เสียงกระซิบในหอพักเก่า
สายฝนโปรยลงมาครอบคลุมทางเดินเข้าหอพักหญิงหลังเก่า ลานหน้าหอมีต้นไม้สูงล้อมรอบ ใบไม้เปียกชื้นส่งกลิ่นหม่นเศร้า ทุกย่างก้าวของมินตราทำให้พื้นไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด เธอหยุดยืนสักพัก ก่อนรับกระเป๋าเดินทางใบเล็กจากแท็กซี่และหันมองตึกสองชั้นที่ถูกปล่อยร้างมาหลายปี ประตูไม้บานใหญ่ทาแลคเกอร์หม่นเปิดอยู่ เหมือนรอใครบางคนกลับมา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“มิน! ทางนี้!” เสียงเอิงดังแทรกฝน เธอเป็นเพื่อนสนิทที่ชวนมินตราย้ายมาอยู่หอพักนี้ช่วงปิดเทอม เพราะค่าเช่าถูกกว่าในเมืองและอยู่ใกล้มหาวิทยาลัย มินตราก้าวเร็วขึ้น แต่แล้วก็ชะงัก เมื่อเห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ตรงบันไดชั้นสอง ใบหน้าขาวซีดมองลงมาไม่มีรอยยิ้ม เธอกะพริบตาหลายครั้ง หญิงคนนั้นก็หายไป
“เห็นอะไรเหรอ” เอิงเดินมาถาม มินตราส่ายหน้า “เปล่า…คงตาฝาด”
เสียงฝนเงียบลงในช่วงเย็น ห้องพักตกแต่งเรียบง่าย พื้นไม้ลื่นเย็น มินตรานั่งปลดกระเป๋า หัวใจยังเต้นแรงกับภาพเมื่อครู่ เธอพยายามไม่คิดมาก ทว่าเสียงกระซิบเบาๆ ลอยมาตามสายลม “กลับมา…อย่าออกไป…” เสียงพร่าเบาแต่แทรกเข้าหัวใจ มินตราหันหาต้นเสียง เห็นเพียงผ้าม่านสั่นไหว
“เมื่อกี้ได้ยินอะไรแปลกๆ มั้ย” มินตราถามเอิงในห้องครัว เอิงหัวเราะ “ห้องเก่านี่นะ เสียงลมเสียงไม้บ้างแหละ” อีกสองคนในกลุ่ม—ฟ้าและมุก—เพิ่งเข้ามา สวมเสื้อกันฝนเปียกปอน ฟ้าคือคนฉลาดปากกล้า ส่วนมุกเงียบขรึมและชอบวาดรูป พวกเธอช่วยกันทำกับข้าว ท่ามกลางความเงียบที่ผิดปกติ
กลางดึก มินตราข่มตานอน ทว่ามีเสียงฝีเท้าช้าๆ อยู่หน้าห้อง ใจเธอเต้นแรง เสียงนั้นหยุดหน้าประตู ก่อนเงียบหายไป เธอกลั้นหายใจ สายตาจ้องบานประตู ถ้อยคำกระซิบลอยมาอีกครั้ง “อย่าทิ้งฉันไว้…”
เช้าวันรุ่งขึ้น ฟ้าเล่าให้ฟังว่าเมื่อคืนเธอได้ยินเสียงคนเดินวนไปมาในห้องโถง เอิงหัวเราะกลบเกลื่อน “อาจเป็นหนูมั้ง” แต่มุกเงียบและเหม่อ “เมื่อคืนเราฝันวาดรูปผู้หญิงคนนึง…แต่หน้าเธอว่างเปล่า” บรรยากาศในหอพักเริ่มตึงเครียด
วันต่อมา ทั้งสี่คนนั่งทำรายงานในห้องโถง มินตราสังเกตเห็นรูปถ่ายเก่าใต้นาฬิกาแขวน มีหญิงสาวยืนรวมกลุ่มกัน ตรงกลางเป็นหญิงสาวหน้าตาคล้ายคนที่เธอเห็นตอนแรก แต่งชุดนักศึกษา ไม่มีใครรู้จักเธอ ฟ้าหัวเราะ “คนเก่าของหอพักมั้ง”
