ความรักที่ถูกขโมย
แสงอาทิตย์กำลังส่องสว่างที่กรุงเทพมหานครในเช้าวันพุธที่วุ่นวาย เสียงบีบแตรจากรถบนถนนประดังประเดเข้ามาพร้อมกับกลิ่นของอาหารขายริมทาง เมฆมายืนรออยู่ที่ป้ายรถเมล์ ใจหนึ่งเต็มไปด้วยความหวังที่จะพบกับฝนเพื่อนรักที่เขาเคยจากไปนานแต่กลับบ้านในช่วงวันหยุดเรียนนั้น
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เมื่อเห็นรถเมล์ค่อย ๆ เลี้ยวเข้ามาจอด เมฆอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเมื่อครั้งที่เขากับฝนเคยมาด้วยกันที่นี่ บางทีวันนั้นอาจจะเป็นวันที่ดีที่สุดในชีวิตเขา จนกระทั่งได้ย้ายไปเรียนในเมืองใหญ่และความสัมพันธ์ก็เริ่มห่างเหิน
“เมฆ!” เสียงฝนดังขึ้นขณะที่เธอก้าวลงจากรถ เมฆหันไปเจอเธอผมยาวสยายและยิ้มหวาน เขาแทบไม่เชื่อว่าพวกเขาจะได้พบกันอีกครั้ง แต่เมื่อมองไปที่ฝน เขารู้แล้วว่าหัวใจของเขายังคงอยู่กับเธอ
“เธอเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ” เมฆพูดด้วยรอยยิ้ม แม้จะมีความรู้สึกหวานซึ้งแต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงระยะห่างที่เกิดขึ้น
“ก็แค่นิดหน่อยเอง” ฝนตอบพลางลังเลก่อนที่จะบอกต่อ “ได้ฟังว่าหลายคนที่เรียนในเมืองมักจะลืมคนที่อยู่ที่นี่” น้ำเสียงของเธอมีความเศร้าเล็กน้อย
เมฆยิ้มขม ขอโทษตัวเองที่ต้องตอบว่าหลังจากเขาได้ไปเรียน พวกเขาก็เริ่มจางหายไปจากความทรงจำของกันและกัน
ทั้งสองเดินทอดน่องไปตามถนน ขณะที่ฝนเล่าถึงชีวิตในเมืองเล็ก ๆ ที่พวกเขาเคยเล่นด้วยกัน เมฆฟังอย่างสนใจ ไม่อยากให้เวลาอันมีค่าหายไป แต่ความจริงที่ว่าเขาพลาดการเติบโตของฝนทำให้เขาหมดหวังกว่าเดิม
ทั้งคู่ตัดสินใจจะไปหาชาเย็นเหมือนในวัยเด็ก โดยนั่งรถจักรยานยนต์คันเก่าของฝน เสียงรถจักรยานยนต์สะท้อนในอากาศกรุงเทพฯ ทำให้เมฆนึกถึงวันเหล่านั้นเมื่อความรักและมิตรภาพของพวกเขาไม่ได้มีอุปสรรค
กรุงเทพในใจกลางของมันเต็มไปด้วยสีสันและเสียงที่ดังก้องอยู่รอบตัว แต่ทั้งสองกลับรู้สึกเหมือนได้อยู่ในโลกของตัวเองเมื่อถึงร้านขายชาเย็นอันเป็นที่โปรดปรานแต่ถูกลืมไป
ขณะนั้น มีเสียงหัวเราะดังมาจากกลุ่มนักศึกษาในร้าน กว่าที่ทั้งสองจะสั่งชาเย็นได้ เสียงหัวเราะนั้นทำให้เมฆรู้สึกเหมือนมีความสุขในที่ที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เจอกับฝนอีกครั้ง
