เสียงสะท้อนจากตึก 7
เสียงกริ่งโทรศัพท์มือถือดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในคืนเปิดเทอมใหม่ ขวัญ นักศึกษาปี 2 ยืนลังเลอยู่หน้าประตูหอพักหญิงตึก 7 มือของเธอสั่นเมื่อสบตากับตึกสูงเก่าแก่ที่แสงไฟฟลูออเรสเซนต์บางดวงสว่างพร่ามัว ขวัญถอนหายใจยาว เหลียวมองรอบข้าง ไม่มีใครเดินผ่านมาเลยในเวลานี้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ขวัญ ถึงหอยัง?” เสียงบี๋ เพื่อนสนิทดังจากสายโทรศัพท์
“ถึงแล้ว…แต่แบบ…มันเงียบแปลก ๆ ว่ะบี๋ เหมือนตึกนี่ไม่ค่อยมีคนอยู่เลย” ขวัญตอบพลางขยับกระเป๋าเป้ในมือ
“แกคิดมากป่าว เดี๋ยวก็ชิน ไม่ใช่หอใหม่เสียหน่อย ตึก 7 มันแค่เก่า”
ขวัญไม่ตอบ เธอก้าวเข้าไปในโถงทางเดินที่เย็นเยียบ เสียงรองเท้ายางกรีดกับพื้นกระเบื้องยิ่งเน้นความเงียบรอบตัว เธอเดินผ่านป้ายห้ามเข้าโซนซ่อมบำรุงที่ปิดเทปกั้นสีเหลืองเอาไว้ ภาพเงาสะท้อนตัวเองบนกระจกฝ้าทำให้ขวัญขนลุกวาบ
ห้องพักของขวัญอยู่ชั้น 3 ตรงมุมสุดทางเดิน ขวัญไขกุญแจเข้าไป กลิ่นอับชื้นของห้องที่ไม่มีใครอยู่มานานตีขึ้นจมูก เธอวางกระเป๋าลงและนั่งพัก เหม่อมองเพดานที่มีรอยแตกลายงา
คืนนั้น ขวัญนอนพลิกตัวไปมา เสียงลมเบา ๆ พัดลอดหน้าต่างมาเป็นระยะ จู่ ๆ เธอได้ยินเสียงดังกรอบแกรบเหมือนใครลากของอยู่หน้าห้อง ตามด้วยเสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับอยู่ติดหู เธอขยับตัวนั่ง เงี่ยหูฟังแต่เสียงเงียบลง เธอจึงล้มตัวนอนใหม่ พยายามไม่คิดอะไร
เช้าวันต่อมา ขวัญเดินออกจากห้อง เจอเมย์ เพื่อนห้องข้าง ๆ ที่กำลังจะไปเรียน
“เมื่อคืนได้ยินเสียงอะไรปะ?” ขวัญถามแบบอาย ๆ
เมย์ส่ายหน้า “เปล่า…แต่เมื่อคืนฝันแปลก ๆ เหมือนมีคนมาขอความช่วยเหลือที่หน้าประตู”
ขวัญนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้า “เราก็ได้ยินเสียง…แต่ไม่กล้าเปิดดู”
หลังเรียน ขวัญกลับหอเร็วกว่าปกติ เธอแวะไปหาบี๋ที่ชั้น 2 ห้องบี๋เต็มไปด้วยของกระจัดกระจาย บี๋กำลังเช็ดโต๊ะอย่างกระวนกระวาย
“เออ ขวัญ แกเชื่อป่ะ ว่าตึกนี้มันมีอะไรแปลก ๆ”
“ทำไมอ่ะ?” ขวัญถาม พลางมองไปรอบ ๆ
“เมื่อคืนฉันได้ยินเสียงคนเดินไปมา ทั้งที่ชั้นนี้เหลืออยู่ไม่กี่คน แล้วก็กลิ่นอะไรไม่รู้ โคตรเหม็น”
ขวัญขมวดคิ้ว “หรือมีสัตว์ตาย?”
