เสียงจากวังเก่า
เมื่อเสียงลมพัดผ่านตำหนักในวังเก่า เสียงกระโปรงหวานลอยมาตกล่าสุดเมื่อ 20 ปีที่แล้วทำให้เขาหวนคิดถึงความลับที่ถูกซ่อนไว้ในครอบครัวของเขาอย่างต่อเนื่อง ใครคือผู้ที่ทำให้มรดกของครอบครัวเขาแตกสลาย?
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ในค่ำคืนหนึ่งของเดือนตุลาคมที่อากาศเย็นสบาย รถยนต์คันสีดำจอดอยู่หน้าประตูวัง ตะวันใกล้จะลับขอบฟ้า เมื่อไมเคิล วัย 25 ปี เดินเข้าไปในวังเก่าของครอบครัวเขา สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยและความหวาดกลัว
ไมเคิลเดินผ่านประตูใหญ่ของวังที่กำลังเน่าด้วยเวลา เสียงกรี๊ดจากนกน้อยด้านนอกดังอยู่ในอากาศ ทำให้เขานึกถึงวันเก่าๆ แต่ยิ่งเข้าไปลึก ยิ่งได้ยินเสียงดังมาเสมือนมีใครคนหนึ่งกำลังร้องไห้จากห้องหนึ่ง
“พี่ค่ะ! แม่” เขาพูดเบาๆ และการกระทำของเขาทำให้เสมือนมีรางสวรรค์ตอบรับกลับมาจากม่านที่เย็บด้วยทองคำ ลิเวอร์พูลยา ไทเลอร์ ผู้เป็นพี่สาวเดินออกมาจากห้องนั้น กับท่าทีที่ซ่อนเร้น
“ทำไมพี่ทำตัวแปลกๆ แบบนี้?” ไมเคิลถาม โดยที่น้ำเสียงยังต่ำเบา
“ฉันไม่เคยแปลก ลืมไปเถอะ” พี่สาวตอบเสียงแหบ พยายามจะเข้าไปในห้องนั้นอีกครั้ง แต่ไมเคิลจับข้อมือพี่สาวไว้ทัน
“ไม่! พี่ต้องบอกฉันเรื่องแม่” เขารู้ว่าหัวใจของเขาขาดสะบั้นอยู่ในลำคอ
เสียงสะอื้นของพี่สาวดังก้องในห้องกว้างก่อนจะพูดว่า “แม่ตายเมื่อสองปีก่อน แล้วตอนนี้พวกเราก็กำลังสืบหาความจริงกันอยู่”
มิถุนายน วัย 28 ปี งานเสื้อผ้ายี่ห้อดัง อยู่ในชุดเดรสสีแดงที่สะดุดตามาจากยุโรป เดินเข้ามาในห้องทำงาน สายตาของเธอสะดุดไปที่กล่องของขวัญที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ข้างๆ โต๊ะทำงาน เสียงของเธออ่อนลงและออกว่า “มันคงมีบางอย่างที่ต้องเปิดเผย”
ไมเคิลและพี่สาวพาเธอเข้าไปในห้องเก็บของ เข้าไปค้นหาอดีตที่ชี้นำพวกเขาไป ที่มาของความรักสุดจะสิ้นหวังที่ซ่อนอยู่ภายในวังหลังนี้
อากาศในห้องถูกกระจายด้วยโทนสีเปล่า สารในอากาศเตือนวกวนเหมือนการแห่ส่งเสียงอีกครั้ง เสียงของน้าคือความฝันที่ต้องห้าม ความรักของพี่สาวกลับใหญ่มากกว่าที่ไมเคิลเคยคิด
“มันคือคำสาป” พี่สาวพูดด้วยไม้เท้าในมือข้างหนึ่ง “แม่ของเราถูกเซ็นชีวิตไว้”
การสะสางในครั้งนี้จะทิ้งน้ำตาไว้ในใจทั้งสองหรือไม่ เมื่อถึงที่สุดของความรักสุดจะเสี่ยงเหล่านี้ ไมเคิลต้องตัดสินใจว่าเขาควร banish ความรู้สึกนี้ และยอมปล่อยให้ความรักหลุดลอยออกจากมือ หรือสู้เพื่อมัน แม้ในโลกนี้ก็มีเพียงเขาที่เป็นเจ้าของความจริงในมือ
เมื่อจุดสูงสุดแห่งอารมณ์แทบจะพังทลายถึงจุดที่ไม่อาจรักษาได้ พี่เรียกหาเขาอย่างร้อนรน “ช่วยฉันด้วย!” สิ่งนี้เป็นเหตุให้เค้าเลือกความปลอดภัยของพวกเขาก่อนที่จะตัดสัมพันธ์กับที่คุ้นเคย
สุดท้ายอยู่ที่ว่าความรักจะสงบลง หรือเขาจะปกป้องด้วยน้ำตาแห่งความเสียสละ ด้วยความจริงที่ว่าเขาต้องเลือกตนคนอื่นแก่ตัวเอง? ความรักที่ต้องห้ามจะสิ้นถอยหรือไม่? ไม่ว่าทางใดการเลือกในครั้งนี้จะส่งผลต่อทั้งอนาคตและอดีต
น้ำตาของรักร้ายจะกลายเป็นคำสาปหรือกลายเป็นบทเพลงอมตะที่จะโจนไปในอากาศของเมืองที่ไร้ตำหนักอันมีอารมณ์อันทรงพลังเหล่านี้ในทุกการกระทำของที่แห่งนี้
เมื่อยามประมาณตีสาม ความเงียบงั้นยังคงอยู่ในวังเก่าดั่งภาพวาดที่มีความหมาย วังที่สะท้อนความรักและความเสียสละในความเป็นจริงแห่งชีวิตอันสืบทอด
เสียงระฆังแตกตื่นขึ้นในความมืดทุกข์ และเสียงสะอื้นกลับนำเขากลับคืน ทั้งหมดนี้จะต้องรักษาไว้ในชั่วพริบตาของปัญญา