เวลาในสายหมอก
หมอกสีเทาคาอยู่อย่างถาวรเหนือเมืองชายฝั่งชื่อ ‘นาคินทร์’ เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังเงียบ ๆ แทรกด้วยเสียงหวีดหวิวของลม อากาศเย็นยะเยือกจนรู้สึกเหมือนเหงื่อที่ไหลออกกลายเป็นหยดน้ำแข็งภายในอึดใจ ทุกวันเหมือนกัน ต่างแต่เพียงกลิ่นบางอย่างในสายลมที่เปลี่ยนไป
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ณ บ้านไม้สองชั้นริมเนินหิน ทอฝัน นั่งอยู่บนเก้าอี้โยกใกล้บานหน้าต่าง เธอเปลี่ยนกระดาษภาพร่างในมือเป็นแผ่นใหม่ บนโต๊ะมีซากชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กระจัดกระจาย เสียงขลุกขลักด้านล่างบ่งบอกว่าพ่อของเธอ ‘คมสันต์’ กำลังซ่อมชิ้นส่วน ‘เครื่องย้อนเวลา’ ที่เขาตั้งชื่อล้อเลียน เพราะมันไม่เคยใช้การได้
เสียงรองเท้ากระทบไม้ดังขึ้น คมสันต์เดินเข้ามาด้วยท่าทางเคร่งเครียด “คืนนี้หมอกจะแน่นอีกแล้ว ฝากล็อกหน้าต่างดี ๆ ด้วย ลูกเองก็อย่าเพิ่งออกไปไหนนะ อันตราย”
ทอฝันไม่ตอบ เธอหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเพื่อนบ้าน ‘ป้าอารตี’ พยายามเดินฝ่าหมอกอย่างลำบากใจ ในสายตาเย็นชาของทอฝัน มีแววอยากรู้บางอย่างแฝงอยู่ภายในลึก ๆ
คืนนั้น หลังพ่อเข้านอนไปแล้ว ทอฝันเดินลงไปยังห้องใต้ดิน เธอถือโคมไฟกรองหมอกไว้ในมือ เสียงเครื่องย้อนเวลาของพ่อยังน็อน ๆ ถึงจะรู้อยู่ลึก ๆ ว่ามันทำงานไม่ได้ เธอกลับอดไม่ได้ที่จะลองกดปุ่มต่าง ๆ ด้วยหวังว่ามันจะช่วยให้เธอรู้ความลับของ “วันนั้น” วันที่แม่หายตัวไป
รุ่งเช้า ทอฝันตื่นมาด้วยเสียงเคาะประตูอย่างร้อนรน ป้าอารตีมายืนหน้าซีดที่หน้าประตู “หนูฝัน เมื่อคืนเห็นแสงประหลาดจากบ้านลูกลอยเข้าไปในหมอก ใช่อะไรหรือเปล่า?” ทอฝันลังเลแล้วบ่ายหน้าหนี “ไม่มีอะไรค่ะป้า” แต่ดวงตากลับมองไปยังห้องใต้ดินที่ลับ ๆ ล่อ ๆ
คมสันต์ถอนหายใจยาวเมื่อพบทอฝันหมกมุ่นกับภาพสเก็ตช์และเครื่องจักรในห้องใต้ดิน เขาเห็นลูกสาวเหมือนเห็นตนเองเมื่อยี่สิบปีก่อน ก่อน “วันนั้น” ที่ภรรยาทิ้งเขาไปโดยไร้ร่องรอย
“อย่าไปยุ่งกับของพวกนั้นฝัน มันทำให้พ่อต้องเจ็บมากพอแล้ว” คำของพ่อหย่อนค้างกลางอากาศ ทอฝันได้แต่ถอนใจ เธออยากถาม—แต่กลัวคำตอบ
สายหมอกกลางวันโปร่งลงเล็กน้อย ทอฝันเดินไปที่เพิงริมท่าเรือ เธอพบ ‘ไวศาล’ เพื่อนวัยเด็กวัยสิบหกที่กลายเป็นคนหยาบกระด้างหลังสูญเสียพ่อไป เขากำลังง่วนกับเศษ hardware เก่า ทอฝันแกล้งเดินเฉียดไปเฉย ๆ
“เฮ้ ทอฝัน รู้ไหมเมื่อคืนหมอกหนาขนาดเห็นอะไรประหลาด” ไวศาลจ้องเธอพราวระยับ เธอกระตุกไหล่ “เมื่อคืนเธออยู่บ้านใช่ไหม?”
“ก็อยู่สิ” ทอฝันเหยียดยิ้มจาง แต่พลันไวศาลหัวเราะแปลก ๆ “ดีล่ะ ฉันฝันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินอยู่ในหมอก ฟังดูบ้าดีเนอะ” ทอฝันนิ่งงันไปชั่วครู่ เด็กหญิงใจวูบลงลึกกับความคลุมเครือของเรื่องราว
ตกกลางคืน คมสันต์นั่งลงข้างเครื่องย้อนเวลา มือหยาบแตะเบา ๆ ที่ปุ่มกลไก กัดฟันกรอด “ถ้าวันนั้นฉันเลือกบอกรักเธอตรง ๆ จะมีวันนี้ไหม” เซ็งแซ่อารมณ์ค้างในอกเขาเนิ่นนาน
คืนนั้น หมอกหนาอีกครั้ง ทอฝันลอบเดินออกหลังบ้าน กระชับเสื้อกันหนาว สัมผัสไอหมอกเหมือนมือเย็นจัดของแม่ สายตาเหลือบแสงวูบวาบอยู่ริมเขตป่าถูกลืม เธอกลั้นหายใจ ตัดสินใจเดินตามเข้าไป ลมหายใจเป่าจางกลางหมอกเหมือนจะเห็นเงาเฟือน
จู่ ๆ เสียงเครื่องย้อนเวลาทำงานเอง เธอหยุดกึก ภาพในหน้าปัดออกมาแวบหนึ่ง—เป็นภาพของแม่ยืนถือโคมไฟอยู่หน้าท่าเรือ เลือดในกายทอฝันเย็นเยือก เธอหันกลับวิ่งเข้าบ้านไปหาเครื่องนั้นทันที
คมสันต์เปิดประตูสวนออกมา หัวเสีย “ฝัน ทำอะไร… เธอออกไปข้างนอกตอนนี้ได้ยังไง!”
