เสียงในหอพักเก่า
ฝนตกหนักโปรยลงมาตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ บดบังแสงไฟจากถนนใหญ่จนหอพักหญิงเก่าแก่ของมหาวิทยาลัยดูเงียบเชียบยิ่งขึ้นไปอีก หอพักนี้ตั้งอยู่ลึกในเขตป่ารอบนอกมหาวิทยาลัย ตึกสองชั้นเก่า ๆ ทาสีซีดจาง บันไดไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเวลามีใครเดินผ่าน โถงทางเดินยาวทอดไปสู่ห้องพักเรียงราย แสงไฟกระพริบพร่า ๆ เหมือนจะดับทุกเมื่อ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!อัญชิสา หรือ อัญ ปีสี่คณะอักษรศาสตร์ สะพายกระเป๋าเดินเข้ามาในหอพักกลางเสียงฝน เธอถอนใจยาว หน้าตาอ่อนล้าเพราะเพิ่งสอบปลายภาคเสร็จ อัญมีนิสัยกลัวความเปลี่ยนแปลง และกลัวความเงียบ ทุกครั้งที่กลับมาที่นี่ เธอจะรู้สึกเหมือนมีอะไรรออยู่ในความมืดของตึก
“กลับมาคนสุดท้ายอีกแล้วเหรอเนี่ย” หญิงสาวอีกคนทักขึ้น นิดา เพื่อนร่วมห้องของอัญ กำลังนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงข้างหน้าต่างที่มีฝุ่นเกาะหนาแน่น เธอวางมือถือแล้วลุกขึ้นมาเปิดไฟกลางห้อง แสงหลอดนีออนขาวซีดฉายเงาทะมึนลงบนผนังที่มีรอยแตก
“วันนี้บรรยากาศแปลก ๆ เนอะ” นิดาว่า พลางชำเลืองมองออกไปยังทางเดินที่มืดและยาวราวกับไม่มีที่สิ้นสุด
“อย่าพูดสิ เดี๋ยวคืนนี้นอนไม่หลับ” อัญแค่นหัวเราะ กลบเกลื่อนความกลัวในใจ
เสียงบางอย่างดังแว่วจากตู้เสื้อผ้า เหมือนเสียงกระทบกันเบา ๆ แต่เมื่อมองไปก็ไม่มีอะไร อัญกลืนน้ำลายแล้วสลัดหัว คิดว่าอาจเพราะเหนื่อยล้าจากการสอบ
ขณะเดียวกัน ในห้องหมายเลข 207 จีราภา หรือ จิ๊บ ผู้อยู่หอพักนี้มานาน กำลังนั่งจดบันทึกสิ่งที่ได้ยินเมื่อคืน เธอเชื่อว่าหอพักแห่งนี้มีอะไรซ่อนอยู่ บันทึกของเธอเต็มไปด้วยเรื่องราวประหลาด เช่น เสียงคนเดินบนทางเดินยามดึก หรือเสียงกระซิบจากห้องว่างข้าง ๆ ที่ไม่มีใครอยู่มานานปี
ไฟในห้องของจิ๊บกระพริบถี่ ๆ แล้วดับลง เงาแปลก ๆ เต้นระบำบนผนัง เธอรีบคว้าไฟฉายแล้วเดินออกมาตามทางเดิน เพื่อหาคนคุยด้วย
บนทางเดินนั้น อัญและนิดาได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินสวนขึ้นมา เสียงค่อย ๆ ดังขึ้น ก่อนจะเงียบหายไปในจังหวะที่จิ๊บเดินมาเจอทั้งสองคน
“เมื่อกี้ได้ยินเสียงไหม” จิ๊บถามเสียงเบา
“เสียงอะไร?” อัญขมวดคิ้ว
“เหมือนคนเดินอยู่ข้างหลัง…” จิ๊บกระซิบ แล้วเงียบไป สายตาเธอวาบวับด้วยความหวาดระแวง
ทั้งสามคนต่างยืนเงียบ สายตาเหลือบมองซ้ายขวาไปตามทางเดินยาวที่ทอดสู่บันได เสียงหยดน้ำจากเพดานหยดลงพื้นเป็นจังหวะชวนขนลุก
“เราว่า ไปห้องพี่แพรวกันเถอะ” นิดาเอ่ยเสียงสั่น
ห้องพี่แพรวอยู่ปลายสุดทางเดิน พี่แพรวเป็นหัวหน้าหอ อายุมากที่สุดในกลุ่ม แต่เธอมักเก็บตัวและไม่สุงสิงกับใครนัก ถึงอย่างนั้น ทุกคนก็พึ่งพาเธอได้เวลามีปัญหา
