รอยยิ้มที่หายไป
แสงแดดส่องลงบนถนนที่มีคนเดินขวักไขว่ในช่วงเช้าของเชียงใหม่ เสียงแตรรถสามล้อเสียงดังกังวานไปทั้งถนน ขามาของเป็นไฟกะพริบจากรถแดงที่ส่งเสียงเพลงจังหวะสดใส เขาเดินผ่านหมู่บ้านริมแม่น้ำปิง รอยยิ้มของเด็กๆ ที่เล่นน้ำเติมให้บรรยากาศสดใสยิ่งขึ้น แต่สำหรับบุษบา สาวน้อยที่มีความฝันจะเข้ามหาวิทยาลัย เติมความสดใสให้กับความกดดันที่ต้องเผชิญของเธอในตอนนี้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“คุณต้องได้ทุนนี้นะบุษ มันคืออนาคตของเรา” เสียงของมารดาคลอเคลียในหูเธอ แม้เธอรู้ว่าแม่หวังดีแต่ความเครียดจากการแข่งขันทำให้บุษบารู้สึกเหมือนบันไดอยู่ที่ปลายขอบเหว
ในวันอาทิตย์สว่างนั่นที่ทุกคนมารวมตัวกันเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบทุน บุษบาสังเกตเห็นไผ่ หนุ่มนักเรียนทุนคนใหม่จากเมืองกรุง เขาดูแตกต่าง ความมั่นใจในใบหน้าของเขาดึงดูดต่อความสนใจของเธอ
“สวัสดีครับ อยากร่วมกลุ่มเรียนด้วยกันไหม” ไผ่พูดยิ้มๆ ขณะที่บุษบากำลังทำปากกาหลุดมือตกลงพื้น
“อ่า… คือ… ค่ะ” เสียงของเด็กหญิงออกมาแผ่วเบา รู้สึกเขินอาย
มิตรภาพของทั้งคู่เบ่งบานอย่างไม่คาดคิด ทั้งการปรึกษาการเรียนเรื่องยากๆ เรื่องราวส่วนตัวที่ย่างก้าวไปพร้อมๆ กัน เธอพบว่ามีบางอย่างที่ต้องซ่อนอยู่ในใจของไผ่ นั่นคือความจริงของครอบครัวเขาที่แตกต่างจากที่เธอคิด
“พ่อไผ่ไม่รับสายเลย รู้สึกผิดหวัง” ไผ่ทิ้งเสียงครวญครางหลังจากที่หลบมุมให้ตัวเองอยู่คนเดียว บุษบาเข้าไปนั่งข้างเขา ปลอบโยนด้วยความเงียบ รอยยิ้มของเขาค่อยๆ ฟื้นกลับมา หวังว่าจะถึงวันที่สามารถเผชิญหน้ากับทุกคำถามได้
ไม่นานนัก พวกเขาสามารถพิชิตความกลัวและความไม่มั่นใจได้ด้วยกัน แต่เมื่อความรักเริ่มเติบโต บุษบากลับต้องเผชิญความกดดันจากแม่ที่คาดหวังให้เธอเลิกกับเขา
“แม่ไปสังเกตเพื่อนฝูงของเรามาพูดถึงไผ่ให้ฟัง เขาอยู่ในสายเลือดที่ไม่ดี” คำพูดของแม่ทำให้ธาตุแท้ของบุษบาตกอยู่ในสภาวะลำบากระหว่างความรักกับความคาดหวัง
คืนหนึ่งที่เชียงใหม่ บุษบาเดินออกไปสูดอากาศ ยืนยันว่าจะไม่ยอมให้ใครมาตัดสินหัวใจเธอ มองหาดวงดาวในคืนที่มืดมิด เฝ้ารอการติดต่อจากไผ่
ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่จะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลง และเมื่อเธอนึกถึงความรักของพ่อกับแม่ ลึกๆ แล้วเธอก็ทราบว่าบางครั้งคนในสังคมก็มีข้อกำหนดที่ไม่ชอบธรรมอย่าง drastical
ความใกล้ชิดของพวกเขาทำให้ทั้งคู่เริ่มเรียนรู้ถึงความซับซ้อนของชีวิต การรังสรรค์ความสัมพันธ์ที่แสนจะบางเบาในสังคมของผู้คนที่มีการแบ่งแยก
แต่โชคชะตาก็กำลังรอคอย เมื่อวันหนึ่งหล่อนต้องตัดสินใจ ระหว่างความรักและความคาดหวัง ที่ซึ่งสามารถทำลายความสุขของพวกเขาได้ด้วยคำพูดเพียงคำเดียว
“การเลือกผิดอาจจะทำลายชีวิตผู้คนได้” สัญญาณที่เธอข้ามผ่านความรักไปมาหมายถึงการเสียสละของความรักที่ไม่เห็นแก่ตัว
ในช่วงสุดท้าย บุษบานั่งอยู่ริมแม่น้ำปิง มองวิถีชีวิตที่มีความสุขของผู้คน แม้ว่าจะคู่ควรสำหรับความรักแต่เมื่อเด็กหนุ่มกลับหายไปในคืน ที่ทุกคนกลับบ้านด้วยอารมณ์ขมขื่น ต้องลุกเดินบนเส้นทางของตนเอง
“ไผ่… มันหายไปไหน”เสียงของเธอก้องกังวานไปทั่ว น้ำในแม่น้ำยิ่งดูมืดสลัว จดบันทึกสายตามีสงสัยกับความหวังที่เป็นเพียงอากาศจากใจ
วันต่อมา เธอได้รับจดหมาย เมื่อเปิดมัน ดวงใจของบุษบาที่เคยเต็มเปี่ยมกลายเป็นเงาที่เก็บซ่อนไว้
ข้อความในจดหมายระบุว่า “ขอโทษสำหรับทุกสิ่ง ทุกคำพูดที่ไม่ได้กล่าว” น้ำตาที่ไหลออกมาเป็นบทสรุปของความรักที่ต้องสละผ่านความกดดันของผู้คน
สุดท้ายมนุษย์สามารถเลือกที่จะเดินออกจากความคาดหวังสู่หนทางแห่งการเติบโต เรียนรู้รักตนเอง
แสงดาวในคืนที่ใหม่กำลังรอคอย ขณะที่เธอยกมือขึ้น擦水ตา หวังที่จะมีโอกาสให้ “รอยยิ้มที่หายไป” คืนกลับมาในหัวใจ