เสียงในเงามืด
เสียงฝีเท้าที่ดังสะท้อนก้องในโถงทางเดินยาวของหอพักเก่าทำให้อุ้มรู้สึกขนลุก เธอหยุดเดินชั่วครู่ หันมองข้างหลังแต่พบเพียงแสงไฟเหลืองสลัวกับเงาตัวเองที่ทอดยาวบนพื้นกระเบื้องเก่า อุ้มก้มหน้าถือกระเป๋าเสื้อผ้าแน่นแล้วเดินต่อไป
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เวลาสามทุ่ม เธอเพิ่งย้ายเข้าหอพัก “สุขสงบ” หอพักหญิงที่ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่แต่แปลกที่ไม่มีเสียงรถหรือผู้คนเลย ห้อง 304 คือห้องของเธอ ติดกันเป็นห้องของแป้ง เพื่อนเก่าที่เคยสนิทกันมาก่อนแต่ห่างกันด้วยเหตุบางอย่างในอดีต
อุ้มวางกระเป๋าลงกับพื้นห้อง สูดลมหายใจลึก กลิ่นอับและกลิ่นเหม็นเปรี้ยวของผ้าม่านเก่าทำให้เธอรู้สึกวูบวาบในอก เธอเปิดหน้าต่างหวังให้อากาศถ่ายเท แต่เสียงกรอบแกรบจากห้องข้างๆ ก็ดังขึ้นทันที
“อุ้ม? ย้ายมาแล้วเหรอ” เสียงแป้งเอ่ยผ่านประตูห้องน้ำที่อยู่ติดกัน
“อืม…เพิ่งมาถึงเมื่อกี้ พรุ่งนี้เริ่มงานใหม่” เธอตอบ พยายามไม่ให้เสียงสั่น
เสียงเงียบลง เหลือเพียงเสียงนาฬิกาเข็มเดินอย่างเชื่องช้า อุ้มปล่อยให้ความเงียบกลืนกิน ก่อนจะเดินไปล้างหน้าที่ห้องน้ำรวมที่ปลายทางเดิน เธอเห็นเงาตัวเองในกระจก เงาตาแดงก่ำจากการร้องไห้เมื่อคืนยังไม่จางหาย เธอหลบสายตาตัวเอง รีบล้างหน้าแล้วกลับห้อง
คืนนั้นเธอหลับไม่สนิท เสียงเหมือนใครลากเก้าอี้ช้าๆ ดังอยู่ข้างห้อง อุ้มข่มตานอน แต่เสียงนั้นยังคงอยู่ เธอกระชับผ้าห่มแน่นขึ้นจนเช้า
เช้าวันถัดมาอุ้มเจอแป้งที่หน้าห้อง ทั้งสองทักทายกันอย่างขัดเขิน แป้งดูผอมลงผิดหูผิดตาและพูดน้อยกว่าที่เคย อุ้มพยายามถามเรื่องงานกับชีวิตในหอพัก
“ก็…เรื่อยๆ ไม่มีอะไรแปลกหรอก ถ้าไม่คิดมาก” แป้งตอบพลางหลุบตา
อุ้มรู้สึกถึงบางอย่างที่ปกปิดไว้ แต่เธอเลือกจะไม่ซักไซร้
ตลอดวันอุ้มวุ่นกับงานใหม่ กลับมาที่หอพักเวลาใกล้ค่ำ เธอเดินผ่านห้องพักแต่ละห้องที่ประตูปิดเงียบ ไม่มีเสียงใดๆ นอกจากเสียงรองเท้าของตัวเอง
คืนนั้น ขณะที่เธอกำลังจะนอน เสียงลากเก้าอี้ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เหมือนอยู่ในห้องเดียวกับเธอ อุ้มผงกหัวขึ้นมองรอบห้อง แต่ไม่มีอะไรผิดปกติ เธอนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นจนเสียงหายไป
วันถัดมา อุ้มเริ่มรู้สึกถึงสายตาที่มองตามเธอเวลาผ่านโถงทางเดิน ทั้งจากสาวผมยาวในห้องปลายสุดที่ชอบปิดม่านแน่น กับป้าหลิน แม่บ้านหอที่พูดน้อย
คืนที่สาม อุ้มตื่นกลางดึกเพราะเสียงกระซิบแผ่วเบาในห้อง เสียงนั้นคล้ายเรียกชื่อเธอซ้ำ ๆ เธอยืนนิ่งในความมืด ใจเต้นรัว สุดท้ายเมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอจึงล้มตัวลงนอนด้วยความหวาดกลัว
