เงาเวลาบนผืนน้ำแข็ง
แสงไฟนีออนสีฟ้าสะท้อนอยู่บนน้ำแข็งที่ล้อมรอบอุโมงค์ รถรางไร้คนขับเลื้อยผ่านลมหนาวใบ้สะพรั่ง เสียงเสียดหินก้องไปทั่วโถงใต้ดิน วินัย เด็กชายวัยสิบสี่ปีนั่งนิ่งพลางกอดถุงสะพายเก่าแน่น เขามองออกไปราวกับหวังจะมองเห็นอะไรในความมืด
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ใกล้ประตูทางออก มีหญิงสาวท่าทางดุดัน คิ้วขมวด ผมดำขลับเงาแต่งแต้มด้วยรอยเสียหายของจักรกล นัยน์ตาเธอเย็นชาจนแทบจับความกลัวไม่ได้ เธอชื่ออรพินท์ เย็บรอยแตกของข้อมือกลไกให้ตัวเองเงียบ ๆ ขณะที่มืออีกข้างกอดเสื้อกันหนาวขาด ๆ ไว้แนบอก
“ทำไมยังไม่กลับบ้าน วินัย?” เสียงเธอแผ่วแห้งกังวลปะปนมาด้วย แต่ซ่อนเอาไว้ด้วยความแข็ง
เด็กชายยักไหล่ ไม่สบตา “ยังไม่อยากกลับ พ่อจะกลับมาหรือยังนะ…” เขากำมือแน่นขึ้นก่อนเสริม “ผมอยากเจอเขาอีกซักครั้ง”
เงียบงันหนึ่งอึดใจ เธอกำหมัดแน่น ตอบช้า ๆ “เขาอาจ…ยังอยู่ข้างนอกนั่น ไกลเหลือเกิน แต่อาจจะ…” เสียงเธอสั่นแทบไม่ได้ยิน
อุโมงค์ใต้ดินนั้นถูกรังสรรค์ขึ้นโดยรุ่นปู่ย่าตายายหลังจากธารน้ำแข็งกลืนกินโลก วินัยและแม่—หรือคนที่เขาเรียกแบบนั้น—ติดอยู่กับความทรงจำกับอนาคตที่ล่องลอย แสงนีออนขับไล่เงามืด แต่ไม่ไล่ความหนาวจากใจพวกเขาไปได้
รุ่งเช้า ข่าวจะถูกแพร่มาตามระบบเสียงอัตโนมัติ “วันนี้ระดับออกซิเจนต่ำ ใช้พลังงานอย่างประหยัด…”
อรพินท์จูงมือวินัยไปฝ่าผู้คนที่ต่อคิวรับอาหารผงกลิ่นนม พวกเขาครุ่นคิดว่าจะมีวันสิ้นสุดของอุโมงค์นี้ไหม อรพินท์หลบสายตาชายชราใบหน้ามืดมัวคนหนึ่ง ผู้ซึ่งเอ่ยเบา ๆ ว่า “เธอไม่ควรออกนอกกฎ…พาเด็กไปด้วย มันอันตราย”
วินัยมองสายตาของแม่ ความกลัวสบตากับความหวัง อายุสิบสี่ปีของเขายังไม่เคยเรียนรู้โลกภายนอก เฉพาะเรื่องราวของพ่อที่เป็นนักสำรวจน้ำแข็งซึ่งหายไปเมื่อเทิร์นฤดูที่แล้วเท่านั้น
ระหว่างมื้อเช้า อรพินท์จามและกุมหน้าอก “หายใจไม่ค่อยออกอีกแล้ว?” – “ผมจะลองหายาในโกดังให้”
เธอส่ายหน้า “อย่าเสี่ยง เปิดล็อกโกดังเมื่อไหร่ระบบแจ้งเตือนจะดัง อย่าทำให้ยุ่งยาก”
แต่แววตาวินัยเต็มไปด้วยความดื้อรั้น เขาหันมองหน้าหญิงที่เลี้ยงดูเขามาด้วยความรู้สึกทั้งรักทั้งกลัว เขาต้องการตอบแทนพ่อและแม่ เขาอยากจะเป็น “คนสำรวจ” สักครั้ง
คืนนั้น เขาแอบลุกขึ้นตอนทุกคนหลับ ใช้การ์ดแม่แอบเข้าโกดัง แสงเลเซอร์ไล่เขาตามเส้นทางแคบ ๆ เขาสะดุ้งเมื่อเจอสัญญาณอัตโนมัติเตือนภัย “บุคคลต้องสงสัย” ทันที ภาพพ่อในความคิดแว่บขึ้น เขาวิ่งฝ่าประตูหลังออกมาแทบจะชนอรพินท์เข้าเต็มแรง
“ออกมาข้างนอก…ทำไม?” เธอกระซิบเสียงนิ่ง หางเสียงเหมือนโกรธแต่แฝงด้วยความห่วง “กลัวไหม?”