คืนนั้น เอิงลุกไปเข้าห้องน้ำ เธอได้ยินเสียงเคาะประตูเบาๆ จากห้องข้างๆ เงียบงัน เธอเดินเข้าไปใกล้ ตะโกนถามแต่ไม่มีเสียงตอบ เมื่อเอิงเดินกลับ ได้ยินเสียงร้องไห้สะอื้นแผ่วเบา เธอเกือบวิ่งหนี แต่พยายามกลั้นใจแล้วเดินกลับห้อง ทว่าระหว่างเดิน เสียงเหมือนใครเดินตามหลังมา
มินตรานอนไม่หลับ เธอลุกขึ้นมาเปิดหน้าต่าง มองออกไปเห็นสระน้ำเก่าใต้ต้นไม้ มีเงามืดเคลื่อนไหวอยู่ริมขอบสระ เธอจ้องนิ่ง หัวใจเต้นรัว เงานั้นหันมามองกลับ ก่อนจะหายเข้าไปในความมืด
วันถัดมา เอิงเริ่มพูดน้อยลง เธอเล่าว่า รู้สึกเหมือนถูกมองตลอดเวลา ฟ้าพยายามเปลี่ยนเรื่อง “พวกเราต้องอยู่ที่นี่จริงๆ เหรอ มิน ไม่น่าไว้ใจเลย” มินตราเม้มปาก “แม่เราต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย ฉันไม่มีทางเลือก” มุกเอ่ยเบาๆ “บางทีมันอาจมีอะไรมากกว่านั้น…”
คืนหนึ่ง ขณะที่ทั้งสี่นั่งกินข้าวในห้องครัว ไฟดับทั้งหอพัก เสียงกระซิบดังชัดขึ้น “อยู่ด้วยกัน อย่าทิ้งกัน…” ทุกคนมองหน้ากันเงียบงัน ฟ้าจับแขนมินตราแน่น เอิงกลืนน้ำลาย “ฉันไม่อยู่แล้ว…พรุ่งนี้จะย้าย” มุกหลุบตา “เราควรหาคำตอบก่อน”
กลางดึก เอิงเก็บของ เธอเห็นเงาคนเดินผ่านกระจก เหมือนหญิงสาวในรูปถ่าย เอิงวิ่งลงบันไดแต่สะดุดล้ม เห็นเงาดำมองลงมาจากชั้นบน เธอร้องไห้เสียงสั่น มือปิดหูจากเสียงกระซิบที่ดังขึ้นเรื่อยๆ
เช้าตรู่ เอิงหายตัวไป ของยังอยู่ในห้องแต่มองไม่เห็นตัว ไม่มีใครรู้ว่าไปไหน ฟ้าเริ่มแตกตื่น “เราต้องแจ้งตำรวจ” แต่มินตราห้าม “ไม่มีใครเชื่อหรอก” มุกเดินไปที่สระน้ำ เธอพบรองเท้าของเอิงลอยอยู่ตรงขอบสระ เงาน้ำสะท้อนหน้าหญิงสาวไร้ดวงตา
มินตรารู้สึกเหมือนมีบางอย่างดึงเธอลงสู่บรรยากาศมืดหม่น เงาในบ้านเข้ามาใกล้ตัวขึ้นเรื่อยๆ เธอเริ่มได้ยินเสียงกระซิบในหัวทุกคืน “พวกเธอทิ้งฉัน…ไม่มีใครจำฉันได้…”
ฟ้ากลายเป็นคนหวาดระแวง เธอไม่กล้าอยู่คนเดียว มุกเริ่มวาดรูปหญิงสาวในหอพักทุกวัน ใบหน้าสตรีค่อยๆ ชัดเจนมากขึ้นในแต่ละภาพ มินตราเริ่มสังเกตว่ารูปถ่ายในห้องโถงเปลี่ยนไป หญิงสาวตรงกลางยิ้มเยาะออกมา
คืนหนึ่ง ฟ้าได้ยินเสียงคนเดินวนรอบห้อง เสียงเคาะหน้าต่างและเรียกชื่อเธอ ฟ้าวิ่งไปหามินตรา “ฉันจะย้ายพรุ่งนี้ ให้ตายสิ! ฉันอยู่ไม่ไหวแล้ว” มุกพูดเสียงเบา “ถ้าเราไป…เราก็จะถูกลืมเหมือนเธอ”