ระหว่างเดินไปห้องพี่แพรว ไฟในทางเดินก็ดับทีละดวง เสียงเหมือนคนกระซิบเบา ๆ แว่วลอดออกมาจากห้องว่างห้องหนึ่ง อัญพยายามไม่หันไปมอง แต่ความรู้สึกเหมือนมีเงาบางอย่างกำลังจ้องอยู่จากความมืดกดดันในอกให้แน่นขึ้นทุกที
เมื่อมาถึงห้องพี่แพรวก็พบว่าไฟในห้องของเธอยังสว่างอยู่ แต่ประตูปิดสนิท นิดาเคาะประตูเบา ๆ
“พี่แพรว…ขอเข้าไปด้วยได้ไหมคะ” เสียงของนิดาสั่นเล็กน้อย
ไม่มีเสียงตอบรับ เสียงฝนยังคงดังสม่ำเสมอ แต่ในห้องกลับเงียบงันจนผิดปกติ ความเงียบที่กดทับทำให้ทั้งสามลังเลใจอยู่หน้าห้องเนิ่นนาน
“เปิดดูดีไหม” อัญถามแบบไม่แน่ใจ
จิ๊บพยักหน้า อัญตัดสินใจหมุนลูกบิดประตูช้า ๆ ประตูเปิดออกช้า ๆ พร้อมเสียงดังเอี๊ยด บรรยากาศในห้องเย็นเยียบอย่างผิดธรรมชาติ
พี่แพรวยืนหันหลังให้หน้าต่าง กำลังถือสมุดบันทึกเล่มหนึ่งอยู่ เธอหันกลับมาช้า ๆ ดวงตาเรียบนิ่ง ใบหน้าไม่แสดงอารมณ์
“เกิดอะไรขึ้น” เธอถามเสียงเรียบ
“ขอโทษค่ะ คือ…เราได้ยินเสียงแปลก ๆ” นิดาว่า
พี่แพรวยังคงเงียบ นิ่งงันคล้ายกำลังฟังอะไรบางอย่างที่เหนือไปกว่าคำพูดของทุกคน
“ช่วงนี้…มีคนได้ยินเสียงเหมือนกันหมดใช่ไหม” เธอพูดขึ้นเบา ๆ
ทุกคนพยักหน้า แต่ไม่มีใครกล้ามองเธอตรง ๆ
“อย่าไปฟังเสียงนั้น…อย่าไปตอบรับมัน” พี่แพรวเอ่ยเบา ๆ สายตาจ้องมองพวกเธอทีละคนอย่างช่างพินิจ
บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกจนรู้สึกได้ นิดาเริ่มหายใจแรงขึ้น เธอกำมือแน่น ริมฝีปากสั่นระริก ดวงตาวาววับด้วยความหวาดกลัว
จู่ ๆ เสียงกระซิบก็ดังขึ้นจากห้องข้าง ๆ ดังชัดเจนจนทุกคนได้ยิน “กลับมา…กลับมา…”
พี่แพรวปิดสมุดบันทึกแน่น “อย่าไปสนใจเสียงนั้นเด็ดขาด” เธอพูดเสียงแข็ง
แต่คืนนี้ไม่มีใครนอนได้อีกต่อไป
เวลาเกือบตีสอง ฝนยังคงตกหนัก อัญนอนตาโตอยู่บนเตียง เสียงน้ำหยดดังต่อเนื่อง เธอพยายามไม่ฟัง แต่มันกลับยิ่งชัดเจนขึ้นทุกที
“อัญ…อัญ…” เสียงนั้นกระซิบเรียกชื่อเธอเบา ๆ คล้ายกับมาจากใต้เตียง
อัญหลับตาแน่น พยายามไม่ขยับตัว นิดาซึ่งนอนเตียงข้าง ๆ ก็พลิกตัวไปมาอย่างกระวนกระวาย
“เธอได้ยินไหม” นิดากระซิบ
อัญไม่กล้าตอบ เธอรู้สึกเหมือนมีอะไรสักอย่างอยู่ใต้เตียง
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ในความมืดและเสียงฝน ในที่สุด ทั้งสองคนก็หลับไปด้วยความเหนื่อยล้า
รุ่งเช้า อัญตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองอยู่คนเดียวในห้อง นิดาหายไป เธอรีบวิ่งออกไปตามหา พบจิ๊บยืนรออยู่หน้าห้อง สีหน้าซีดเซียว
“นิดาไปไหน” อัญถามเสียงแห้ง
“เมื่อเช้า…เห็นเดินลงบันไดไป เหมือนไม่ได้สติ” จิ๊บว่า
อัญใจหายวูบ รีบลงไปยังชั้นล่าง พบเพียงรอยเท้าเปียกน้ำลากยาวออกไปทางประตูหลังหอพัก ซึ่งปกติไม่มีใครใช้
อัญกับจิ๊บเดินตามรอยเท้าไป จนถึงลานกว้างหลังหอพัก รอยเท้าหายไปตรงใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ใบไม้ร่วงเต็มพื้น
“มันเริ่มขึ้นอีกแล้ว…” เสียงพี่แพรวดังขึ้นข้างหลัง ทั้งสามคนยืนล้อมกันใต้ต้นไม้ใหญ่ พี่แพรวสีหน้าหนักใจ