“ไม่รู้ แต่กลิ่นมันแปลก ๆ ยังไงไม่รู้”
ขวัญนั่งคุยกับบี๋สักพัก ก่อนจะเดินกลับห้องของตัวเอง ขณะที่เดินผ่านโถงชั้น 3 เธอสังเกตเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าต่างสุดทางเดิน หญิงคนนั้นยืนหันหลังนิ่ง ๆ ผมยาวปกหน้าปกตา ขวัญลังเลจะทักแต่ก็ไม่กล้า จึงเดินผ่านไปอย่างระแวดระวัง
คืนนั้นขวัญนอนฟังเสียงกรอบแกรบอีกครั้ง คราวนี้เสียงเหมือนคลื่นกระเพื่อมมาจากห้องน้ำ เธอตัดสินใจลุกจากเตียง เดินไปเปิดประตูห้องน้ำ เสียงหยดน้ำเล็ก ๆ ดังขึ้น ขวัญเห็นก๊อกน้ำกำลังหยด ทั้งที่เธอปิดแน่นแล้ว เธอปิดก๊อกซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะรู้สึกขนลุกกับเงาตัวเองในกระจก ที่เหมือนจะมีเงาอีกคนซ้อนอยู่ข้างหลัง เธอหันกลับไป แต่ไม่พบใคร
รุ่งเช้า ขวัญตื่นมาพร้อมกับความรู้สึกอึดอัด เธอเล่าเรื่องเมื่อคืนให้บี๋กับเมย์ฟัง สามคนตกลงใจจะลองสืบประวัติของตึกนี้ดู ขวัญกับเมย์เดินไปห้องสมุดมหาวิทยาลัย พบข้อมูลว่าตึก 7 เคยเป็นหอดูแลวิทยาเขตในอดีต ช่วงหนึ่งมีนักศึกษาหญิงหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แต่ไม่มีใครพูดถึงรายละเอียดต่อ
“ทำไมมันไม่มีข่าวในอินเทอร์เน็ตเลย?” ขวัญถามเสียงต่ำ
บรรณารักษ์สาวสูงวัยเดินเข้ามาใกล้ พลางกระซิบ “เรื่องบางเรื่อง…สมัยก่อนเขาไม่ให้พูดถึง”
ขวัญกับเมย์หน้าเสีย ก่อนจะขอบคุณแล้วเดินออกจากห้องสมุด
คืนนั้น ทั้งสามคนรวมตัวกันที่ห้องขวัญ พวกเธอนั่งล้อมเป็นวง คุยกันด้วยเสียงกระซิบ
“เมื่อคืนเหมือนมีคนมาเคาะประตูห้องฉัน” เมย์พูดเบา ๆ
“ฉันก็ได้ยินเสียงคนเดินหน้าห้อง…” บี๋เสริม
ขวัญมองหน้าทั้งสอง แล้วพูดเสียงสั่น “คืนนี้เราอยู่ด้วยกันไหม”
ทุกคนเห็นด้วย พวกเธอปิดประตูหน้าต่างแน่นหนา พยายามไม่คิดถึงเสียงประหลาดรอบตัว
เวลาผ่านไป เสียงลมหายใจเงียบงัน ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ สามครั้ง ทุกคนชะงักเงียบ ไม่มีใครกล้าขยับ บี๋กระซิบ “อย่าไปเปิด…”
เสียงเงียบไปชั่วครู่ กลับมาเป็นเสียงกระซิบเหมือนเดิม แต่ฟังไม่ออกว่าเป็นคำพูดอะไร
ขวัญค่อย ๆ ขยับไปที่ประตู มองผ่านช่องตาแมว เห็นเงาคนยืนอยู่แต่ไม่เห็นใบหน้า เธอถอยกรูดกลับมาในห้อง ใจเต้นแรง
คืนต่อ ๆ มา เหตุการณ์ประหลาดเกิดถี่ขึ้น ขวัญเริ่มมีอาการนอนไม่หลับ เธอฝันซ้ำ ๆ ว่าเดินหลงอยู่ในตึกนี้ตอนกลางคืน เสียงกระซิบร้องขอความช่วยเหลือไล่ตามหลังมาเรื่อย ๆ
บี๋เริ่มมีอาการประสาทหลอน เห็นเงาคนเคลื่อนไหวในห้องตัวเอง ทั้งที่อยู่คนเดียว เมย์กลายเป็นคนเงียบขรึม ไม่ค่อยพูดจาเหมือนเดิม ทุกคนเริ่มหวาดระแวงซึ่งกันและกัน
