่น “บอสคิดว่าภูมิยังอยู่ที่นี่”
เบลล์รีบถาม “ถ้างั้น…ภูมิเป็นใคร—เคยเกิดอะไรขึ้น”
อุ๋มกลืนก้อนสะอื้น “สองปีก่อน ฉันเผลอเข้าไปในห้องใต้ดินแอบกับบอสกับเบลล์ ภูมิตามไปด้วย ประตูล็อก…ภูมิติดอยู่ในนั้น ไม่มีใครช่วย แล้ว…”
เสียงโทรศัพท์อินดังขึ้นอีกครา เสียงปลายสายคราง “อย่าปล่อยให้ความลับถูกกลืน…พวกเธอต้องบอกความจริง”
บรรยากาศในห้องราวกับอากาศหนาวจัด กระจกหน้าต่างมีรอยนิ้วมือปรากฏ อินตัวสั่น เบลล์น้ำตาตก แทนยืนนิ่งเป็นหิน
ทั้งสี่คนรวมตัวหน้าโต๊ะทานข้าว “เราต้องเจอบอสคืนนี้” อินว่า
อุ๋มสั่น “ฉันยอมรับ…ฉันกลัวจะถูกเกลียดเลยโกหก ไม่มีใครบอกเรื่องภูมิให้ใครฟัง”
เบลล์จับมืออุ๋ม “ทุกคนกลัวทั้งนั้น”
แทนพยักหน้า “แต่เราก็ต้องบอกเจ้าของหอ”
ประกายตาของอินจริงจัง เธอเดินไปหาเจ้าของหอป้าณี พร้อมเพื่อน ๆ ทั้งสี่ “ป้าณี คุณเคยรู้เรื่องเด็กที่หายไปไหม”
ป้าณีจ้องหน้าทุกคน ก่อนจุดธูปหนึ่งดอก “ฉันรู้…แต่รอวันที่พวกเธอยอมเล่าความจริง”
กลิ่นธูปอบอวล บรรยากาศแปรเปลี่ยน เงาหญิงเสื้อแดงปรากฏหลังม่าน เธอยิ้ม ปากขยับไม่ออกเสียง มีเพียงเสียงกระซิบในหัวอิน “บอก…ความจริง…”
คืนนั้น ทั้งหมดตัดสินใจตามหาเบาะแสในห้องใต้ดิน อินผงะเมื่อเห็นกล่องผุพัง ในกล่องมีเสื้อเด็กชายและจดหมายของภูมิ
อินอ่านออกเสียง น้ำเสียงสั่น “พวกเธอเห็นฉันมั้ย ฉันยังรอให้มีคนมาช่วย แต่ฉันกลัวความมืด ฉันหนาว ฉันอยากขอโทษที่เคยทำทุกคนเสียใจ”
เบลล์นั่งทรุด อินลูบน้ำตาตัวเอง “ขอโทษ…ภูมิ เรากลัวเอง เราไม่กล้ารับผิดเลย”
ทันใดนั้น เสียงดังสนั่นหน้าหอ บอสเดินโซเซเข้ามา ใบหน้าซีดแต่ดวงตาสว่าง “ผมเห็นภูมิ ผมกลัว แต่เขาบอกผมว่า ให้บอกความจริง…กับทุกคน”
อินร้องไห้ เสียงสั่นเครือ “เรากลัวที่จะยอมรับผิด กลัวจะเสียเพื่อน กลัวจะ…โดนเกลียด”
ป้าณีวางมือบนบ่าอิน “ยอมรับมัน นั่นแหละคือเสรีภาพ”
ทุกคนร่ำไห้ เสียงกระซิบในความมืดสงบลง แสงแดดสาดผ่านหน้าต่างในยามเช้า ทุกคนอยู่ครบห้าอีกครั้ง แต่ในใจแต่ละคนล้วนมีรอยแผล ความกลัวเปลี่ยนเป็นความกล้า
อินหันไปกุมมือเบลล์และอุ๋ม “อย่าให้เรื่องของภูมิสูญเปล่า เราต้องทำให้ที่นี่ปลอดภัย ให้เรื่องนี้เป็นบทเรียนสุดท้าย”
ช่วงเวลาผ่านไป หอพักเลขที่ 17 เงียบสงบขึ้น ไม่มีเสียงกรีดร้องในยามค่ำ ใครๆ ยิ้มและกล้าสบตากันมากขึ้น นอกจากความทรงจำและความกล้าที่ได้กลับมา รายชื่อภูมิก็อยู่ในหัวใจของทุกคนตลอดไป