ป่วนวิทยา: วุ่นเพราะคำโตของนาวิน
เสียงตะโกน ‘เอาไงดีวะ!’ ดังก้องในโถงกิจกรรมนิสิตของมหาวิทยาลัย กองแผ่นป้ายประกาศล้มพับเหมือนโดมิโน บูธสีส้มของชมรมดนตรีถูกม้วนหุ้มไว้ด้วยป้ายโปรโมตที่เขียนว่า “งานวัฒนธรรมสากล” โดยตัวอักษรคดเคี้ยวและมีรอยกาแฟเป็นเอกลักษณ์
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!นาวินวิ่งผ่านกลุ่มคนด้วยเสื้อเชิ้ตคับ ๆ ที่เพิ่งสวม เพราะเขาเพิ่งใช้เสื้อเชิ้ตของพี่ชายมาแก้หน้าเพราะเสื้อตัวเองเปื้อนน้ำส้มเขียวหวานจากร้านข้างทาง
นาวิน: “กูบอกว่าสื่อจะมา กูบอกแล้วไงว่ามีแขกรับเชิญ!”
ฝ้าย: “แขกรับเชิญที่ไหนวะ นี่คือชมรมบทเพลง อัดวีดีโอสมัครงานไม่ได้ยังไงเลยเหรอ”
ฝ้ายคือเพื่อนซี้ของนาวิน ใบหน้าจริงจังเหมือนแม่ค้าส้มตำเวลาคิดสูตร เธอมักใช้คำพูดสั้น ๆ แต่เจ็บแสบ
ฝ้าย: “พูดตามจริงนะ ลมๆ แล้งๆ ไปก่อน เดี๋ยวกรรมการทุนจะมาเห็น แล้วขอหลักฐาน แล้วกูจะ…”
มิก: “มิน่าล่ะ ผมเห็นโพสต์ในกลุ่ม ‘นักศึกษาคนดี’ ว่ามีนักศึกษาจากต่างประเทศจะมาแสดง แล้วมีการแจกของ!”
มิกเป็นคนที่ชอบวิเคราะห์ทุกอย่างเหมือนกำลังทำพรีเซนต์ชิ้นหนึ่ง เขาพูดเร็วและชอบยกสไลด์ขึ้นมาจินตนาการ
นาวินหยุดวิ่ง และพยายามทำหน้าไม่สะทกสะท้าน ทั้งที่ในใจเหมือนกระตุกอยู่กับเชือกของความจริงที่กำลังขาด
นาวิน: “เอ่อ… คือ… ผมไม่ได้บอกว่ามีคนดังระดับโลกนะ แค่ว่า… มีแขกรับเชิญจาก ‘สถาบันวัฒนธรรมระดับนานาชาติ'”
ฝ้าย: “นานาชาติ? แล้วชื่อเขาคืออะไร”
นาวิน: “ผมจำชื่อไม่ได้ แต่คือ…ดังหน่อย ๆ อ่ะ จำได้ว่าชื่อยาวมาก เป็นภาษาอะไรซักอย่าง…”
มิก: “อ๋อออ แบบนี้ต้องจัดตารางสัมภาษณ์ แล้วผมจะเสนอเรื่องงบประมาณ เพื่อถ่ายสารคดีสั้นด้วย”
ฝ้ายมองนาวินด้วยสายตาที่บอกว่า ‘ถ้าเราแพ้ครั้งนี้ ฉันจะไม่ปล่อยแกให้สงบนาน’ นาวินกลืนน้ำลายและยิ้มแบบไม่มั่นใจ
ฉากเปิดเรื่องจบลงกับเสียงโทรศัพท์ของคณบดีที่โทรมาตรวจสอบความคืบหน้าของงานวัฒนธรรมซึ่งนาวินรับหน้าที่ ‘ประสานงาน’ โดยบังเอิญ
คณบดี: “นาวิน ผมได้ยินมาว่าเราจะมีแขกรับเชิญจากสถาบันนานาชาติจริงไหม”
นาวิน: “อ๋อครับ จริงครับ เดี๋ยวผมจัดการให้เรียบร้อยเลยครับ!”
