เงาบ้านเก่า
เสียงลมหายใจสั่น ๆ ดังแผ่วเบาในความเงียบ แพรยืนอยู่หน้าบ้านไม้เก่าสีซีดที่เธอจากมานานหลายปี เธอไม่เคยคิดว่าจะต้องกลับมาที่นี่อีก แต่แม่โทรมาตอนกลางคืนเสียงสั่นบอกว่าไม่สบาย อยากให้แพรมาอยู่ด้วย แพรจึงลางานในกรุงเทพฯ แล้วนั่งรถกลับมาหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่แทบไม่เหลือคนรุ่นเดียวกับเธอ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ประตูไม้เก่าครางเบา ๆ เมื่อแพรผลักเข้าไป กลิ่นอับเฉพาะของบ้านที่ถูกปิดทิ้งไว้นานตลบอบอวลชัดเจน ทันทีที่เท้าเหยียบลงบนพื้นไม้ เสียงแอ่นครืดคราดดังขึ้นบาดหู แพรหยุดฟัง เงียบ มีเพียงเสียงนาฬิกาเก่าในห้องนั่งเล่นที่เดินช้ากว่าปกติ
แพรเดินไปที่ห้องแม่ แสงแดดช่วงบ่ายลอดหน้าต่างเข้ามาเป็นลำ แม่ของแพรนอนอยู่บนเตียง ร่างกายซูบผอมและสีหน้าวิตกจริตอย่างที่แพรไม่เคยเห็นมาก่อน
“แม่…เป็นยังไงบ้าง” เสียงแพรเบาและแผ่ว แม่ลืมตาช้า ๆ มองลูกสาวเหมือนไม่แน่ใจว่าเป็นจริง
“หนูแพร…ใช่ไหม…”
“หนูเอง แม่ร้องไห้ทำไม”
“แม่กลัว…เขายังอยู่ในบ้าน…” แม่พูดเบาคล้ายกระซิบ แพรขมวดคิ้วก่อนจะห่มผ้าให้แม่
“แม่พูดเหมือนตอนเด็กอีกแล้ว เดี๋ยวแพรอยู่ด้วย ไม่ต้องกลัวนะ”
แม่ไม่ตอบ เธอแค่หลับตาลงช้า ๆ น้ำตาไหลซึมออกมาข้างแก้ม แพรอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมแม่ถึงหวาดระแวงขนาดนี้
ตกเย็น แพรเดินสำรวจบ้าน เงายาวของต้นไม้ข้างบ้านทอดยาวผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องรับแขก เสียงปีกนกกระพือดังขึ้นที่หลังคา แพรชะงักไปชั่วขณะ นึกถึงสมัยเด็กที่เคยนั่งเล่นอยู่ตรงนี้กับน้องสาวที่จากไปนานแล้ว เธอสลัดความรู้สึกนั้นออก พยายามไม่คิดถึงอดีต
ประตูห้องน้องสาวปิดแน่น แต่เหมือนมีเสียงเบา ๆ เล็ดลอดออกมาเหมือนคนกระซิบ แพรขยับเข้าไปช้า ๆ หยุดฟัง เสียงนั้นขาดหายไปทันทีที่มือแตะลูกบิด
แพรสูดลมหายใจ เปิดไฟเดินกลับไปที่ห้องครัว เสียงน้ำหยดติ๋ง ๆ ดังอยู่ตลอด เธอเช็คก๊อกน้ำ ดูเหมือนจะไม่มีอะไรผิดปกติ แต่แล้วสายตาก็สะดุดกับรูปถ่ายใบหนึ่งติดอยู่ข้างตู้ รูปครอบครัวสมัยที่ยังอยู่กันพร้อมหน้า มีแพร แม่ และน้องสาว สีหน้าทุกคนในรูปนั้นดูเคร่งเครียดอย่างประหลาด
คืนนั้นแพรนอนหลับไม่สนิท ระหว่างกลางคืน เธอสะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงฝีเท้าเบา ๆ เดินอยู่แถวหน้าห้อง เสียงนั้นเดินวนไปมาสักพักแล้วเงียบหายไป ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบคลุมอีกครั้ง
เช้าตรู่ แพรตื่นมาเจอแม่ยืนอยู่หน้าต่าง มองออกไปข้างนอกนิ่ง ๆ แม่ดูเหมือนไม่ได้นอนทั้งคืน แพรเดินไปจับบ่า แต่แม่สะดุ้งกลัวจนผวาออกห่าง
“แม่ แพรเอง! แม่เป็นอะไร”
แม่ส่ายหน้า ตาแดงช้ำ “เมื่อคืนเขามายืนตรงหน้าต่าง…เขายังอยู่…”
แพรเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ เธอพยายามปลอบแม่ พร้อมกับโทรหาหมอประจำหมู่บ้านแต่ติดต่อไม่ได้ ในขณะเดียวกัน เพื่อนบ้านรุ่นเดียวกับแม่คนหนึ่งชื่อป้าสาย ก็เอากับข้าวมาเยี่ยม เธอถามแพรเบา ๆ
“แม่หนู…ยังฝันถึงน้องอยู่เหรอ”
“ป้า แม่พูดอะไรแปลก ๆ เหมือนกลัวอะไรในบ้านด้วย”
ป้าสายเงียบไปนาน สายตาเลื่อนหลบ “บ้านเก่าก็แบบนี้…บางอย่างไม่ควรเปิดทิ้งไว้”
แพรลังเลจะถามต่อ แต่ป้าสายหันหลังกลับไปโดยไม่พูดอะไรอีก
คืนนั้นหลังจากดูแลแม่จนหลับ แพรออกไปยืนหน้าห้องน้องสาว ประตูไม้ดูเก่าและเปราะ เธอตัดสินใจเปิดเข้าไป กลิ่นอับและฝุ่นตลบอบอวล ภายในห้องยังคงเหมือนเดิมตั้งแต่วันที่น้องหายไปไม่มีใครแตะต้อง เงาสลัวจากไฟนอกบ้านสะท้อนบนผนังเหมือนมีเงาคนยืนซ้อนอยู่ แพรใจเต้นแรง เธอหลับตาแน่นแล้วรีบออกจากห้อง
แพรเริ่มสังเกตเห็นเสียงผิดปกติในบ้านมากขึ้น บางครั้งเหมือนมีเสียงกระซิบแผ่ว ๆ จากอีกฟากผนัง บางคืนได้ยินเสียงร้องไห้เบา ๆ จากห้องน้องสาว เธอพยายามหาเหตุผลว่าอาจเป็นเพราะแม่ป่วยหรือบ้านเก่าทำเสียงแปลก
แต่ในคืนหนึ่ง แพรตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงประหลาดอีกครั้ง คราวนี้เสียงคล้ายคนลากขาไปตามพื้นไม้ เสียงนั้นใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ จนเธอได้กลิ่นดินเปียกโชยขึ้นมา แพรกลั้นหายใจ ซุกตัวใต้ผ้าห่มจนเสียงนั้นเงียบหายไป
เช้าวันถัดมา แพรเดินไปค้นกล่องสมบัติในห้องเก็บของ เธอพบสมุดวาดเขียนเล่มเก่าของน้องสาว ด้านในเต็มไปด้วยรูปหน้าคนไร้ตา วาดซ้ำ ๆ เต็มทั้งเล่ม แพรขนลุก สายตาเธอสะดุดที่หน้าสุดท้าย มีข้อความเขียนด้วยลายมือเล็ก ๆ ว่า “ขอโทษ ฉันกลัวเงาในบ้าน”
แพรเดินกลับไปหาแม่ สีหน้าเธอเคร่งเครียด แม่หลบตาไม่ยอมมองแพร
“แม่…ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นกับน้องกันแน่ แม่ไม่เคยเล่าให้แพรรู้เลย”
แม่เงียบไปนาน ก่อนจะพูดเบา ๆ “เธอเห็นอะไรที่ไม่ควรเห็น…แล้วเขาก็ตามน้องไป…”
แพรพยายามเค้นถามต่อแต่แม่ไม่พูดอะไรอีก
คืนนั้นฝนตกหนัก เสียงฝนกระทบหลังคาดังซ่า ๆ แพรนอนกระสับกระส่าย จู่ ๆ ไฟดับ บ้านมืดสนิท มีเสียงประตูดังเอี๊ยดเหมือนมีคนเดินไปมา แพรคว้าไฟฉาย ส่องออกไปที่โถงบ้าน เงาดำ ๆ เคลื่อนไหวอยู่ตรงปลายทางเดิน เธอกลั้นใจเดินเข้าไปใกล้ แต่พอเข้าไปถึงกลับไม่มีอะไร
เสียงฝีเท้าและเสียงกระซิบยังวนเวียนในบ้านตลอดคืน แพรเริ่มแยกไม่ออกว่าสิ่งที่เธอเจอเป็นเรื่องจริงหรือจินตนาการจากความเครียด
วันถัดมา แพรได้รับจดหมายเก่า ๆ ใบหนึ่งที่ซุกไว้ใต้หมอนในห้องน้องสาว เป็นลายมือแม่ เขียนถึงน้องสาวด้วยถ้อยคำขอโทษซ้ำ ๆ ว่า “แม่ขอโทษที่ช่วยหนูไม่ได้” แพรน้ำตาคลอเมื่ออ่านจบ
หลังจากนั้น แพรเริ่มฝันถึงอดีตตอนเด็ก เห็นน้องสาวยืนอยู่ปลายเตียงแล้วหายเข้าไปในความมืด แม้เธอจะพยายามคว้าไว้ก็ไม่ทัน ทุกเช้าเธอตื่นมาด้วยความรู้สึกผิดและหวาดกลัว เงาในบ้านดูเหมือนจะขยับเข้าใกล้มากขึ้นทุกวัน