เช้าวันใหม่ อุ้มหันไปถามแป้งเรื่องเสียงแปลก ๆ
“แปลก? เสียงไหนเหรอ?” แป้งเลี่ยงสายตา
“เมื่อคืนเหมือนมีคนเรียกชื่อเรา…แต่เสียงเบามาก”
แป้งนิ่งไปนาน “เราก็เคยได้ยิน…แต่ชินแล้ว”
อุ้มคิดว่าคงเป็นเสียงจากคนที่อยู่ห้องอื่น ทว่าในใจกลับไม่เชื่อเช่นนั้น เธอเดินออกไปซื้อของโดยตั้งใจจะอยู่ข้างนอกให้นานที่สุด
กลางดึกวันนั้น อุ้มนั่งอ่านหนังสือกับเสียงเงียบที่กดดันอยู่รอบตัว ทุกอย่างนิ่งสนิทจนได้ยินเสียงลมหายใจตนเอง แล้วเสียงรองเท้าส้นสูงเดินบนพื้นไม้ก็ดังขึ้นจากชั้นล่าง ทั้งที่เวลานี้ทุกคนควรหลับหมดแล้ว
อุ้มลังเลแต่ตัดสินใจออกไปดู เธอย่องลงบันไดที่เก่าจนแผ่นไม้ลั่น เปลี่ยนใจกลางทางแต่เสียงนั้นหยุดกะทันหัน ความเงียบครอบคลุมอีกครั้ง
เธอกลับขึ้นห้องแต่พบว่าประตูห้องของแป้งปิดสนิท ผ้าม่านขาด ๆ โบกไหวเหมือนมีใครจับเล่น เธอรีบเข้าห้องแล้วล็อกประตู
คืนนั้นเธอฝันว่าเดินอยู่ในทางเดินมืดสนิท มีเสียงกระซิบเรียกชื่อเธอจากทุกห้อง เธอสะดุ้งตื่นพร้อมเหงื่อชุ่มกาย
วันถัดมา อุ้มเจอป้าหลินกำลังเช็ดกระจกหน้าหอ เธอถามถึงห้องพักผู้หญิงปลายสุด
“ไม่มีใครอยู่มาสามเดือนแล้วจ้ะ ห้องนั้นมัน…อืม อยู่ดี ๆ ก็งี้แหละ…”
อุ้มขนลุก เธอแน่ใจว่าเพิ่งเห็นผู้หญิงคนนั้นเมื่อคืน
เธอเริ่มเก็บข้อมูลเกี่ยวกับหอพักจากคนในละแวกนั้น ส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงจะพูดถึงหอนี้ ยกเว้นตาเฒ่าขายข้าวแกงที่เอ่ยว่า “หอสุขสงบ…ตอนสร้างใหม่ ๆ มีคนหายตัวไปคนนึง ไม่เคยเจอศพ”
คืนนั้นแป้งมาขอคุยกับอุ้ม ทั้งสองนั่งกันในห้อง เงียบอยู่นานก่อนแป้งเริ่มพูดว่า “เราฝันเห็นผู้หญิงผมยาวทุกคืน…ฝันว่าบางทีเธอมานั่งข้าง ๆ เตียง แล้วร้องไห้เสียงแผ่ว ๆ”
อุ้มเงียบไป ไม่กล้าถามต่อ
ในห้องตอนนี้มีเพียงเสียงหายใจของทั้งสองคน สายตาของแป้งเหมือนจ้องอะไรบางอย่างที่มุมห้อง
คืนนั้นอุ้มล็อกประตูสองชั้น เธอได้ยินเสียงเดินวนในโถงทางเดิน เสียงหยุดหน้าห้องเธอ แล้วมีเสียงเหมือนเล็บขูดประตูเบา ๆ
เธอกัดฟันแน่น ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว เสียงนั้นเงียบไปหลังจากที่เธอทนฟังอยู่นาน
รุ่งเช้า เธอพบว่ามีรอยขีดยาวที่บานประตูแต่ไม่กล้าถามใคร
กลางวันนั้นอุ้มแอบเข้าไปที่ห้องปลายสุด เธอพบห้องว่างเปล่ามีเพียงเก้าอี้ไม้เก่า ๆ กับเสื้อผ้าผู้หญิงพาดอยู่ เจอสมุดบันทึกเล่มเก่าอ่านไม่รู้เรื่องนัก แต่มีประโยคหนึ่งที่เขียนซ้ำ ๆ ว่า “ช่วยด้วย ได้ยินเสียงทุกคืน”
ขณะสำรวจ เธอได้ยินเสียงฝีเท้าเดินช้า ๆ ในห้องทั้งที่ไม่มีใครอยู่ อุ้มรีบวิ่งออกมา เจอแป้งยืนรอหน้าโถงทางเดิน สีหน้าแปลกประหลาด
“ห้องนั้น…ไม่ควรเข้าไป” แป้งเอ่ยเสียงสั่น
ตกดึกคืนนั้น อุ้มฝันว่าเดินตามเสียงร้องไห้ลงไปที่ใต้ถุนหอพัก เธอเห็นเงาคนซ้อนทับกับเงาของตัวเอง เสียงร้องแผ่วดังขึ้นว่า “อย่าบอกใคร…”
