บ้านร้างกลางป่าหมาก
เสียงไม้ไผ่กระทบกันเบาๆ ลอยมาในคืนเดือนดับ กลิ่นหมากสุกโชยในสายลม ลลินนั่งมองสวนหมากจากหน้าต่างห้องเช่าในตลาดเล็กๆ น้ำตาซึมด้ามแก้ม เธอพยายามอ่านจดหมายของพี่ชายที่หายตัวไปเมื่อสองปีก่อน ซองถูกเปิดออกบ่อยครั้งจนขอบขาดลุ่ย—’ถ้าเกิดอะไรขึ้น อย่าเข้าไปในบ้านหลังนั้น’ เสียงประโยคสุดท้ายยังวนเวียนในหัว
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!คืนหนึ่ง เธอได้รับโทรศัพท์จากนัท เพื่อนสนิทของพี่ชาย “ลลิน ฉันได้ยินเสียงอะไรบางอย่างในป่าหมาก ใกล้บ้านร้างหลังนั้น แล้วเจอกระเป๋าเก่าของพี่เธอ…” เงียบจบด้วยเสียงหอบ ลลินตัดสินใจ เธอจะไปพิสูจน์เอง
วันรุ่งขึ้น ลลินรวบรวมเพื่อนอีกสี่คน—นัท, บี, พาย และรังสิมา—ต่างคนต่างมีเหตุผล บีหาข้อมูลบ้านผีสิงเพื่อทำโปรเจกต์จบ รังสิมาไม่อยากกลับบ้านที่แม่กำลังทะเลาะกับพ่อ พายชอบของแปลก อยากพิสูจน์เรื่องลี้ลับ ส่วนนัทเพิ่งแยกทางกับแฟนใหม่ อารมณ์เปราะบาง ทุกคนยอมนั่งท้ายกระบะเก่าของบี ฝุ่นตลบไล่ไปตามถนนดินแดงเข้าป่า
ประตูรั้วบ้านร้างผุพัง สายตาของทุกคนมองผ่านต้นหมากสูงตรงไปยังตัวบ้านไม้ยกใต้ถุนหลังใหญ่ เสาประตูหน้าบ้านแหว่งกลาง สายตาพายเหลียวมองหลัง “ทำไมเหมือนมีใครยืนอยู่ในใต้ถุน?” บีหัวเราะกลบเกรง “อย่าเวอร์ดิ” แต่เสียงท่อนไม้ดังแต๊กใต้ถุนก้องตอบ
ฟ้าหม่นเมฆหนา ทุกคนเดินเข้าไป ผู้หญิงสองคนจับมือแน่น นัทเดินนำไปที่ระเบียง ประตูไม้โบราณขัด ฝุ่นจับหนาด้านใน ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยเสียงขู่กราว บีหยิบมือถือขึ้นมาเปิดแฟลช ไฟสะท้อนเงาบนผนังเก่า ดูเหมือนเงาคนยืนหลังบันไดแต่พอเพ่งดู ไม่มีใคร
พายชะโงกหน้าดูห้องครัว เจอช้อนสังกะสีตกกระทบพื้น เสียงจังหวะแปลกไม่เหมือนเสียงของมนุษย์ “ใครอยู่ตรงนี้!” พยายามเปล่งเสียงกลบกลุ่มเพื่อน นัทเดินตามมา ก้มดูใต้โต๊ะ ถ้วยใส่หมากแห้งตั้งอยู่ตรงกลาง
ลลินหยิบถ้วยขึ้นมา กลิ่นหมากเน่าแรงฉุนจนต้องผงะ เธอสังเกตเห็นชื่อพี่ชายเขียนจางๆ ใต้ถ้วย ทุกคนหันมามอง “ทำไมชื่อพี่เธอถึงอยู่ที่นี่วะ?” บีถามเสียงต่ำ ลลินอ้ำอึ้ง ตอบไม่เต็มเสียง
เสียงลมพัดประตูหลังบ้านเปิดปิดช้าๆ เหมือนมีคนเฝ้าฟังอยู่ในความมืด รังสิมาถอยหลัง เสียงลมหายใจสะท้อนในห้องโถงกว้าง “มีใครตามเราเข้ามามั้ย?” เสียงบีสั่นเครือ