วันหนึ่ง กลุ่มนักศึกษาชายที่พักตึกข้าง ๆ แวะมาหาขวัญ บอกว่ามีเสียงคนร้องไห้ดังมาจากห้องของขวัญเมื่อคืน ขวัญกับบี๋และเมย์ต่างส่ายหน้า ปฏิเสธว่าไม่มีใครร้อง
เย็นวันนั้น ขวัญเดินสำรวจชั้น 4 ที่ปิดไม่ให้เข้า เธอสังเกตเห็นป้ายปิดซ่อมบำรุงถูกงัดเปิดออก เธอแอบเดินเข้าไปในโซนต้องห้าม ห้องว่างเปล่าข้างในมีฝุ่นหนา กลิ่นอับแรงขึ้นเรื่อย ๆ ขวัญเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ จนถึงห้องหนึ่งซึ่งประตูแง้มอยู่ เธอดันเข้าไป เห็นโต๊ะไม้เก่าและผ้าม่านสีซีดปลิวไหวจากลมที่ไม่มีที่มา
ขวัญเดินสำรวจในห้อง พบสมุดบันทึกเก่า ๆ ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะ เมื่อเปิดออก เธอพบรายชื่อผู้เข้าพักตึก 7 ในอดีต แต่บางชื่อถูกขีดฆ่าทิ้งอย่างเด่นชัด ขวัญรู้สึกเหมือนมีใครยืนอยู่ข้างหลัง เธอรีบหันกลับไปแต่ไม่มีใคร
เสียงประตูห้องปิดลงช้า ๆ ขวัญรีบวิ่งออกจากห้องนั้นโดยไม่หันกลับมามอง
คืนถัดมา ขวัญ เมย์ และบี๋นั่งอ่านสมุดบันทึกด้วยกันอย่างเงียบ ๆ เมย์ชี้ไปที่ชื่อหนึ่ง “นี่ชื่อพี่สาวฉัน…แต่เธอเสียไปแล้ว…”
บี๋ตกตะลึง “พี่สาวเมย์เคยอยู่ตึกนี้เหรอ?”
เมย์พยักหน้า “แม่ไม่เคยเล่าอะไรให้ฟัง…แต่ฉันจำได้ว่าเคยเห็นเธอครั้งสุดท้ายที่นี่”
ขวัญนิ่งงัน บี๋มองหน้าเมย์อย่างไม่ไว้ใจ เงียบอยู่นานก่อนบี๋จะพูดขึ้น “แกปิดบังอะไรเราอยู่รึเปล่า?”
เมย์ส่ายหน้า “ฉันเองก็อยากรู้ความจริง…”
คืนนั้น เสียงประหลาดดังขึ้นหนักกว่าเดิม ประตูหน้าห้องขวัญสั่นคลอน เงาคนปรากฏราง ๆ หลังผ้าม่าน เสียงกระซิบชวนสยองดังผ่านผนัง ขวัญกลั้นใจ เดินไปเปิดประตูห้องน้ำในเวลากลางดึก พบว่าในกระจกเธอไม่เห็นเงาตัวเองอีกต่อไป
เช้าวันต่อมา นักศึกษาทั้งตึกพูดถึงข่าวลือว่ามีคนเห็นผู้หญิงในชุดนักศึกษาเดินวนรอบตึกทั้งคืน ขวัญกับบี๋เริ่มหวาดระแวงเมย์มากขึ้น เมย์เองก็มีท่าทีแปลกไป ไม่ค่อยพูด แววตาเศร้าซึมลึกขึ้นทุกวัน
ขวัญตัดสินใจค้นหาข้อมูลหอพักอย่างจริงจัง เธอแอบเข้าไปในห้องเก็บเอกสารของมหาวิทยาลัย พบแฟ้มเก่า ๆ ระบุว่ามีนักศึกษาหญิงหายตัวไปสามคนในช่วงสิบปีที่ผ่านมา โดยทุกรายอยู่ตึก 7
ขวัญเริ่มเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในอดีต เธอเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับบี๋และเมย์ สามคนตกลงจะลองทำพิธีขอขมาด้วยกันในห้องขวัญ เผื่อว่าจะช่วยให้ทุกอย่างสงบลง
คืนนั้น พวกเธอจุดเทียนล้อมวงกลางห้อง นั่งเงียบ ๆ บี๋เป็นคนเริ่มพูดขอขมา เสียงของบี๋สั่นเครือและขาดห้วง ในขณะที่เทียนเล่มหนึ่งดับลงเองโดยไม่มีลม
ทันใดนั้น เมย์เริ่มร้องไห้ เธอพูดเสียงเบา “ขอโทษ…ถ้าฉันรู้ ฉันจะไม่กลับมา…”
ขวัญจับมือเมย์ไว้แน่น “เมย์ แกพูดอะไร?”