เธอตื่นมาตัวเย็นเฉียบ หัวใจเต้นแรง
อุ้มตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้แป้งฟัง แป้งฟังเงียบ ๆ แล้วเผยว่าเธอเองก็มีอดีตที่ผูกติดกับหอพักนี้ เธอเคยเห็นบางอย่างในคืนที่เพื่อนร่วมหอคนก่อนหายตัวไป แต่ไม่กล้าบอกใคร
ทั้งคู่เริ่มสืบหาความจริง ยิ่งค้นก็ยิ่งพบว่าทุกคนในหอมีความลับ บางคนพูดถึงเสียงแปลก ๆ ตอนกลางคืน บางคนบอกว่าเคยเห็นเงาผู้หญิงผมยาวเดินผ่านกระจกห้องน้ำ
วันหนึ่ง อุ้มตัดสินใจเปิดประตูห้องปลายสุดอีกครั้ง คราวนี้เธอได้ยินเสียงกระซิบดังขึ้นเรื่อย ๆ จนหูอื้อ เธอเห็นเงาผู้หญิงนั่งก้มหน้าบนเก้าอี้ไม้ ก่อนจะหายวับไปกับตา
เธอรีบออกมา แป้งรออยู่หน้าโถง สีหน้าแปลกไป
“ถ้าเธอเห็นอะไร…อย่าไปพูดถึง อย่าพยายามเข้าใจมัน” แป้งเตือนเสียงเบา
อุ้มลังเล แต่ยิ่งเธอพยายามเมินเฉย เสียงและภาพแปลกก็ยิ่งชัดเจนขึ้น
คืนหนึ่ง เสียงร้องไห้และเสียงลากเก้าอี้ดังขึ้นพร้อมกัน อุ้มอดทนไม่ไหวตัดสินใจตามหาเสียงไปจนถึงห้องน้ำรวม เธอเห็นเงาเลือนลางสะท้อนในกระจก เงานั้นยืนอยู่ข้างหลังเธอ
อุ้มเอื้อมมือจะเปิดไฟแต่ไฟดับลงทันที เสียงกระซิบดังขึ้นข้างหู “ทำไมไม่ช่วยฉัน…”
เธอล้มตัวลงกับพื้น น้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว
เช้าวันต่อมาอุ้มเริ่มพูดน้อยลงและหวาดระแวงทุกอย่าง เธอเห็นเงาเดินผ่านห้องน้ำ เงานั่งบนเก้าอี้ เงาหญิงสาวร้องไห้ ทุกอย่างเกิดขึ้นซ้ำ ๆ จนเธอไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังตื่นหรือฝัน
แป้งพยายามปลอบแต่ดูเหมือนแป้งเองก็เริ่มสั่นคลอน
วันหนึ่ง ป้าหลินมาสารภาพกับทั้งสองคนว่า คืนวันที่หญิงสาวห้องปลายสุดหายไป ไม่มีใครตามหา ไม่มีใครกล้าพูดถึง ทุกคนเลือกจะเงียบเพราะกลัวจะโดนคำสาปหอพัก
กลางดึก อุ้มและแป้งตัดสินใจช่วยกันเข้าไปในห้องปลายสุดอีกครั้ง เพื่อตามหาเบาะแสของหญิงสาวที่หายไป เมื่อเข้าไปในห้อง พวกเธอเห็นเงาผู้หญิงผมยาวนั่งหันหลังให้อยู่บนเก้าอี้เสียงร้องไห้ดังขึ้นชัดเจน
อุ้มพยายามพูดคุยกับเงานั้นแต่ไม่มีเสียงตอบกลับ แป้งเข้าไปใกล้ มือของเงานั้นเอื้อมมาจับแขนแป้งไว้แน่นก่อนจะกระซิบว่า “พวกเธอก็เหมือนกัน…ไม่กล้าพูด ไม่กล้าช่วย”
ทั้งสองคนตะลึงงัน เงาหญิงสาวค่อย ๆ เลือนหายไป เงียบงันปกคลุมห้องอีกครั้ง
หลังคืนนั้น เสียงแปลกประหลาดยังคงอยู่ แต่ทั้งอุ้มและแป้งตัดสินใจไม่หนีอีกต่อไป พวกเธอเลือกจะเผชิญหน้ากับความกลัวและช่วยกันดูแลเพื่อนร่วมหอคนอื่น ให้กล้าเปิดเผยความจริง ไม่ปล่อยให้ใครต้องเงียบอยู่ในเงามืดอีก
แม้เสียงในเงามืดจะไม่เคยหายไปจริง ๆ แต่อุ้มรู้สึกว่าเธอเริ่มยอมรับอดีตของตัวเอง และพร้อมจะใช้ชีวิตต่อไปโดยไม่ปกปิดความกลัวอีกต่อไป