“มันคืออะไรคะพี่แพรว” อัญถาม
พี่แพรวหลบตา สายตาว่างเปล่า “ที่นี่…มันมีบางอย่างที่ถูกทิ้งไว้” เธอพึมพำ
เสียงกระซิบแผ่ว ๆ แว่วเข้ามาอีกครั้ง “กลับมา…”
อัญหันซ้ายขวาอย่างหวาดระแวง รอบตัวมีแต่ความเงียบและสายฝนตกเบา ๆ
“เราต้องช่วยนิดา” อัญพูดขึ้น “เธอหายไปเพราะเสียงนั้นแน่ ๆ”
พี่แพรวถอนหายใจ “ทุกปี มีคนหายไปแบบนี้ ทุกปี…”
จิ๊บชะงัก “หมายความว่ายังไง”
พี่แพรวเงียบไปนาน “คนที่ได้ยินเสียงนั้น ถ้าตอบรับ…จะถูกพามาอยู่กับมัน”
อัญกัดฟันแน่น “จะทำยังไงดี”
พี่แพรวควักกุญแจดอกเก่า ๆ ออกมา “ในห้องใต้ดิน มีบางอย่างที่ต้องดู”
ทั้งสามคนเดินลงบันไดไปยังห้องใต้ดินที่ถูกปิดตายมานาน ประตูสนิมเขรอะ เงียบเชียบและเย็นยะเยือก
“ถ้ามันไม่ต้องการให้เราเข้า เราก็เข้าไม่ได้” พี่แพรวพูดพลางเสียบกุญแจมือสั่น
เสียงลมหายใจของทั้งสามดังประสานกับเสียงหัวใจเต้นแรง ประตูเปิดออกช้า ๆ กลิ่นอับและกลิ่นดินเก่าจากอดีตลอยมากระทบจมูก
ในห้องใต้ดินมีตู้เก็บของเก่าหลายใบ พี่แพรวค้นหากล่องไม้เล็ก ๆ กล่องหนึ่ง แล้วเปิดออกมา ข้างในมีสมุดบันทึกเก่าแก่ รูปถ่ายใบเก่า ๆ และเทียนไขที่ไหม้ไปครึ่งเล่ม
“นี่คือของของรุ่นก่อน…หอพักนี้เมื่อก่อนเป็นที่กักกันเด็กผู้หญิงที่ป่วยทางจิต” พี่แพรวพูดเสียงแผ่ว
จิ๊บเปิดสมุดบันทึก หน้าสุดท้ายเขียนไว้ลวก ๆ ว่า “ได้ยินเสียงแล้ว…ได้ยินทุกคืน…”
ขณะที่ทั้งสามคนจ้องสมุดอยู่นั้น เสียงกระซิบดังขึ้นรอบทิศ “อยู่ด้วยกัน…อยู่ด้วยกัน…”
แสงไฟฉายวูบไหว เงาคนผ่านฉายบนผนังทีละเงา อัญรู้สึกเหมือนถูกจ้องจากความมืดรอบตัว เธอพยายามตั้งสติ
“เรา…ต้องหาทางตัดวงจรนี้” อัญพูดอย่างเหลืออด
ทันใดนั้น ไฟฉายดับ ทุกอย่างตกอยู่ในความมืด เสียงกรีดร้องของนิดาดังขึ้นแว่บเดียวแล้วเงียบหายไป
อัญพุ่งไปคว้าจิ๊บไว้ ทั้งสองกระเสือกกระสนขึ้นมาบนชั้นบน พี่แพรวเดินตามช้า ๆ เธอเหมือนคนหมดแรง
“ถ้าอยากจบ…ต้องคืนของทุกชิ้นให้เจ้าของมัน” พี่แพรวพูดเสียงเบา
ทั้งสามคนแยกย้ายกันนำของเก่าเหล่านั้นไปวางไว้ตามจุดต่าง ๆ ของหอพัก อัญถือสมุดบันทึกเดินกลับไปห้องของตัวเอง เธอได้ยินเสียงกระซิบดังขึ้นเรื่อย ๆ จนทนไม่ไหว เธอตะโกนกลับไปว่า “ไม่! ฉันจะไม่กลับไป!”
ทันใดนั้น ความมืดในห้องก็ดูเหมือนจะหนาขึ้น เงาใต้เตียงพองตัวเหมือนจะกลืนกินเธอ เสียงกระซิบหยุดลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจของอัญที่หอบถี่
รุ่งเช้า หอพักกลับมาสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครได้ยินเสียงแปลก ๆ อีกต่อไป แต่หอพักก็ไม่เหมือนเดิม ทุกคนรู้ซึ้งถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ในความเงียบ
นิดากลับมาในเย็นวันนั้น สีหน้าว่างเปล่า เธอไม่พูดอะไรอีกเลยนับจากนั้น
อัญในฐานะคนรอดและจิ๊บพยายามใช้ชีวิตต่อไป แม้จะรู้ว่าบางคืน…เสียงนั้นยังคงแว่วมาเบา ๆ จากความมืด
และไม่มีใครกล้าตอบรับเสียงนั้นอีกต่อไป…