มินตรางุนงง “เธอคือใครกันแน่” มุกหยิบรูปวาดใบล่าสุดมาให้ดู เป็นหญิงสาวในชุดนักศึกษาพร้อมรอยยิ้มเศร้า “เธอถูกลืม ทิ้งไว้ในหอพักนี้ ไม่มีใครจำได้…”
ฟ้าทนไม่ได้ รีบเก็บของหนีคืนนั้น เสียงกระซิบดังขึ้นเรื่อยๆ ตามติดทุกก้าวเท้าของเธอ มินตราและมุกได้ยินเสียงกรีดร้องจากชั้นล่าง แต่เมื่อวิ่งไปก็พบเพียงความว่างเปล่า
เช้าวันต่อมา ฟ้าหายตัวไป เหมือนกับเอิง ของใช้และโทรศัพท์ยังอยู่ในห้อง มินตรานั่งกุมขมับ น้ำตาไหล เธอเริ่มคิดถึงบ้าน แต่ไม่อาจหนีออกจากที่นี่ได้ ราวกับมีบางอย่างดึงเธอไว้ มุกกระซิบ “คนที่ถูกลืม…จะตามหาคนมาอยู่แทน”
วันเวลาผ่านไป หอพักยิ่งเงียบงัน มุกวาดรูปหญิงสาวคนเดิมทุกวัน ห้องโถงมีเสียงกระซิบตลอดคืน มินตราเริ่มจำอะไรไม่ได้ หลงลืมชื่อเพื่อนทีละคน เธอพยายามโทรออกแต่ไม่มีสัญญาณ ทุกอย่างเหมือนวนลูปซ้ำ
คืนหนึ่ง ขณะที่นั่งอยู่กับมุกในห้องโถง ไฟห้องสลัว มินตราถาม “เธอคิดว่าเราจะรอดมั้ย” มุกยิ้มจาง “ไม่มีใครรอดจากที่นี่หรอก” เสียงกระซิบดังขึ้น “อยู่กับฉันตลอดไป…” มินตราปิดหู ร้องไห้สะอึกสะอื้น ทว่าเสียงนั้นยังคงอยู่
คืนต่อมา มินตราตื่นขึ้นมากลางดึก เห็นมุกยืนอยู่หน้ากระจก วาดรูปอย่างบ้าคลั่ง มินตราเดินเข้าไปใกล้ เห็นบนกระดาษเป็นหญิงสาวในกระจกกำลังยื่นมือออกมา เงาสะท้อนในกระจกแยกออกจากร่างของมุก มินตรากรีดร้อง
ไฟดับวูบลง เสียงกระซิบดังก้องไปทั่วหอพัก “เธอจะทิ้งฉันไม่ได้…ไม่มีใครหนีได้…” มินตราวิ่งไปที่ประตูใหญ่ พยายามเปิดแต่ล็อกแน่น เสียงฝีเท้าวิ่งตามหลังมา เธอกลั้นหายใจ ซ่อนตัวในมุมมืด เสียงหัวเราะเยือกเย็นแว่วมา
เงามืดเคลื่อนเข้าหาเธอ มินตราปิดตาแน่น พยายามนึกถึงใบหน้าเพื่อนแต่กลับเลือนราง เธอร้องขออย่าให้ลืมสิ่งที่เกิดขึ้น เสียงกระซิบล้อมรอบ “จำฉันไว้…จำฉันไว้…”
เช้าวันใหม่ ทุกอย่างสงบเงียบ มินตราเดินออกจากหอพักเพียงลำพัง ราวกับไม่เคยมีเพื่อนอยู่ด้วย เธอเดินผ่านต้นไม้ใบเปียกชื้น เหลียวกลับไปมองตึกเก่า ทว่าในเงาหน้าต่าง มีหญิงสาวชุดนักศึกษายืนมองลงมา ยิ้มเศร้าอย่างที่คุ้นตา มินตรายืนมองอยู่นาน ก่อนหันหลังเดินจากมา น้ำตาไหลอย่างไม่รู้สาเหตุ
เสียงกระซิบสุดท้ายลอยมาตามสายลม “ขอบใจที่ยังจำฉัน…”