“พ่อ เคยเห็น…แม่กลับมาไหม ตอนคืนนี้?”
คมสันต์นิ่งงัน พยายามกลืนอารมณ์ “แม่จากเราไปนานแล้ว อย่าไปคิด”
“ไม่ใช่ค่ะ หนูเห็นจริง ๆ! หรือพ่อปิดปากอะไรหนูตลอดมาคะ?” ทอฝันถามน้ำเสียงสั่น
คมสันต์เบือนหน้า น้ำตาปริ่มในดวงตา “พ่อ… พ่อแค่อยากปกป้องลูก”
คืนต่อมา ไวศาลบุกมาที่บ้านหลังจากเฝ้าดูจากริมรั้วทั้งวัน “เฮ้ พวกนายเล่นอะไรกับเครื่องจักรบ้านี่เนี่ย? แม่ของนายมีส่วนเกี่ยวอะไรกับหมอกนี่ไหม?”
ทอฝันชะงัก กำมือแน่น “ไม่มีทางรู้หรอก ถ้าไม่ลองเอง” เธอดึงไวศาลลงห้องใต้ดินไปด้วยกัน กดเครื่องย้อนเวลาอีกครั้ง บานหน้าต่างสั่นคลอนในหมอกละเอียด
ไฟกะพริบวาบ รูปภาพของแม่กับเด็กหญิงในอ้อมแขนปรากฏขึ้น ไวศาลพูดเสียงแผ่ว “นั่นนาย… กับแม่?” ทอฝันหลุดร้องไห้ออกมาครั้งแรกในรอบหลายปี
คืนนั้น พ่อกับลูกทะเลาะกันอย่างรุนแรง คมสันต์ปรี๊ดแตก “แกจะขุดอดีตไปถึงไหน!”
“ก็ในอดีตพ่อเก็บความจริง หนูถึงไม่มีอนาคตค่ะ!” น้ำเสียงสะอื้นบาดลึก คมสันต์เดินกระแทกประตูออกไป ทิ้งทอฝันกับไวศาลไว้ในห้องใต้ดินเย็นเยียบ
วันต่อมา เมืองถูกข่าวลือของ “เงาสตรีในหมอก” และแสงประหลาดก่อความปั่นป่วน มีกระทั่งชาวบ้านเริ่มกลัวสิ่งลึกลับกว่าเดิม
ไวศาลพบเอกสารลับในที่ซ่อนใต้เครื่องย้อนเวลา เป็นสมุดบันทึกของแม่ที่ทิ้งไว้ก่อนหายตัว “หมอกเก็บความทรงจำ… ใครข้ามผ่าน เวลาคืนกลับไม่ได้” ทอฝันกลืนก้อนสะอึกในคอ
เช้าวันหนึ่ง คมสันต์นั่งเงียบ ๆ ที่ท่าเรือ “ฝัน รู้ไหม พ่อเคยอยากย้อนเวลากลับไปแก้ไข… แต่พอลูกโตกว่านี้ พ่ออยากเดินผ่านความสูญเสียมากกว่า”
ฝันฟังแล้วเงียบไป สายหมอกบางลง เธอมองสายตาพ่ออย่างช้า ๆ น้ำหนักในใจเบาลงทีละน้อย
คืนนั้น ทอฝันกล้าเดินออกสู่หมอกอีกครั้ง ไวศาลตามไปด้วย เครื่องย้อนเวลาส่งเสียงแปลก “ฝัน ถ้าลองกดปุ่มนี้พร้อมกันสองคน…?”
ทั้งสองจึงจับมือกัน กดพร้อมกัน หมอกข้นจัด ในแสงสลัวพวกเขาสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง—ราวกับเสียงหัวเราะของแม่ลอยผ่านข้างหู
ความทรงจำหล่นร่วงทีละชิ้น ภาพที่ลืมมานานย้อนคืน—วันที่แม่พาทั้งสองคนหนีออกไปกลางหมอก ด้วยเพียงใจกล้าที่จะเปลี่ยนทุกอย่าง แม้จะไม่รู้อนาคต
ทอฝันร้องไห้ น้ำตารินอย่างโล่งใจ “พ่อ… แม่ไม่ใช่แค่จากไป แต่เธอเลือกทางที่ดีที่สุดในวันนั้น—และเราต้องเดินต่อไป”
คมสันต์กลับเข้ามาโอบลูกแน่น “ทุกคนมีอดีตที่ต้องรับมือ… ถ้าโตพอจะรับมือ มันก็ไม่ใช่บาดแผลอีกต่อไป”
สายหมอกสลายช้า ๆ เมืองสว่างขึ้นทีละนิด เด็กหญิงกับพ่อ กล้าที่จะบอกลาข้อมูลในเครื่องจักร ปล่อยอดีตไว้กับหมอก แล้วเดินหน้าไปกับปัจจุบันที่มีค่ากว่าเดิม