แม่ของแพรเริ่มซึมเศร้ามากขึ้น ไม่พูดไม่จา เอาแต่นั่งมองออกนอกหน้าต่างทั้งวัน แพรพยายามกระตุ้นให้แม่คุยแต่แม่เพียงพึมพำบางอย่าง
วันหนึ่งขณะที่แพรเช็ดบ้าน เธอสังเกตเห็นรอยเท้าดินเปียกเป็นทางยาวจากห้องน้องสาวลากออกไปที่หลังบ้าน รอยเท้านั้นเหมือนจะมีข้างเดียว แพรตามรอยไปจนถึงใต้ถุนบ้าน ที่ใต้ถุน เธอพบตุ๊กตาเก่า ๆ ของน้องสาววางอยู่ข้างใต้เสา ตุ๊กตาตัวนั้นถูกแหว่งไปข้างหนึ่งเหมือนถูกกัดแทะ
แพรยกตุ๊กตามาดูพลางคิดถึงตอนเด็ก ๆ เธอเคยทะเลาะกับน้องเรื่องตุ๊กตาตัวนี้ วันนั้นน้องร้องไห้แล้วหนีไปบนบ้าน จากนั้นแพรก็จำอะไรไม่ได้ แพรเริ่มวิตกว่าบางอย่างในอดีตอาจเป็นต้นเหตุของทุกสิ่งในบ้านนี้
คืนนั้นแพรฝันว่ามีเงาดำสูงผิดธรรมชาติยืนอยู่ปลายเตียง เงานั้นเอื้อมมือมาหาเธอ แพรตื่นขึ้นมากลางคืนด้วยเหงื่อชุ่ม เธอรู้สึกเหมือนเงานั้นตามติดทุกอณูของบ้าน
วันถัดมา แพรตัดสินใจเคลียร์ห้องน้องสาวอีกครั้ง ขณะยืนอยู่ในห้องนั้น เธอได้ยินเสียงกระซิบใกล้ ๆ หูว่า “ขอโทษ…” เสียงนั้นฟังคล้ายเสียงน้องสาว
แพรหันขวับออกไป เจอเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกแตก เงานั้นไม่เหมือนเธอ ตานั้นว่างเปล่าและปากยิ้มผิดธรรมชาติ แพรรีบก้าวถอยหลังจนชนขอบเตียงแล้วล้มลงกับพื้น
เธอรีบออกจากห้องแล้ววิ่งไปหาแม่ “แม่! หนูเจออะไรบางอย่างในห้องน้อง!”
แม่ตัวสั่น มองแพรด้วยความกลัว “มันไม่ใช่ผี…มันคือความผิดที่เราทิ้งไว้”
แพรสูดลมหายใจลึก พยายามควบคุมสติ เธอเริ่มเห็นภาพอดีตซ้อนทับเข้ามา…วันที่น้องหายไป แพรกับน้องทะเลาะกันเรื่องตุ๊กตา แพรผลักน้องจนล้มไปกระแทกขอบเตียง น้องไม่มีเสียงร้อง หลังจากนั้นแม่กับแพรก็ช่วยกันปกปิดเรื่องนี้ไว้ด้วยความกลัว
ขณะที่แพรจมอยู่ในห้วงอดีต แม่ก็สะอื้นหนัก “แม่ขอโทษ…แม่ไม่ควร…”
แพรน้ำตาไหลพราก เธอสำนึกผิดรุนแรง เสียงกระซิบ “ขอโทษ…” ดังวนเวียนทั่วบ้าน เงาดำ ๆ ก่อตัวหนาขึ้นตามผนัง
แม่หมดแรงล้มลงกับพื้น แพรประคองแม่ไว้ น้ำตาท่วมใบหน้า แพรงอเข่าอยู่ข้างแม่ ขณะมองไปรอบบ้าน เงาดำพวกนั้นขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ
แพรหยิบสมุดวาดเขียนของน้องสาวออกมาวางบนตัก มือสั่นเทา เธอกระซิบกับเงาในบ้านว่า “ขอโทษ…ขอโทษจริง ๆ”
เสียงฝีเท้าหยุดลง ความเงียบหนักอึ้ง ทุกอย่างเหมือนหยุดนิ่ง เงาดำจางลงทีละน้อยจนเหลือเพียงความว่างเปล่าในห้องนั้น
เช้ารุ่งขึ้น บ้านทั้งหลังเงียบผิดปกติ แม่ของแพรร่างซูบผอมและหมดแรงมากขึ้นจนต้องส่งเข้าโรงพยาบาล แพรนั่งอยู่ในบ้านคนเดียว มองเงาตัวเองบนพื้นไม้ เธอรู้ว่าความผิดในอดีตไม่มีวันลบล้าง แต่บ้านก็ไม่อึดอัดอีกต่อไป
ก่อนออกจากบ้าน แพรยืนมองห้องน้องสาว ในแสงแดดอ่อน ๆ เธอเห็นเงาของเด็กหญิงตัวเล็กยืนอยู่ในห้อง เงานั้นหันมายิ้มให้แพร แล้วเลือนหายไปพร้อมกับแสงเช้า