เมย์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดออกมาว่า “ทุกครั้งที่มีเสียงเรียก…ฉันรู้สึกว่ามันคือเสียงของพี่สาวฉัน…”
บี๋มองหน้าขวัญ “แล้วถ้าพี่สาวเมย์ยังอยู่ตรงนี้ล่ะ?”
เมย์สั่นศีรษะ “เธอไม่ควรอยู่ที่นี่…เธอไม่ควรติดอยู่แบบนี้…”
เทียนเล่มสุดท้ายดับลง พร้อมเสียงกระซิบที่ดังล้อมห้อง
ขวัญ เบิกตากว้าง เธอเห็นเงามืดของหญิงสาวในชุดนักศึกษายืนอยู่ตรงมุมห้องใบหน้าซ่อนในเงา ขวัญพยายามหันไปหาเมย์ แต่พบว่าเมย์หมดสติไปแล้ว บี๋เองก็ร้องไห้สะอื้นด้วยความกลัว
ตลอดทั้งคืน เสียงกระซิบยังคงอยู่ ขวัญกับบี๋นั่งกอดกันข้างเมย์ที่ยังหมดสติ รอจนฟ้าสาง
รุ่งเช้า เมย์ตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าซีดเซียว เธอบอกว่าในความฝัน เธอเดินตามเสียงพี่สาวไปจนสุดทางเดินชั้น 4 แล้วเห็นประตูบานหนึ่งเปิดออกเอง ขวัญกับบี๋พากันขึ้นไปสำรวจชั้น 4 อีกครั้ง พบว่าห้องที่เคยถูกปิดนั้นเปิดออกจริง ๆ
ขวัญเดินเข้าไปในห้อง ตรงหน้าต่างมีรอยมือเปื้อนฝุ่น เธอรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองจากข้างในห้องนั้น เมย์เดินเข้าไปยืนข้างขวัญ น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอกระซิบเบา ๆ “พี่…ขอโทษ…”
จู่ ๆ อากาศในห้องเย็นวาบ เสียงกระซิบดังอื้ออึง ขวัญเห็นภาพสลัว ๆ ของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดนักศึกษาในกระจก เธอกำลังร้องไห้ เงานั้นค่อย ๆ จางหายไปพร้อมกับเสียงขอความช่วยเหลืออ้อยอิ่ง
หลังจากวันนั้น เสียงประหลาดและเงาคนในตึก 7 ค่อย ๆ หายไป นักศึกษาบางคนย้ายออก บางคนอยู่ต่อแต่ไม่กล้าเดินคนเดียวในเวลากลางคืน ขวัญกับบี๋ย้ายไปพักตึกอื่น เมย์ลาออกจากมหาวิทยาลัย
แต่ในคืนฝนตกหนักคืนหนึ่ง ขวัญที่กลับมาเก็บของที่ตึก 7 ได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาผ่านผนังอีกครั้ง เธอหยุดยืนริมโถงทางเดิน มองไปยังห้องชั้น 4 ที่มืดสนิท เงาของหญิงสาวในชุดนักศึกษายังคงยืนอยู่ตรงนั้น เหมือนกำลังรอคอยใครสักคนกลับมา