หลังจากสำรวจรอบบ้าน ทั้งห้าคนตัดสินใจค้างคืนเพื่อหาหลักฐานการหายตัวไปของพี่ลลิน อากาศเย็นลงอย่างผิดปกติ บีรับอาสาเดินสำรวจห้องใต้ถุนแต่เงียบกลับมาเร็วเกินไป สีหน้าซีดขาว
“ใต้ถุนเหมือนมีรอยมือคนหลายๆ คนบนดิน แค่ดูแล้วมัน…แปลก” บีแทบกระซิบ
ค่ำลง ทุกคนจุดเทียน ตั้งวงคุยกัน ลลินเล่าความกลัวของตนเอง—เธอกลัวความว่างเปล่า เมื่อเหลือแค่เสียงหายใจ รังสิมาเพิ่งสารภาพเคยเข้าไปในบ้านหลังนี้เมื่อตอนเด็ก โดยมีคนแก่ผู้นำพิธีกรรมอะไรบางอย่าง
บีถามขึ้นมเบาๆ “พี่เธอเขียนจดหมายนั่นจริงๆ เหรอ หรือเธอแค่คิดไปเอง?” ลลินเงียบ มองต่ำ พายหยิบถ้วยหมากขึ้นดูอีกครั้ง ก่อนโยนคืนเพราะทนกลิ่นไม่ได้
เทียนดับวูบลงเองโดยไม่มีลม ข้างนอกฝนตกกระหน่ำเกิดขึ้นไม่คาดคิด เสียงหยดน้ำบนหลังคาไม้ดังเปาะแปะจนน่าหงุดหงิด ทุกคนขนลุกกับแสงสลัวที่เปลี่ยนรูปร่างเงาตามผนัง นัทพูดเสียงเงียบ “ฉันฝันซ้ำๆ ว่าเดินเข้าบ้านนี้ แล้วออกไปไม่ได้”
บีเสนอให้แบ่งเวรยาม กลางดึกพายตื่นเพราะได้ยินเสียงขูดไม้ใต้ถุนดังขึ้นเรื่อยๆ ลลินลืมตาตื่นสบตากับพาย ต่างคนต่างรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติอยู่ตรงนั้น
เช้ามา พบรอยขีดสีดำบนผนังห้องใหญ่ วนเป็นวงกลมเหมือนสัญลักษณ์ มีเศษเปลือกหมากกระจายเหมือนถูกโรยไว้ บีเริ่มหวาดระแวงมากขึ้น เช็คมือถือแต่ไม่มีสัญญาณทันใด เสียงนัทเงียบไปขณะเดินออกไปด้านหลังบ้าน ลลินกับพายรีบตาม
หลังบ้านพบใบบัวหมากวางเรียงเป็นแถวไปสู่โพรงต่อจากร่องน้ำ ทุกคนเงียบ พายถามเสียงค่อย “คิดว่าใครเป็นคนวาง?” ลลินไม่ตอบ แต่สีหน้ากังวลมากขึ้น
ตอนบ่าย ฝนขาดเม็ดแต่บ้านกลับอับชื้น ทั้งห้าคนค้นเจอสมุดบันทึกเก่าในตู้ลอย ซ่อนไว้ในซอกไม้ ฝุ่นจับแน่น สมุดทั้งเล่มเขียนด้วยลายมือหวาดระแวง หน้าแรกเป็นรายชื่อ—บางชื่อข้ามเพศ ข้ามวัย แล้วยังมีชื่อพี่ชายของลลิน และสุดท้ายคือชื่อเด็กหญิงอีกคนที่ไม่มีใครรู้จัก
รังสิมาทำท่าจะร้องไห้ เธอสารภาพเสียงแผ่ว “ฉันเคยได้ยินแม่พูดว่าที่ดินผืนนั้นเจ้าของเก่าทำผิดไว้มาก… มีเด็กหายไปหลายคน” ทุกคนชะงัก มองหน้ากันอย่างกังวล
คืนนั้น บรรยากาศหนักอึ้งกว่าทุกคืน เสียงฝีเท้าแผ่วเบาวนเวียนรอบบ้าน ขณะที่ทุกคนรวมตัวรอบเทียน ลลินได้ยินเสียงกระซิบแว่วผ่านสายลม “อย่าออกไปตอนนี้… อยู่ต่อเถอะ….” เสียงแผ่วแต่ชัดเจน ทุกคนหันขวับเพราะได้ยินเช่นเดียวกัน
