ร่องรอยใต้ผืนน้ำแข็ง
เสียงหวีดของระบบเตือนภัยก้องสะท้อนอยู่ในทางเดินกระจกใสที่พาดผ่านผืนน้ำแข็งลอยเหนือทะเลขั้วโลกใต้ ชาวเมืองสวมเสื้อกันหนาวหนา วุ่นวายผลุดผลักผ่านกันไปมา ใต้เท้าแลเห็นรอยร้าวปรากฏขึ้นบนผิวแข็ง ท่ามกลางแสงเงียบงันแห่งฤดูขาวยาวนาน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!อิโอหยุดยืนอย่างตะลึง มองไกลออกไปเห็นแสงสีฟ้าไฟฟ้าแลบตรงฐานวิจัยกลางเมือง เธอเก็บเอกสารแนบอก หันขวับมองหาลูกสาว พลางหัวใจสะดุดเต้นรัว “โซลา อยู่ไหน!” น้ำเสียงแข็งกร้าวแต่เผยร่องรอยกังวลหนักหน่วง
โซลา เด็กสาวผมแดงวัยสิบหกกำลังขว้างโทรศัพท์ไปกับพื้นอย่างหัวเสีย เธอหลบซ่อนตรงมุมบันไดด้านล่าง หายใจถี่ สายตาแข็งกร้าว “แม่อย่าตามหนูได้ไหม! หนูจัดการตัวเองได้!”
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งในเสื้อโค้ตเทาเข้มก้าวมาขวางระหว่างแม่ลูก สายตาเฉียบเย็นแต่ลึกซึ้ง “ตอนนี้ไม่ใช่เวลาทะเลาะกัน” เสียงเขาราบเรียบแต่หนักแน่น “ชื่อวิชช์ ผมเป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมระบบเมือง เราต้องไปรวมตัวที่ศูนย์ควบคุมเร็วกว่านี้ ก่อนทางเดินจะปิดตัวเองอีกครั้ง”
อิโอขยับเข้าไปใกล้ลูกสาว โซลากำลังเก็บโทรศัพท์อย่างหัวเสียและพูดเบา ๆ “หนูเกลียดตรงนี้…หนูเกลียดชีวิตแบบนี้…”
ระบบไฟฟ้าเริ่มกระพริบ เสียงปึงปังดังไปทั่วเมือง ทางเดินกระจกสั่นไหว ทั้งสามรีบวิ่งฝ่าฝูงชน ผู้คนตะโกนโกลาหล เด็กเล็กบางคนร้องไห้ หลายคนลื่นลงกับพื้นน้ำแข็งที่เริ่มไถลเข้าหากันอย่างช้า ๆ
อิโอดึงมือโซลาไว้แน่น โซลากระชากมือกลับ “ไม่ต้องมาจับได้ไหม!” อิโอถอนใจ พยายามกลั้นน้ำตา เธอพูดผ่านไรฟัน “ฟังแม่นะ เธอต้องรอด โซลา”
วิชช์เปิดประตูแสตนเลสเข้าไปด้านในศูนย์ควบคุม เสียงม่านเหล็กปิดกั้นหลังพวกเขาดังสนั่น “ต้องมีใครเจอเบาะแสอะไรแน่” เขากวาดสายตามองจอภาพอิเล็กทรอนิกส์ที่แสดงกราฟรอยร้าวและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
โซลานั่งกอดอกหน้าเครียด หันไปมองอิโอด้วยสายตาแข็งกร้าว “แม่จะคิดแต่เรื่องงานใช่ไหม ไม่แคร์อะไรนอกจากงานวิจัยบ้า ๆ ของแม่” อิโอกลืนน้ำลาย “ที่แม่ยอมทิ้งบ้านเดิม ไม่ใช่แค่เพราะงานวิจัย แต่เพราะ—” เธอหยุด พยักหน้าท่าทางหนักใจ
วิชช์นิ่งฟัง สังเกตความตึงเครียดของสองแม่ลูก แล้วเบนสายตาไปที่จอ “นี่ไม่ใช่แค่ภัยธรรมชาติ ผมเชื่อว่ามีบางอย่างถูกจงใจทำให้เกิด”
เสียงคลื่นน้ำกระแทกน้ำแข็งอย่างต่อเนื่อง แรงสั่นสะเทือนชัดเจนขึ้น เด็กชายคนหนึ่งหน้าซีดเผือดวิ่งเข้ามา รายงานว่าห้องอาหารใต้ดินทรุดตัวแล้ว