“นี่ละที่เราเคยมา!” เมฆตะโกนด้วยสีหน้าชื่นมื่นและความตื่นเต้น มีความรู้สึกของความสัมพันธ์ที่เคยเปล่งประกายกลับมาอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อทั้งคู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น เมฆไม่สามารถหักห้ามใจจากความรู้สึกที่มีต่อฝนได้ ในขณะที่เธอก็กำลังเข้าใจถึงความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ในใจของตัวเอง และความรักที่เกิดขึ้นนี้ช่างยากที่จะอธิบาย
เหตุการณ์พลิกผันเมื่อเมฆพบว่าเขาไม่เพียงต้องเผชิญกับความรู้สึกของตัวเองเท่านั้น แต่ยังต้องรับมือกับความคาดหวังจากครอบครัวของฝนที่ไม่ยินดีให้เธอคบกับเขาเพราะเชื่อว่าการเรียนในเมืองจะมีอนาคตที่ดีกว่า
เมฆเริ่มรู้สึกถึงอุปสรรคที่แท้จริง ขณะเดียวกันเขาก็เริ่มเข้าใจว่าฝนเองก็มีความอึดอัดจากความคาดหวังของพ่อแม่ เมฆตัดสินใจจะช่วยฝนให้เธอทำตามความฝันที่เธออยากเป็น
การสอบที่ตึงเครียดเข้ามาให้อยู่ในทุกขณะ แต่มิตรภาพและความรักทำให้เมฆกับฝนแน่นแฟ้นอย่างไม่คาดคิด การสร้างความฝันให้สำเร็จในชีวิตนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้แต่พวกเขาก็เติบโตและเข้าใจกันมากขึ้นผ่านอุปสรรคที่มี
เมื่อถึงกลางเทอม ความกดดันกลับมาอีกครั้ง ก่อนการสอบนัดใหญ่ เมฆเริ่มรู้สึกว่าความรักระหว่างเขาและฝนกำลังจะถูกทดสอบจริง ๆ เขาจึงตัดสินใจจะบอกสิ่งที่เขาเก็บไว้ในใจมานาน
ใต้แสงไฟที่สลัว คืนหนึ่ง ทั้งสองนัดพบกันที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เสียงน้ำไหลซัดเข้าใส่ขอบเขต ทำให้บรรยากาศมีอารมณ์ที่ตึงเครียดยิ่งขึ้น ฝนเริ่มตั้งข้อสงสัยว่าเมฆจะพูดอะไร สายตาเขากลับเฟ้นหาคำตอบในหัวใจของตัวเอง
“ฝน… ฉัน… ฉันรักเธอ” เมฆพูดอย่างสั่นเสียง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความคิดถึงและความรักที่มีอยู่แต่ไม่สามารถจะเผยออกมาได้ การพูดนี้มีพลังที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรง
ฝนมองลึกเข้าสู่ดวงตาของเขา น้ำตาไหลออกมาตามความรู้สึกที่มาถึง ในที่สุด เธอก็ยอมรับความรักที่ยังคงอยู่ จนกระทั่งเธอพูดว่า “ฉันก็รักนาย”
แต่ความรักนี้กลับไม่สามารถอยู่รอดได้โดยไม่มีอุปสรรค เมฆต้องคืนกลับไปที่ชีวิตในเมืองซึ่งเต็มไปด้วยความกดดันในการเรียน ขณะที่ฝนกลับเข้ามาสู่โลกที่เต็มไปด้วยหน้าที่เขียนบทเรียนที่รออยู่
เมื่อวันนั้นมาถึง เมฆต้องกลับไปเรียนในเมืองและฝนต้องรับมือกับความคาดหวังจากครอบครัว ทั้งสองต้องแยกจากกันอย่างไม่มีที่ติดต่อ เมฆรับรู้ว่าที่กรุงเทพมหานครคือชีวิตที่เขาต้องเผชิญ เมฆจึงได้กลับตัวกลับใจและพยายามปรับตัวเข้ากับชีวิตที่แตกต่าง
