เงาสะท้อน
ท้องฟ้ามีสีส้มอมทองจากแสงแดดที่กำลังจะลับขอบฟ้า สายลมเย็นโชยมาจากคลองที่บรรจบกันกับทะเลสาบข้างๆ บ้านของพวกเขา สุวิทย์ เด็กหนุ่มวัยสิบห้าต้องคืนบ้านหลังจากเหตุการณ์ยิงกันในกรุงเทพฯ ที่ทำให้เขาเสียแม่ไปอย่างกะทันหัน ความรู้สึกที่ท่วมท้นซึ่งผสมกับความโกรธแค้นเอาความรู้สึกนั้นไปไว้ที่ไหนไม่ได้ ผู้ชายคนหนึ่งในความทรงจำของแม่ยังคงสลักอยู่ในใจเขา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เขานั่งอยู่บนชานบ้าน ตั้งใจฟังการสนทนาของญาติผู้ใหญ่ที่พูดถึงเหตุการณ์นั้นอย่างลับๆ ไม่มีใครเอ่ยชื่อชายคนนั้น แต่เขาคือที่มาของความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในชีวิตพวกเขาทั้งหมด
“เขาคือเงาในชีวิตของพวกเรา” ป้าลักษณ์พูดด้วยเสียงแผ่ว ขณะที่ทุกคนรอบข้างเงียบเสียงอยู่
ท่ามกลางความเงียบ สุวิทย์เคาะนิ้วเหนือพื้นไม้ที่เต็มไปด้วยฝุ่น การถีบตัวเองขึ้นเพื่อตามหาความจริงเกี่ยวกับความตายของแม่กำลังเบิกบานในใจ “ถ้าฉันรู้ว่าเขาคือใคร ฉันจะต้องมีวิธีจัดการ” คำพูดเหล่านี้วนเวียนในหัวอย่างไม่หายไป
วันเวลาผ่านไป สุวิทย์ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเดินไปตามชายฝั่งคลองที่มีชีวิตชีวา พบกับเด็กชายกลุ่มเดียวกันที่เคยอยู่กับเขา เล่นฟุตซอลและมีกิจกรรมสนุกสนานร่วมกัน ความรู้สึกดีกลับคืนมาท่ามกลางความเศร้าที่มากมายแต่เพียงชั่วคราว
ด้านหนึ่งของโรงเรียนมีเด็กสาวคนหนึ่งชื่อเดือนเต็มที่เต็มไปด้วยความสดใส เธอมักรอคอยเขากลับจากโรงเรียน แล้วพาไปเดินเล่นริมคลอง สุวิทย์ไม่แน่ใจว่าบทสนทนาของพวกเขาจะเลื่อนไหลไปในทางความสัมพันธ์อย่างไร แต่ที่แน่ๆ มิตรภาพก็เริ่มผลิบาน
“ทำไมถึงไม่ค่อยคุยกับเราล่ะ?” เดือนได้ถามเมื่อวันหนึ่งในขณะที่พวกเขานั่งอยู่บนไม้กระดานที่ตั้งอยู่เหนือคลอง โอ๊ย! มาทำให้เขาต้องนึกถึงความจริงเกี่ยวกับตัวเขาและความรู้สึกในใจ
“เพราะมีสิ่งหนึ่งที่อยู่ในใจ และคิดว่ามันไม่ควรพูด” เขาตอบกลับไม่เต็มเสียง
การตอบสนองของเดือนเต็มคือการยิ้มและเธอจับมือเขาไว้ “เราจะรอจนนายพร้อมนะ”
ทว่าบ้านของเขากลับต้องพบกับความตึงเครียดในไม่ช้า เมื่อข่าวการลงโทษผู้กระทำความผิดในคดีที่เกิดขึ้นครั้งนั้นกระจายออกไป ทุกคนในชุมชนเดือดพล่าน
สุวิทย์รู้ว่าเขาต้องตัดสินใจ เขาไม่อยากให้ความรู้สึกนี้ก้อนหนาเข้ามาแทนที่ความรู้สึกดีๆ ที่เขามีกับเดือนเต็มเลย เขามีทางเลือกระหว่างการเอาชนะในความแค้น หรือเลิกปฏิเสธความรักซึ่งเป็นสิ่งที่ยังคงสดใสอย่างสม่ำเสมอ
วันหนึ่งเมื่อเขาตั้งใจแน่วแน่ มันคือคืนที่เขาไปพบกับตำรวจที่เป็นคนจับผู้ชายคนนั้นได้ ข้างชานบ้านก็มีเสียงของเดือนเต็มนั่งอยู่ข้ามจากเขา สุวิทย์ต้องทำให้การตัดสินใจในใจของเขาชัดเจนขึ้น เพื่อให้เธอสามารถเข้าใจ ได้เวลากลับไปยังความทรงจำของแม่ที่เต็มไปด้วยรักและความปรานี
การเลือกที่เขาตัดสินใจในวันนั้น ทำให้เขากลับมามองย้อนนึกถึงมิติใหม่ของความรัก มิติที่เขาต้องเลือกเส้นทางที่จะมีแต่ความคับแค้นใจหรือเส้นทางที่เต็มไปด้วยการยกโทษ
ในที่สุด สุวิทย์ถอดใจกับความเคียดแค้น ทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็เพื่อให้เขาเปิดใจเป็นสุขอีกครั้ง เขาแน่ใจว่าชีวิตนั้นมีค่าเกินกว่าที่จะจมอยู่กับความแค้นที่มาบีบคั้น
ครอบครัวของเขากลับมารวมตัวกันอีกครั้ง แม้จะมีร่องรอยของความเจ็บปวด แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเขาสามารถฟื้นฟูความรักให้กลับมาได้อีกครั้ง
คืนสุดท้ายก่อนเดินทางไปกรุงเทพฯ สุวิทย์ยืนอยู่กลางตลาดเก่ากับเดือนเต็ม ประเด็นการพูดคุยนับจากนี้จะวนเวียนอยู่กับความหวัง เรื่องราวที่ยังไม่จบได้ตั้งอยู่บนถนนที่พวกเขาเดินไปด้วยกัน ชีวิตใหม่ที่กำลังรอคอยอยู่ในอนาคต