อิโอกับโซลามองหน้ากัน น้ำตาคลอเบ้า อิโอเดินเข้ากอดลูกสาว โซลายังลังเลแต่ไม่ได้ผลักไส พวกเขาค่อย ๆ ปรับสัมพันธ์ในขณะที่สถานการณ์เลวร้ายขึ้น
วิชช์พาดูข้อมูลระบบ พบว่ามีการแฮ็ครหัสเข้าห้องเครื่องจักร จู่ ๆ เขาก็หยุดนิ่งไปชั่วครู่เหมือนมีแผลในใจ “ผมเคยไว้ใจคนผิด…อย่าเพิ่งคิดว่าคนที่คุณรักจะปลอดภัยเพียงเพราะอดีต”
แสงไฟดับวูบ เสียงหวีดเตือนภัยยกระดับ ทุกคนเงียบกริบ เหลียวมองหน้ากัน วิชช์ตัดสินใจล้วงเอากุญแจระบบสำรองออกมา เผยสีหน้าลังเลเจ็บปวด “ต้องลงไปเปิดระบบควบคุมใต้ฐานใต้ทะเล แต่อันตรายมาก น้ำแข็งกำลังแตก…”
โซลาขมวดคิ้ว “แม่จะไปจริง ๆ เหรอ” อิโอแตะไหล่ลูกสาว “แม่ต้องทำ ถ้าไม่หยุด ความพินาศจะลามไปทั้งเมือง” โซลากัดริมฝีปากแน่น จ้องหน้าแม่ “อย่าทิ้งหนูอีก…”
ในอุโมงค์ใต้น้ำแข็ง เสียงโลหะกึกก้องระหว่างที่ทั้งสามคนเดินผ่าน แสงสว่างเพียงเล็กน้อยจากไฟฉาย เปลือกน้ำแข็งใสเผยให้เห็นเงาปลาว่ายไกล ๆ ทุกฝีก้าวคือบททดสอบ
วิชช์หยุดเดิน เหงื่อซึมที่ขมับ “ครั้งสุดท้ายที่ผมมาที่นี่…ผมเสียเพื่อนไป ในอุบัติเหตุระบบพังแต่ไม่มีใครเชื่อว่ามันคือฝีมือคน” เขาพูดช้า ๆ ริมฝีปากสั่นเครือ “คุณทั้งสองกล้าไหม”
อิโอเงียบ โซลามองหน้าแม่ “แม่กลัวหรือเปล่า” อิโอกลืนน้ำลาย “แน่นอน…แม่กลัวจะเสียลูกไปอีกครั้ง กลัวว่าผิดพลาดซ้ำ”
เสียงโครมครามดังขึ้น น้ำแข็งแตกเข้าใกล้ขึ้นทุกที พวกเขาเร่งก้าว พบร่องรอยแฮ็ค เขียนเป็นรหัสแปลกประหลาดติดไว้ข้างระบบควบคุม
โซลาอ่านรหัส เธอเคยเอาดีทางโปรแกรม พึมพำเบา ๆ “นี่…นี่มันรหัสของพ่อ…” เสียงเอ่ยแผ่ว พลันน้ำตาไหลอาบแก้ม อิโอหน้าซีดวิ่งเข้ากอดลูก วิชช์อึ้งแต่รีบตั้งสติ
ทั้งหมดสลับกันช่วยแฮ็คระบบ พวกเขาพบคลื่นความถี่ที่เชื่อมโยงไปถึงเรือวิจัยที่ล่องลอยนอกเมือง และข้อความสั้นปริศนาว่า “ตามหาความหวังใต้ผืนน้ำ”
ระหว่างหนีวิ่งกลับมา เสาน้ำแข็งหลายต้นถล่ม ท่อน้ำทะลักเข้ามา ทุกคนต่างกอดกันชนัดแน่นพร้อมกระโจนขึ้นบันไดเหล็กที่โยกเคว้ง อิโอผลักโซลาขึ้นก่อน ตนเองขึ้นตาม วิชช์ลากทั้งคู่ขึ้นมาทันเวลา
บนดาดฟ้า บรรยากาศโกลาหล ชาวเมืองกลุ่มหนึ่งเริ่มเกรี้ยวกราดเพราะเข้าใจว่ามีคนแอบทำลายระบบ มีการกล่าวหากัน อิโอและโซลาถูกกล่าวว่าเกี่ยวข้องกับรหัสของบุคคลภายในเดิม อิโอโต้แย้งอย่างลนลาน “ความจริงมันลึกกว่านั้น ใครบางคนต้องการทำลายที่นี่…”
วิชช์ถอนใจ เขากดคีย์รหัสระบบสื่อสารกลาง ประกาศเตือนเสียงเข้ม “ผู้ใดก็ตามที่รู้เบื้องหลังรหัสชุดนี้…โปรดยอมเปิดเผย ทุกคนกำลังจะตายถ้าไม่ร่วมมือ!”
