จุดเริ่มต้นแห่งรัก
ในเช้าวันสดใสของเดือนมีนาคม เสียงนกร้องดังอื้ออึงท่ามกลางต้นมะขามใหญ่ในสนามโรงเรียนมัธยมกรณ์โมเดล แสงแดดทอดตัวเหลืองอร่ามผ่านทางหนีบมะขามที่กลายเป็นที่หลบแดดของนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่ตั้งใจจะซ้อมเต้นในวงดนตรีของโรงเรียน ปรัชญ์ เด็กหนุ่มอายุสิบหกปีที่นั่งอยู่มุมสนามเพียงลำพัง ตั้งใจดูเพื่อน ๆ สนุกสนาน ขอบตาของเขาแพนเข้าหาเบลล์ สาวรุ่นพี่ผู้มักมาหาฝึกเต้นด้วยกัน เสียงเพลงดังขึ้นทำให้เขารู้สึกสับสนในใจ เสียงหัวเราะของเพื่อน ๆ และเสียงเบลล์ที่พูดคุยกับเพื่อน ๆ ส่งมาถึงเขาทำให้เขาหวั่นใจอย่างประหลาด
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“สวัสดีครับ ปรัชญ์!” เบลล์เดินมาแหย่ไหล่เขาเล่น ทำให้เขาเผลอสะดุ้งตกใจและสบตากับเธอ หัวใจของเขาเต้นรัวชนิดที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน เธอสวยเหลือเกินด้วยเสื้อยืดสีขาวและกางเกงยีนส์ถูกใจ ใบหน้าที่ฉ่ำหวานท่ามกลางสภาพอากาศอบอ้าวในวันนี้
“สวัสดีครับ” เขาทักตอบด้วยเสียงแผ่ว แม้เสียงจะเบาแต่เบลล์กลับยิ้มสดใสที่ได้ยิน “เต้นเก่งนะครับ” เขาเอ่ยพูดสั้น ๆ โดยไม่ทันได้คิด
เบลล์ขมวดผมขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ “จะลองเต้นด้วยกันไหม?” เธอถามด้วยเสียงนุ่มหวาน โฉมงามเช่นนี้อาจดาวเต็มฟ้าแต่ในใจเขาสับสนมากกว่าที่เคยรู้สึก
ปรัชญ์ตัวงอเล็กน้อย เหงื่อเริ่มซึมตามขมับ “ไม่… ไม่เป็นไรครับ” เขาปฏิเสธเสียงแผ่ว กลัวว่าจะทำตัวไม่ถูก
เบลล์หันไปหน้าที่วงเต้นยนต์หันมามองเขา เหลื่อมเลือนสุดท้ายด้วยเสียงตะโกนของเพื่อนในวง “มาทำการบ้านโปรเจกต์กันเถอะ ประชุมกันเร็ว!” การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้ปรัชญ์รู้สึกเหนื่อยชั้นใน
วันเวลาผ่านไป ปรัชญ์ไม่สามารถหยุดคิดถึงเบลล์ได้ แม้ว่าจะพยายามเก็บตัวอยู่ที่บ้านทำการบ้านไปหลายครั้ง มันเหมือนมีโลกนอกหน้าต่างที่เขาไม่สามารถเข้าถึงได้ เสียงเพลงและการเต้นที่ไม่เคยเป็นของเขา แต่กลับมีเบลล์ที่เป็นเหมือนตัวเริ่มต้นให้เขาอยากออกจากกรอบที่ทำให้เขาไม่กล้ามากขึ้น
ในงานเทศกาลประจำปีของโรงเรียน แน่นอนว่าเบลล์เป็นคนสำคัญที่ต้องไป เขายังยืนอยู่ริมถนนร่วมกับเพื่อน ๆ รอดูการแสดงเบลล์ใช้ศิลปะการเต้นสร้างบรรยากาศที่น่าตื่นตาตื่นใจทุกปี แต่ปีนี้ไม่เหมือนทุกปี เบลล์ได้หายไปจากการแสดงกลางเวที ทำให้เขาถึงกับตะลึงและมีความอัดอั้นถล่มทลาย
“เฮ้! ปรัชญ์ เธอไปไหน?” เพื่อนๆ ถามพลางชี้ไปที่เวที เมื่อเขาเห็นเบลล์นั่งอยู่ข้างหลังเวที น้ำหนักในหัวใจของเขาเกือบแตกกระจาย เขาก็ไม่รู้ได้ว่าเป็นความรู้สึกโดดเดี่ยวหรือความรักที่จะมีต่อเธอ
“ไปหามา จะไปบอกเบลล์ไม่ให้เธอต้องรอ!” เขาหลุดปากพูดออกไปตามสัญชาตญาณ แต่เมื่อเข้าใกล้ เวลานั้นกลับมืดมนลง เมื่อพบว่าเบลล์นั่งอยู่รถเข็น กลางค่ำคืนทำให้ทุกอย่างมืดมน
“ปรัชญ์…” เบลล์พูดด้วยน้ำเสียงสั่น การมานั่งในรถเข็นทำให้ใจเขาหงุดหงิดจนต้องคว้ามือเบลล์ไว้ “ทำไมถึงไม่บอกผม?”
