ความรักในเมืองใหญ่
เสียงเพลงจากห้องคาราโอเกะดังไปทั่วทั้งซอย ทำให้บรรยากาศเหงาในยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครดูสดใสขึ้น เมื่อการเปลี่ยนแปลงกำลังมาถึงที่หน้าร้านนั้น สายตาที่มองผ่านเข้ามาในร้านแห่งหนึ่งเป็นสายตาของหญิงสาวคนหนึ่งที่ชื่อ ‘มีนา’ และหนุ่มใหญ่อย่าง ‘หรั่ง’ ที่นั่งอยู่หลังไมค์ จราจรบนถนนยามค่ำคืนดูเหมือนจะไม่มีวันหยุด สารพัดรถยนต์ แต่สิ่งที่มีนาสนใจอยู่ตอนนี้คงจะเป็นเสียงดนตรีและการแสดงของหรั่งมากกว่า
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!มีนาเป็นสาวจบใหม่ที่มีความฝันเรื่องการเปิดกิจการเล็กๆ แต่ตอนนี้เธอต้องทำงานในร้านอาหารของแม่เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ มีเวลาเล่นกับฝันของตัวเองน้อยมาก จนกระทั่งคืนหนึ่งเธอได้พบกับหรั่ง หนุ่มนักร้องที่มายืนขับกล่อมเพลงในคืนสีสันสดใสนี้
“เสียงดีจัง” มีนาพึมพำกับตัวเองขณะที่เธอยิ้มได้อย่างไม่รู้ตัว หรั่งจากเวทีหันมาที่เธอ พูดเสียงดังพอให้เธอได้ยิน “ขอบคุณครับ ถ้าเป็นอาทิตย์หน้า อย่าลืมมาเชียร์ผมอีกนะ”
การเริ่มต้นของการพบกันในคืนที่คนมากมายรวมตัวกันทำให้หัวใจของมีนาเต้นแรง ไม่ใช่เพียงแค่เสียงเพลง แต่คือความรู้สึกที่เธอไม่สามารถกดมันเอาไว้ได้ เธอพยายามสร้างเรื่องราวและคำพูดของตนเองให้เติมเต็มความฝันของตัวเอง แต่ตอนนี้กลับล่าช้าหลงทาง
วันต่อมา เมื่อนั่งทำงานที่ร้านอาหาร เธอได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนสนิทช่วงมัธยมของเธอที่ชื่อ ‘ดา’ “เมื่อไรแกจะไปดูการแสดงของหรั่งอีก” ดากระซิบ “เขาดูเหมือนจะสนใจแกนะ” มีนาหัวเราะเล็กน้อย รู้ว่าเธอเป็นคนตื่นเต้นได้ง่าย แต่ความรู้สึกนี้เริ่มเข้ามาในจิตใจของเธอ
เวลาผ่านไป มีนาเริ่มเห็นว่าหรั่งกล่าวถึงเธอในเพลงที่เขาร้อง เอ็นดูเธอตรงไหนทำให้ในการแสดงของเขา เธอเริ่มที่จะมาที่สถานที่ทำงานของเขามากขึ้น จนกลายเป็นความรักที่ซ้อนซับไว้ด้วยความลับที่ยากจะออกมาเป็นคำพูด
อย่างไรก็ตาม ในวันหนึ่งที่มีนาตัดสินใจที่จะสารภาพรักกับหรั่ง เธอสวมชุดตามสไตล์ที่เขาชอบ จนแสงไฟนีออนสะท้อนอยู่ในดวงตาของเธอ เธอเห็นหรั่งนั่งอยู่บนโต๊ะในบรรยากาศที่เงียบสงัดมีเพื่อนของเขานั่งอยู่รอบตัว
“คืนนี้อาจจะไม่ใช่คืนที่ดีที่สุด แต่ฉันมีเรื่องจะบอก” มีนาเริ่มต้นข้อความ “ฉัน…” แต่แทนที่เธอจะพูดจบ หญิงสาวกลับเห็นหรั่งตัวขึ้นไปบนเวที และเริ่มไล่ตามความฝันของเขา ณ จุดนั้น เธอรู้สึกถึงความกดดัน
สุดท้ายแล้วแล้วมีนาเลือกที่จะออกห่างโดยไร้การบอกลา เจ็บปวดจากการตั้งใจที่จริงจะแสดงความคิดเห็น แต่กลับตรงกลับกัน มีนารู้สึกเหมือนโดนทิ้งกลางอากาศยังคงได้ยินเพียงเสียงเพลงดังอยู่เสมอ
การใช้ชีวิตบนพื้นฐานของความรู้สึกที่สับสนสับสนทำให้เธอคิดว่า เป็นความรักที่ไม่มีวันได้มา มีนาไม่มีทางรู้ว่าเขากำลังคิดถึงเธอหรือเปล่า และใช้วิธีที่ไม่ให้คำนึงถึงอารมณ์ได้เกิดขึ้นที่วงรอบของชีวิต
ในที่สุดมีนาพบว่าหรั่งมากมายแต่ละคนจะบอกเรื่องราวของคนรู้ใจของตนเองต่อไป จนต่อมาแค่มาเห็นกันในงานเทศกาลปีใหม่ที่การแสดงต่างๆ เกิดขึ้น และมุมมองของการเริ่มต้นใหม่ จบลงอย่างเป็นทางการ
เมื่อเสียงดนตรีบรรเลงอย่างช้าๆ มีนานั่งอยู่คนเดียวในห้องแห่งหนึ่งที่มีการจัดแสดงในขณะเดียวกัน นึกถึงเรื่องราวทั้งหมด และความรักที่วุ่นวาย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต เมื่อเธอได้กลิ่นอาหารของแม่ เธอจึงพูดในใจว่านี่แหละคือความรักที่เธอยอมรับได้
ทั้งชีวิตนี้แม้จะวุ่นวายไปบ้าง แต่การจำนงจะทำให้ทุกชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในครั้งหน้า ว่าเวลาที่อยู่กับคนเธอรักจะยังคงสดใส มีค่ารอคอยอยู่ที่ปลายทางหนึ่งเสมอ