กลางความวุ่นวาย ลมหนาวพัดผ่านอย่างรุนแรง เสียงคลื่นน้ำแข็งระเบิดกัดกินเร่งเวลาตัดสินใจ โซลาร้องไห้กระซิก ดึงมือแม่ไว้แน่นแล้วยื่นข้อมูลแฮ็คให้ทุกคนดู “หนูไม่ได้ทำร้ายใคร หนูแค่ไม่อยากถูกทิ้ง”
อิโอซบอกลูก “แม่ขอโทษ แม่คิดแทนหนูเยอะไป เราต้องรอดไปด้วยกันนะ โซลา…” วิชช์เงียบงัน จ้องมองภาพแม่ลูกน้ำตาคลอเบ้า นิ่งอึ้งก่อนเอ่ยเสียงสั่น “ผมอยากเชื่อใจสักครั้ง…”
เสียงโครมใกล้เข้ามา ระบบไฟฟ้าดับทั่วเมือง วิชช์เร่งเปิดโหมดฉุกเฉิน สั่งล็อคเสถียรผืนน้ำแข็งแต่ต้องมีคนยอมเสี่ยงเข้าสู่แกนกลางมือเปล่า อิโอลังเล โซลากลั้นใจ “หนูจะไปเอง”
ประตูมืดทึบเปิดออก โซลาในชุดกันหนาวใหม่ แอ่นอกก้าวเข้าไป เธอตัวสั่นแต่สายตาแน่วแน่ อิโอกอดลูก “ถ้าเธอไม่กลับมา แม่จะตามไป” วิชช์ซับแววตาเศร้าในใจ “ขอให้โชคดีนะเด็กน้อย”
ในห้องควบคุมกลางโศลก ซากเครื่องจักรเงียบเย็น โซลาต่อสาย ฉายรหัส ทันใดนั้นเสียงของพ่อเธอปรากฏทางลำโพง “ถ้าวันหนึ่งเธอได้ยินเสียงนี้ แปลว่ายังเหลือคนหวัง” เสียงดังก้องในหัวใจ โซลากลั้นน้ำตา กดปุ่มรีเซ็ต
เกิดไฟฟ้ากระตุก ระบบค่อย ๆ กลับมาทำงาน เมืองเริ่มหยุดสั่นไหว ผู้คนเฮโลกันทั้งน้ำตา อิโอและวิชช์วิ่งโผเข้ากอดโซลาที่กลับมาได้อย่างปลอดภัย
บนหลังคาเมือง โซลามองฟ้าน้ำแข็ง เห็นแสงเหนือสาดลงมากระทบกับผืนน้ำ แตกกระจายเหนือหัว ทุกคนโอบกอดกันแน่น แววตาเปียกชื้นแต่เปี่ยมหวัง
อิโอกอดลูกสาว มือหนึ่งแตะไหล่วิชช์ ความผิดบาปในใจของแต่ละคนไม่ได้หายไปทันที แต่พันธนาการแห่งอดีตถูกเปลี่ยนเป็นแรงขับให้ก้าวต่อไป
ในแววตาของโซลา สะท้อนประกายฟ้าที่รอวันพรุ่งนี้อย่างไม่ยอมแพ้