แสงดาวในคืนเศร้า
เสียงดนตรีฮิปฮอปดังก้องในอากาศขณะที่กลุ่มวัยรุ่นยืนอยู่ที่มุมถนนคอสะพานที่มีแสงไฟนีออนสว่างจ้า มีนมองไปที่เพื่อนๆ ของเธอที่กำลังหัวเราะและเต้นไปตามจังหวะ สารภาพตามตรง เธอรู้สึกโดดเดี่ยวในเหตุการณ์นี้ ถึงแม้จะอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายก็ตาม
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“มึงเป็นอะไร มีน?” จอห์น เพื่อนซี้ของเธอถามขึ้น เขายิ้มแต่แววตาก็เต็มไปด้วยห่วงใย มีนแค่ส่ายหัว พร้อมกับยิ้มอย่างขมขื่น “ไม่อะไรหรอก แค่เหนื่อย”
จอห์นยิ้มกลับ “เหนื่อยแล้วยังมาทำตัวเศร้าอีกกูไม่เข้าใจ” คำพูดของเขาทำให้มีนต้องหัวเราะเบาๆ ขณะที่เสียงดนตรียังคงบรรเลง
ทว่าความเศร้าของมีนก็ไม่ได้หายไปไหน เธอยังคงมองไปที่ฟ้า ส่องแสงดาวที่กระจายออกมา ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังในชีวิตอันมืดมนของเธอ ในขณะที่กลับบ้าน เธออ้างว่าไปหาซื้อของ “ขอโทษนะ ฉันต้องกลับไปแล้ว”
เสียงรถยนต์ที่ผ่านไปดังขึ้นข้างๆ เธอรู้สึกว่าจะได้หลีกหนีจากสถานที่นี้ แต่ใจทดท้อเมื่อคิดถึงบ้านที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดระหว่างพ่อแม่ ที่กำลังเถียงกันเสียงดังอยู่ในห้องนั่งเล่น
“เธอก็เหมือนตัวหนีไฟ ไปล่ะ เพราะเธอกำลังได้อารมณ์อยู่ ” จอห์นพูดขำๆ แต่มีนก็รู้ว่าเขาพูดแบบไม่จริงจัง แต่ก็รู้สึกขอบคุณอยู่ในใจ
ค่ำคืนขณะเดินเข้าบ้านเหมือนพายุลูกใหญ่ท่ามกลางบ้านอันเงียบสงบ มีนได้ยินเสียงบ่นอุบอิบมาจากห้องนั่งเล่น ตึกตัก! แต่ก็เลือกที่จะไม่เข้าไป บางแม้อยากเข้าไปปลอบใจ แต่ก็กลัวไม่สามารถช่วยอะไรได้
หลังจากคืนแห่งการหลบหนีมาอย่างยาวนาน วันต่อมาก็เริ่มต้นใหม่นี้ด้วยการมองโลกใหม่ของมีน เธอตัดสินใจที่จะเข้าไปพูดคุยกับพ่อ ซึ่งตอนนี้นั่งอยู่คนเดียวในห้องนั่งเล่น
“พ่อคะ…” มีนพูดเบาๆ ขณะที่เดินเข้าไปหาพ่อ พ่อของเธอเริ่มหันหน้ามาหา และแสดงสีหน้าผิดหวังแรงกล้าในตอนก้าวเข้ามา
“ฉันควรจะเป็นพ่อที่ดีขึ้นได้แล้ว” เขาพูดขึ้นเสียงแหบ มีนเห็นน้ำตาในดวงตาพ่อของเธอ
หลังจากนั้น มีนได้ร่วมพาพ่อออกไปหาเปิดเผยเรื่องราววัยเด็กที่ยากลำบาก เพื่อลงเอยกับการสร้างความผูกพันที่ใกล้ชิดขึ้น โดยใช้เวลาเพื่อสื่อสารผ่าน “คำถามที่สั่นสะเทือน” เช่น “ทำไมคุณถึงเลือกที่จะดื่ม?” ซึ่งพ่อก็ได้ตอบอย่างซื่อสัตย์ว่า “เพื่อปิดบังบาดแผลทางใจ!”
บทสนทนานั้นเป็นแสงสว่างให้มีนเห็นชัดว่าบาดแผลในใจของแต่ละคนไม่ต่างกัน บางสิ่งลึกๆ ที่ปล่อยมันออกมามาอย่างแทบไม่รู้ตัว ฝนที่ตกลงมาก็เป็นตัวแทนให้รู้ว่าการอยู่ร่วมกันนั้นสัมพันธ์กันในความเศร้านั้น รอวันที่ฝนหยุดและแสงแดดกลับมา
ในขณะที่การบาดเจ็บจากคำพูดที่ทะเลาะกันและการทำร้ายหัวใจในอดีตเป็นสิ่งที่ยากจะคืนกลับมา แต่เวลาที่บำบัดนี้ก็ได้สร้างรอยยิ้มให้ทั้งสองคนได้โดยไม่มีความโกรธเคืองหรือการตำหนิ
“พ่อจะพยายามอีกครั้ง” พ่อยิ้มให้แล้วกอดที่อบอุ่นซึ่งเป็นสิ่งที่มีนต้องการมากที่สุด
หญิงสาวนั่งมองขึ้นไปที่ดาวเหมือนกลายเป็นความหวังที่ไม่เคยสูญหายไปอยู่แล้ว วันเวลาผ่านไป พ่อและลูกได้ตัดสินใจสร้างวันหยุดใหม่ร่วมกันแทนการซ่อนตัวอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยเงามืด…
คืนที่ดาวลอยอยู่สูงเหนือฟ้าจะเป็นคืนที่ทำให้เธอรู้ว่า สิ่งที่ไกลออกไปก็อาจจะคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เราควรจะเดินไปหา