แมวแห่งสายลม: บันทึกคืนน้ำตา
“มึงกลัวผีจริงหรือ ปาย?” เสียงกังสดาลถามเบา ๆ ขณะดวงตาของเธอจ้องสว่างวาวในความมืดแคบของซอยริมท่าน้ำ หมอกหนาทึบไหลอ้อยอิ่งผ่านหลังตึกเก่า ตะเกียงน้ำมันในมือปายส่องแสงสว่างวูบวาบบนถนนหินขรุขระ เด็กชายวัยสิบห้าปีลูบแขน บ่นกับตัวเองไม่หยุด
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ผีอะไรล่ะ…กูแค่…ไม่คุ้นที่นี่” เขาโกหก ปกติปายหลีกเลี่ยงซอยนี้ทุกครั้ง แต่คืนนี้ กังสดาลชวนให้เขามาด้วยเหตุผลแปลกประหลาด—เธอบอกว่าคืนนี้จะมี ‘อะไรบางอย่าง’ ปรากฏตัว
“ถ้าไม่กลัวก็เดินหน้าไปก่อนเลยสิ” กังสดาลแค่นหัวเราะ สีหน้าเธอแปลกกว่าทุกคืน เงาของลมทะเลทำให้เธอดูเกรี้ยวกราด ทั้งที่โดยปกติมักอ่อนโยนกับเขาที่สุดในกลุ่มเพื่อน
“มึงแน่ใจไหมว่าต้องตรงนี้…” ปายพูดขึ้นตะกุกตะกัก เธอไม่ตอบ เพียงชี้ไปที่จุดใต้ต้นไทรหลังตึก เงาตะคุ่มของบางสิ่งพาดผ่านกองขยะเสื่อมโทรม ลมเย็นแปลบประหลาดปะทะต้นคอของปายจนเขาสะดุ้ง ไฟตะเกียงไหวริบหรี่ ร่างของแมวดำตัวใหญ่โผล่ใต้ต้นไทร มันมีดวงตาสีน้ำเงินอมเทา ทั้งดุดันทั้งเศร้าโศก
“นั่นแมว…ของใคร?” ปายพึมพำ
“มันไม่ใช่แมวของใคร” กังสดาลกระซิบ สีหน้านิ่ง “ตั้งแต่เมื่อก่อน พ่อบอกว่า แมวนี้จะมาเฉพาะคืนที่คนตาย”
เด็กชายกลืนน้ำลายเหนียว ลมหายใจขาดเป็นห้วง ๆ ทันใดนั้น เสียงร้องคล้ายลูกแมวปนเศร้า ดังมาจากโพรงหลังตึก ความกลัวเริ่มไต่ลำคอ—ปายไม่รู้ว่ากลัวอะไรมากกว่ากัน ระหว่างผี หรือความทรงจำเวลาออกหาปลาตอนกลางคืนกับพ่อที่จากไปเมื่อสองปีก่อน
กังสดาลก้าวไปหาแมว ภาพนั้นเหมือนอะไรสักอย่างชักนำให้ปายตามไป แมวดำหยุดมองเด็กทั้งสอง ก่อนหมุนตัวเดินนำเข้าไปในตรอกแคบ ๆ พวกเขาหยุดชั่งใจ ก่อนตัดสินใจก้าวตามไป ช่วงเวลาแห่งความเงียบขรม มีเพียงเสียงหัวใจและลมหายใจแบบคนไร้ทางเลือก
ในตรอกแคบมืด แมวดำหยุดลงหน้าประตูเหล็กขึ้นสนิม เสียวาบของลมหายใจทะเลทะลุผ่านรอยรั่ว กังสดาลเอานิ้วแตะลูกบิดประตู ปายลูบแขน ก้าวถอยหลังนิดหนึ่ง
“ไปเถอะ ถ้ามีอะไรกูบังเอง” กังสดาลพูดเบา รอยยิ้มของเธอจางลงในความมืด ปายฝืนหัวเราะกลบเกลื่อน—ทั้งที่รู้ตัวดีว่าไม่มีความกล้าบังหน้าใคร
ข้างในเต็มไปด้วยกลิ่นอับฝุ่น หนูซุกซนวิ่งผ่านขา เด็กสองคนกับแมวดำเดินช้า ๆ สำรวจรอบห้อง สายตาของพวกเขาประสานกันมั่น สบตาแมวตรงกลางฝุ่น
“กูได้กลิ่นอะไรประหลาด” ปายกระซิบ กังสดาลหยุดยืนนิ่งสักพัก เอียงคอมองภาพติดผนัง ฝุ่นจับหนา มือเล็กวาดฝุ่นออกเห็นภาพครอบครัวหนึ่ง แม่ พ่อ ลูกชายเด็กแต่งชุดนักเรียนในภาพไม่ใช่ใครอื่นนอกจากปาย
“นี่บ้านเก่ามึงใช่ไหม?” กังสดาลถามเบา ๆ
ปายนิ่ง พยายามควบคุมน้ำเสียง “แม่ขายบ้านนี้หลังพ่อหายไป กูไม่เคยกลับมาอีกเลย…”
แมวดำแทรกตัวขึ้นบนโต๊ะ รับรู้เรื่องราวทั้งหมดยิ่งกว่ามนุษย์สายเลือดเดียวกัน ดวงตาของมันจับจ้องปาย, ทอประกายวาวเศร้าที่สะท้อนใจ
“มึงคิดว่าพ่อยังอยู่แถวนี้ไหม?” กังสดาลเสียงอ่อย
“ไม่รู้ แต่ถ้ามี…กูไม่แน่ใจว่ากล้าสู้หน้าละ” ปายเสียงสั่น
แมวกระโดดลงจากโต๊ะ วิ่งลอดประตูสู่ตรอกด้านหลัง กังสดาลรีบวิ่งตาม ปายลังเลก่อนตามหลังมา ข้างหลังลมทะเลยังคงหวีดหวิว แต่น้ำเสียงแมวเศร้ากว่าลมทุกชนิดในค่ำคืนนี้
หลังตึกเป็นลานโล่งเล็ก ๆ ถูกล้อมด้วยรั้วพัง อีกด้านพ้นลานคือหน้าผาทะเล แมวนั่งนิ่งเหมือนรูปปั้น เสียงคลื่นกระทบโขดหินดังสะท้อนเข้าหัวใจปาย กลิ่นอาหารทะเลยามดึกของเมืองท่านั้นคละคลุ้งปนกลิ่นเศร้าของอดีต
พลัน มีเงาคนสูงใหญ่ปริศนาโผล่พ้นหมอก เด็กทั้งสองผงะถอยหลัง แมวดำเดินตรงเข้าไปหาเงานั้นและหยุดอยู่แทบเท้า ชายแปลกหน้าหันมายิ้มจาง ๆ
“ของพวกหนูหรือ?” เสียงนั้นดังกังวานเกินมนุษย์ “แมวนี่เดินตามข้ามาหลายคืนแล้ว”
กังสดาลเขม้นตา “ลุงเป็นใคร?”