สายตาของนาวินตกลงกับป้ายโปรโมตที่มีรูปโลโก้ทำเองอย่างตั้งใจของเขาโลดแล่นในหัว
หลังจากวางสาย ทุกคนในชมรมพากันมองนาวินด้วยความหวังและความคาดหวังเหมือนเรือที่ผูกไว้กับเขา
นาวิน: “ได้โปรด เชื่อกูครั้งเดียว ทุนเขามีคอนเน็กชันจริง ๆ ผมเคยคุยกับคนที่เคย… เอ่อ… ผ่านทางอินบ็อกซ์”
ฝ้ายยกคิ้วสูง
ฝ้าย: “อินบ็อกซ์หรืออินสตาแกรมไลฟ์?”
มิก: “ยังไงก็ตาม เราต้องมีแผนสำรอง ถ้าคณะที่อื่นโทรมารบเราจะทำยังไง”
บทสนทนาแทรกด้วยไอเดียแปลกประหลาด เกือบทั้งหมดมาจากความกดดันที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และความกลัวของนาวินที่จะเปิดเผยความจริง
นาวินมีข้อบกพร่องชัดเจน: เขารักภาพลักษณ์ คำพูดของเขามีน้ำหนักต่อคนรอบข้าง และเมื่อเขาได้รับคำชม เขาจะทำทุกอย่างเพื่อรักษาสถานการณ์ แม้ว่าบางครั้งจะหมายถึงการโกหกเล็ก ๆ
เพียงไม่กี่วันหลังจากนั้น ความเข้าใจผิดเริ่มบานปลาย
มีอีเมลส่งมาจาก ‘สำนักงานนักศึกษาต่างชาติ’ ถามถึงตารางการต้อนรับแขก คนในคณะเริ่มเตรียมการอุปกรณ์ แผนผัง ฉาก และการถ่ายทอดสด
นาวิน: “ใครส่งอีเมลให้?”
มิก: “ส่งมาจากอีเมลที่ชื่อ ‘cultural_exchange@worldlink.ac’ ดูจริงมาก”
ฝ้าย: “และภายนอกมีสปอนเซอร์รายหนึ่งเสนอตั้งบูธอาหารนานาชาติฟรี เรามีอาหารแค่ส้มตำกับข้าวเหนียวกับไก่ทอด…”
นาวิน: “ไม่ต้องห่วง ผมจะหาคนพรีเซนต์อาหารนานาชาติเอง”
มิก: “เราให้ใครทำดีล่ะ”
นาวิน: “ผมมีเพื่อนจากชมรมภาษาญี่ปุ่น… ตอนรับนานาชาติเขาจะมาแน่นอน”
ความจริง: นาวินไม่เคยแลกเปลี่ยนกับชมรมภาษาญี่ปุ่น นาวินมีเพื่อนคนนั้นในเฟซบุ๊กคนเดียวซึ่งทุกอย่างมีแค่รูปกดไลก์เมื่อสองปีที่แล้ว
ฝ้าย: “นาวิน แกไม่ต้องติสท์ ขอแบบจริง ๆ ก็ดีเหมือนกัน”
นาวิน: “กูรู้ แกว่ากูบ้ารึเปล่า”
ฝ้าย: “บ้าแบบมืออาชีพ และกูจะรอดูว่ามืออาชีพของแกจะทำอะไรออกมา”
สถานการณ์ไต่ระดับเป็นสายฟ้าที่ไม่มีที่สิ้นสุด ใบประกาศถูกแจกไปทั่ว วิชาบังคับยังขอให้ชมรมของนาวินทำโชว์เพื่อเชื่อมโยงกับวิชาเรียน การสัมภาษณ์กับนักข่าวนิสิตถูกนัดไว้ และคณบดีก็สัญญาว่าจะมีเกียรติบัตรพิเศษให้กับผู้จัดงาน
วันที่งานใกล้เข้ามา ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นเหมือนหม้อต้มที่ฝาปิดไม่สนิท
นาวินนั่งอยู่ในห้องเตรียมงานกับเพื่อน ๆ คืนก่อนงาน เขามองไปยังสคริปต์ที่เขียนว่า “ต้อนรับแขกจากสถาบันนานาชาติ” และไม่มีชื่อแขกจริงสักคน
มิก: “เราต้องหาคนมาเป็นแขกจริง ๆ ให้จบเรื่องนี้”
ฝ้าย: “หรือไม่ก็ตัดคำว่า ‘นานาชาติ’ ออก แล้วเรียกว่าการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมแบบ ‘ซอยใกล้เคียง'”