เมื่อโอกาสผ่านไป ฝนกลับต้องการไปติดตามเมฆที่เมืองใหญ่ แต่การตัดสินใจจากพ่อแม่กลับขัดขวาง เธอต้องทำตามความคาดหวังที่จะเป็นดาราในวงการบันเทิง แต่ความฝันและชีวิตกลับขัดแย้งในท้ายที่สุด เธอก็ถูกเดินแยกจากกัน
เวลาผ่านไปทั้งคู่พยายามรั้งรักกันอยู่ แม้จะมีการติดต่อกันผ่านโลกออนไลน์และโทรศัพท์ แจ้งข่าวคราวให้รู้ถึงกันอยู่ แต่การเปลี่ยนแปลงกลับมีมากมายในเวลานั้น เมฆรู้สึกว่าความสัมพันธ์นี้เริ่มต้องเผชิญกับความท้าทายที่ทุกคนก็ไม่สามารถคาดเดาได้
ผ่านไปปี เมื่อความหวังเริ่มหยุดชะงัก เมฆกลับต้องเลือกเส้นทางที่จะทอดตัวไปกับอุปสรรค และในที่สุดเขาได้พบกับละครที่ออกอากาศทางเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวของการรอคอย เขาใฝ่ฝันว่าฝนจะได้เห็นอีกครั้ง แต่มันอาจไม่เป็นจริง
คืนหนึ่ง เมฆได้พบกับบทละครที่นำเสนอเกี่ยวกับความรักที่ต้องรอคนรัก ในขณะที่ให้โอกาส และในครั้งนี้เขานึกขึ้นได้ว่าไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร พวกเขาจะไม่เคยตัดสินใจเพียงคนเดียว
การกลับมาพบกันในรอบสองปีที่สำคัญนั้นเกิดขึ้น เมฆเองไม่รู้ว่าฝนจะมีอารมณ์อะไรก็ตาม เมื่อยอดเมื่อคืนเขาฝันเห็นเธอและเขากลับรู้สึกว่าเขาแค่เพียงเริ่มต้นใหม่แล้วจะต้องไม่เสียความรักที่มีต่อกัน
เมฆหารือกับเพื่อน ๆ ถึงวิธีค้นหาฝน จนในที่สุดได้รู้ว่าฝนได้รับโอกาสในการแสดงในละครเวทีที่สำคัญ ในวันนั้นเขาซื้อบัตรไปชมการแสดง ทั้งหัวใจของเขาตื่นเต้นที่จะได้พบกับฝนอีกครั้ง
เมื่อได้เห็นฝนบนเวที เมฆรู้สึกว่าเธอยิ่งงดงาม และแรงดลใจที่เขามีต่อกันกลับมาอีกครั้ง ในที่สุดเขาได้รวมคำพูดที่อยู่ในใจมาเป็นสารภาพรัก เมื่อแสงไฟดับลง เขาจึงโปรยกุหลาบไปยังเวทีระหว่างการแสดง สะท้อนได้ถึงความรักที่บริสุทธิ์ที่ไม่เคยเลือนหาย
ในที่สุด ทั้งสองได้พบกันอีกครั้งใต้แสงไฟวับวาบ ที่บาร์แห่งหนึ่ง เมฆมองฝนตาแดง ๆ ในขณะที่เธอเก็บใจส่วนใหญ่ไว้ตลอดเวลา เรื่องราวนี้ไม่มีวันจบจิตใจของทั้งคู่ยิ่งประกบกันมากขึ้น รอคอยความหวัง และซาบซึ้งถึงความรักที่ไม่เคยมีที่มาของนัยห์
ในที่สุดทั้งสองก็ตัดสินใจที่จะเดินไปด้วยกัน ไม่ใช่ในเส้นทางที่ถูกต้อง แต่ว่ามีความรักที่เต็มไปด้วยความเข้มแข็ง ที่ได้ผ่านอุปสรรคมากมายกลับสู่กัน
“ฉันจะไม่ปล่อยนายไป” เมฆพูดความหวังนี้เป็นสิ่งที่พวกเขาต้องต่อสู้เพื่อจะรักษาความรักไว้<\/p>