“เป็นแค่คนจร” ชายแก่พูด เงาของเขาคลุมร่างทั้งสองเด็ก “ข้ารู้อะไรบางอย่างในเมืองนี้ ถ้าพวกเจ้าไม่กลัวเรื่องที่มองไม่เห็น ก็ตามข้ามา”
ปายกับกังสดาลสบตากัน ต่างมีคำถามคาใจมากมาย ก่อนตัดสินใจเดินตามเงาประหลาดผ่านประตูรั้วพัง สู่อาณาเขตที่ไม่เคยมีใครกล้าย่างเท้าเข้าไปกลางดึกแบบนี้
ในที่รกร้าง มีกองขยะซ้อนกันสูง ชายแก่หยุดเดิน จู่ ๆ แมวดำวิ่งวนเหมือนบอกให้สังเกตสิ่งบางอย่าง ข้างกองขยะมีกระเป๋าเด็กที่ปายเคยใช้เมื่อนานมาแล้ว ในกระเป๋าใบนั้นมีรูปถ่ายปายและพ่อสมัยเด็ก สีกระดำกระด่างจากกาลเวลา ปายยืนค้างไปครู่ใหญ่ น้ำตาซึมไหลเงียบ ๆ ไม่ต่างกับสายหมอกบาง ๆ ที่เกาะค้างทุกสิ่ง
“ทุกอย่างในเมืองนี้ล้วนเหลือแต่ความทรงจำ” ชายแก่พูดช้า ๆ “แต่บางอย่างยังฝังใจและไม่ยอมจางไปง่าย ๆ หากไม่เรียนรู้จะปล่อยวาง”
“แมวตัวนี้เกี่ยวอะไรกับทั้งหมด?” กังสดาลถามตรง ๆ สีหน้าครุ่นคิด
ชายแก่เงียบสักพัก ก่อนพูดแผ่วเบา “มันคือแมวแห่งสายลม—สัตว์รับรู้เรื่องระหว่างคนเป็นกับคนตาย หากตามมันไป จะเห็นเงาที่อยู่ระหว่างสองโลก”
กังสดาลก้มหน้าคิด ปายสั่นสะท้าน ภาพในหัววนเวียนถึงวันที่พ่อหายไปเที่ยวเรือแล้วไม่กลับมา อุบัติเหตุที่ไม่มีวันค้นพบศพ ซ้ำร้ายเขายังโทษตนเองว่าเป็นต้นเหตุที่ดื้อไม่ยอมกลับบ้าน
แมวกระโดดขึ้นตักชายแก่ แล้วหันมามองตาปายและกังสดาลราวกับจะเชื้อเชิญ
“ถ้าอย่างนั้นคืนนี้เราต้องไปส่งมันหาคำตอบใช่ไหม?” กังสดาลถามเสียงหนักแน่น ปายเผลอพยักหน้าทั้งที่ยังไม่แน่ใจ
ทั้งสาม—คนสองแมวหนึ่ง—เดินฝ่าเมืองหมอกสู่ทางเดินไม้ริมทะเลอันเงียบเหงาและเปลี่ยว ชาวเมืองหลับไหล อาคารบ้านเรือนเก่าทอดเงายาวบนถนนทอดยาว เดินผ่านโรงล้ง เรือหาปลารอเช้า เสียงแมวอื่น ๆ ส่งเสียงร้องประหลาด เคมีในอากาศประสมกับกลิ่นโบราณของซากเรือไม้ ผนังเก่ามีรอยขูดอักษรเด็กน้อยที่เขียนไว้นานมาแล้ว
ผ่านหัวมุมร้านชาเก่า เสียงกระดิ่งดังเอี้ยดอ๊าด มีหญิงชรานั่งอยู่บนเก้าอี้โยกหน้าร้าน เธอมองเห็นแมวก็นั่งตัวเกร็ง น้ำเสียงแหบพร่า
“พวกเจ้าตามแมวตัวนี้กันเหมือนข้าเมื่อนานมาแล้ว” หญิงชราพูด
ปายลังเล “ทำไมใคร ๆ ต้องตามมัน?”
หญิงชรายิ้มเบา