“กลัว…แต่กลัวว่าจะไม่ได้รู้อะไรเลยมากกว่า” เขาตอบหลังจากลังเลอึดใจ
เธอมองเขานาน “ฉันก็เคยกลัว…จนกลายเป็นคนแบบนี้” เธอยิ้มจาง ๆ พลางเอื้อมแตะบ่าลูกชาย “โลกข้างนอก มันไม่ได้ใจดีกับใคร”
เงียบขรึมหนึ่งอึดใจ พวกเขาตัดสินใจ พรุ่งนี้…จะปีนขึ้นไปยังชั้นบนสุดของเมือง เพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับพ่อของวินัย และการเดินทางที่อาจไม่อาจย้อนคืน
รุ่งเช้า เมืองใต้ดินทั้งเมืองปั่นป่วนเมื่อระบบป้องกันภัยแจ้งเตือนการบุกรุก อรพินท์ฝืนกลั้นเจ็บ ใช้เส้นสายเก่าในระบบรักษาความปลอดภัยช่วยลูกชาย หนีออกไปพร้อมกัน
ชั้นบนสุดคือสถานีเก็บข้อมูลกลาง ด้านหนึ่งมีหน้าต่างโปร่งใสเผยแสงอาทิตย์อ่อนบนทะเลน้ำแข็ง พวกเขาถูกเจ้าหน้าที่ระบบติดตามอัตโนมัติจับได้กลางทาง
“หยุด! ห้ามบุกรุก!” เสียงเครื่องจักรก้อง
อรพินท์ปกป้องวินัย ดึงเขาหลบหลังเครื่องควบคุม หยาดเหงื่อบนหน้าผากสะท้อนไฟสีฟ้า เธอหยิบอุปกรณ์สื่อสารโบราณที่ขโมยมาจากศูนย์ซ่อมสัญญาณ ส่งเสียงรหัสผ่านไปยังลิฟต์ฉุกเฉิน
วินัยรวบรวมความกล้า “ในนั้น…ต้องมีข้อมูลการสำรวจของพ่อแน่”
“หรือมีเพียงความว่างเปล่า” เธอพูดพลางเหลือบตามองลูกชายด้วยสายตาสั่นไหว
เสียงสัญญาณลิฟต์แว่วมา ทั้งคู่หนีเข้าไปทัน เสียงกริ่งดังประสานกับเสียงหัวใจที่เต้นแรง เงาสะท้อนของทั้งสองปรากฏในกระจกเงา ทั้งเจ็บทั้งกลัว
ภายในห้องเก็บข้อมูลกลาง เจอประตูนิรภัย มีเสียงข้อความที่บันทึกไว้ “ฤดูที่แล้ว นักสำรวจหมายเลข 117 ขาดการติดต่อ”
วินัยสะอื้นไห้ คำตอบที่เขาเฝ้าคอยอาจไม่ใช่สิ่งที่ใจเต็มใจยอมรับ อรพินท์วางมือแตะไหล่ลูก
“บางที…การสูญเสียคือสิ่งที่เราต้องเติบโตจากมัน” เสียงเธอไม่มั่นใจแต่หนักแน่น
เขาหันมามองเธอ “แม่…แม่คิดถึงพ่อใช่ไหม?”
เงียบงันหนึ่งวินาที น้ำตาของอรพินท์เอ่อล้น แม้เธอไม่อยากให้ใครเห็น
ระบบเผยตำแหน่งการสื่อสารครั้งสุดท้าย “พิกัดหิมะยุบ…อุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์สิบสององศา” หน้าจอแสดงภาพเบลอ ๆ การส่งสัญญาณเสียง “อย่ายอมแพ้…”
วินัยหลับตากลั้นน้ำตา หนึ่งความจริงในวันนี้คือพ่ออาจไม่มีวันกลับมา อีกความจริงคือแม่ที่เขามีอยู่ตรงนี้
ลมหายใจหนึ่งผ่านไป อรพินท์เอื้อมดึงวินัยเข้าสู่อ้อมกอด
“บางครั้งการมีชีวิตอยู่ก็กล้าหาญกว่าการเป็นฮีโร่…” เธอเอ่ยช้า ๆ น้ำเสียงแผ่วเบา
เมืองใต้ดินทั้งเมืองยังไหลเวียนต่อไป พวกเขาหันหลังกลับช้า ๆ ท่ามกลางแสงนีออนสีฟ้าบนผืนน้ำแข็ง ทั้งคู่ก้าวเดินสู่ทางเดินใหม่—พร้อมกับบาดแผลและความหวังสดใสในเงาเวลาสีขาวสะพรั่ง