บีกระตุกมือถือแต่หน้าจอขาวโพลน เสียงจากเครื่องดังจี๊ดๆ ปนน้ำตา บีพูดว่า “อย่า—อย่าเชื่อเสียงนั้น!” แต่ลินกลับเดินออกไปยังระเบียงชั้นบน เหลือเพียงเงาขาวลางๆ ผ่านช่องหน้าต่าง
นัทวิ่งตาม แต่เมื่อผ่านทางเดินแคบกลับพบว่าประตูข้างบันไดหายไป ไม่มีทางเดินกลับมาสู่วงเพื่อน พายเคาะประตูเสียงดัง แต่ด้านในกลับเย็นเยียบคล้ายห้องตาย นัทตะโกน “ลลิน! ได้ยินไหม!” แต่เสียงสะท้อนกลับคล้ายไม่ใช่เสียงตนเอง มันต่ำกว่ามนุษย์
ลลินอยู่ในห้องมืด หยดน้ำหยดจากเพดานเป็นจังหวะ นาฬิกาในห้องเดินกลับหลัง เสียงพี่ชายดังอยู่ใกล้ๆ ในใจ “ถ้าเกิดอะไรขึ้น อย่าเข้าไปในบ้านหลังนั้น…” เธอวิ่งไปแตะหน้าต่าง แต่เงาสะท้อนบนกระจกมีหน้าเด็กผู้หญิงอีกคนหนึ่ง
รังสิมากับพายรวมตัวกัน พายพูดเบาพร้อมน้ำตา “ที่นี่ไม่เคยปล่อยใครออกไปได้…” รังสิมาจับแขนเพื่อนไว้แน่น ต่างคนต่างกลัวทั้งที่ไม่เอ่ยคำ พวกเขาวิ่งออกมาเจอห้องใต้ถุนที่เปิดออกเอง ข้างในเป็นเงาดำๆ คล้ายคนแต่ไม่มีใบหน้า
เสียงไม้ไผ่ลั่นจากสวนหมาก ถ้วยหมากตกลงมาเองแตกบนพื้น กลิ่นหมากเน่าจางๆ ลอยทั่วบ้านเงียบ ทุกคนหยุดนิ่ง
ในจังหวะนั้น บีตัดสินใจเผารายชื่อในสมุดบันทึก หวังว่าจากนี้ไปสิ่งผิดปกติจะจบ—แต่ทันทีที่เปลวไฟเผากระดาษ ลมเย็นแรงจัดพัดเข้าบ้าน เสียงเด็กหญิงร้องไห้สะท้อนก้อง เงาสัญลักษณ์วงกลมบนผนังไหลเป็นน้ำหมากสีดำลงสู่พื้น
ประตูบ้านทุกบานเปิดออกพร้อมกัน เสียงพูดซ้อนกันเป็นสิบๆ เสียง “อยู่กับเรา…คนที่ถูกลืม…” ลลิน ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น พี่ชายของเธอยืนอยู่ตรงนั้นแต่ไม่มีเงา
รังสิมาถูกดูดเข้าไปในห้องใต้ถุน บีวิ่งตามแต่ขาเหมือนถูกตรึง แน่นิ่งร้องไห้ พายและนัทกอดกัน หมดหวังกับทางออก ท้ายที่สุดวงล้อมสัญลักษณ์บนผนังทุกด้านกลายเป็นตา แสงวูบสุดท้ายดับลงด้วยเสียงสุดท้ายที่ลลินได้ยิน “ความทรงจำของที่นี่ ไม่มีวันตาย”
เช้าวันรุ่งขึ้น ชาวบ้านพบว่าบ้านหลังนั้นกลับคืนสู่ความเงียบ ไม่มีร่องรอยของใคร ใบหมากกองเต็มหน้าประตู เอกสาร สมุดบันทึก และถ้วยหมากใหม่อีกใบ มีชื่อทั้งหมดที่เข้ามาเยือน…รายชื่อถูกเติมไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่มีผู้มาเยือน แต่ความลับของบ้านหลังนี้ยังคงอยู่ ลลินและเพื่อนๆ ไม่เคยถูกพบเจออีกเลย