เบลล์หลับตาพอเพื่อไม่ให้เห็นน้ำตาที่ไหล เมื่อเธอเปิดตามาอีกครั้ง ปรัชญ์เห็นความเจ็บปวดในแววตาเธอ เพียงแค่ในชีวิตนี้เอง ปรัชญ์พยายามดึงความกล้าหาญเข้ามา “ถ้าผมบอกว่าผมจะอยู่กับคุณตลอดไป…”
“ถ้า…” เธอชะงัก “ถ้าผมจะบอกว่าผมจะหนีไป” เบลล์บอกเสียงสะอื้น ความรู้สึกของปรัชญ์มั่นคงไม่โอนเอน แต่เขากลัวว่าเธอจะไม่อยู่กับเขาอีกแล้ว
วันเวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ เบลล์ตั้งใจที่จะไปยังอพาร์ตเมนต์ของคุณป้าในเมืองใกล้เคียง ปรัชญ์ไม่สามารถอดทนรอให้เบลล์จากไป เมื่อตัดสินใจจะตามเธอไปในวันที่ใกล้เคียง เบลล์ส่งข่าวว่าเขาไม่ควรตามไปด้วย เพราะเธอต้องเลี้ยงดูจิตใจของตัวเอง
“ปรัชญ์… ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันจะไม่ลืมเธอเลย” เสียงของเบลล์คล้ายกับเสียงสูญเสียในค่ำคืนที่จะไม่มีวันกลับมา ทั้งสองคนยืนอยู่ด้านหน้ารถยนต์เหมือนมีพลังเวทย์ติดต่อกัน “ขอบคุณนะ” เสียงของปรัชญ์สั่นขณะดึงมือนุ่มนวลของเธอไว้
ผ่านไปหกเดือน ปรัชญ์พยายามทำใจกับการจากไป ทำให้งานการเรียนดีขึ้น เริ่มทำการแสดงแบบไม่ค่อยมีคนสนใจจนได้รับการเชิญชวนไปแสดงในงานเทศกาลแห่งความรัก เขาไม่คิดว่าจะมีผู้คนที่อยากให้เขาไปแสดงแต่มีบางคนบอกให้เขาเก่ง
วันที่เขาแสดง ความทรงจำในปัญญาคืองานแสดงนี้จะเป็นงานที่ไม่รู้จบ เขาเต้นในเวทีเหมือนมีเบลล์อยู่รอบข้างท่ามกลางไฟที่สว่างไสว และเมื่อเสียงเพลงดังขึ้น ความทรงจำของเขาที่มีกลิ่นดินและกลิ่นน้ำใสเป็นสัญญาณ จะมีวันนึงที่เขาจะต้องเจอเบลล์อีกครั้ง ทั้งสองคนมีอำนาจที่จะสร้างประวัติศาสตร์ของความรักขึ้นใหม่อยู่เสมอ
เมื่อความรักระหว่างนักเรียนมัธยมทั้งสองคนก่อตัวขึ้นท่ามกลางบรรยากาศของความฝันและความลับที่ต้องเก็บซ่อน ทุกอย่างภายในจิตใจของเขาได้บอกว่า การเปิดใจจะเป็นกุญแจสำคัญในการเริ่มต้นสิ่งใหม่ในชีวิต เขาเฝ้ารอคอยอีกครั้งเพื่อรักเบลล์อย่างแท้จริงอย่างไม่มีวันสิ้นสุด