นาวินหัวเราะอย่างปัด ๆ แต่ในใจรู้ว่าทางออกไม่ง่ายอย่างนั้น
นาวิน: “ถ้ามีใครสักคนที่ดู ‘นานาชาติ’ หน่อยล่ะ? ไม่จำเป็นต้องเป็นนักดนตรีหรือเซเลบ แค่หน้าตา มีสำเนียงแปลก ๆ หน่อยก็ดี”
ฝ้ายมองมิก
ฝ้าย: “มิก นายพูดภาษาอังกฤษได้เหมือนสำเนียงฝรั่งมากอยู่แล้ว”
มิก: “ผมมีสำเนียง… สำเนียงชั้นสูงของชีวิตถ้วยกาแฟอเมริกาโน่”
เสียงหัวเราะยามดึกเปลี่ยนเป็นแผนการอย่างจริงจัง
แผนเบื้องต้น: ให้มิกแต่งตัวเป็นแขกจากต่างประเทศ แถมใส่แว่นขนาดใหญ่แล้วพูดสำเนียงหลากหลาย ผสมผสานกับการใช้ศัพท์วิชาการ ทำเป็นคนรู้กว้างอย่างน่าเชื่อถือ
ฝ้าย: “แล้วใครจะดูแลเรื่องภาษาอื่น ๆ”
นาวิน: “เราจะใช้การแสดงผสม มีทีมแปลสด แล้วก็โทรหาอาจารย์ในชมรมภาษาที่พอช่วยได้”
มิกทำหน้าตาจริงจังราวกับกำลังจะไปสัมภาษณ์งานระดับชาติ
มิก: “พรุ่งนี้ผมจะออกไปหาชุด ตัวผมจะเป็น ‘โปรเฟสเซอร์ชาร์ลส์’ ซึ่งมีผลงานวิจัยเกี่ยวกับเสียงร้องจากท้องถิ่น”
ฝ้าย: “และถ้าคนจริง ๆ มาเจอจะทำยังไง”
นาวิน: “เราต้องมั่นใจและเชื่อมั่นในบทของเรา ถ้าเราแสดงจริงใจ เขาก็จะเชื่อ”
เพื่อน ๆ ยิ้ม แต่สายตานาวินเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
เช้าวันงาน มหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยแสงแดดและเสียงอธิบายการจัดงานจากผู้ประกาศเช้า
บูธต่าง ๆ ถูกตกแต่งจนแทบจะกลายเป็นถนนแห่งชาติของวัฒนธรรม ทั้งเต้นรำ อาหาร และงานฝีมือ
มิกเดินออกมาพร้อมผมย้อมสีปลอม แว่นใหญ่ และคัมภีร์วิจัยปลอมยืมมาจากห้องสมุด เขาเดินด้วยความมั่นใจราวกับปุโรหิตในเทศกาล
มิก: “สวัสดีครับ ท่านผู้มีเกียรติ ผมคือโปรเฟสเซอร์ชาร์ลส์ จากสถาบันวัฒนธรรมโลก (ผมแค่เดินเลือกคำสุภาพแบบสุภาพ)”
ผู้ชม: “โอ้โห!”
นาวินยืนอยู่ข้างหลังเหงื่อซึม แต่มีรอยยิ้มปะติดปะต่อ
พิธีการดำเนินไปอย่างราบรื่นจนกระทั่งช่วงสัมภาษณ์สดกับ
📖 อ่านเรื่องสั้น นิยาย และการ์ตูนฟรี
https://taleplotter.com
🌐 ติดตามผลงานและเว็บไซต์ในเครือ
📖 นิยายและการ์ตูน
https://taleplotter.com
🛒 ไอเดียสินค้าและรีวิว
https://theideaofproducts.com
🍳 สูตรอาหาร
https://dinnerstudio.net
📚 บทเรียนคณิตศาสตร์
https://infinitytutor.org
🎨 สินค้า POD และงานออกแบบ
🛍️ Redbubble
https://grafititee.redbubble.com
👕 TeePublic
https://tee.pub/lic/Grafititee
✨ ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนผลงานครับ
Tags: มหาวิทยาลัย, เพื่อนซี้, ความเข้าใจผิด, การเติบโต, คอมเมดี้ไทย