เมื่อดาวห่างฟ้าใกล้หัวใจ
เสียงนาฬิกาตีบอกเวลาสิบโมงเช้าในเช้าวันสอบปลายภาค เจเดินเข้ามาในลานคณะพร้อมแก้วกาแฟในมือ ใบหน้าหล่อคมแต่ยังดูง่วง ๆ ของเขาหันซ้ายขวาหาคนหนึ่งอย่างคุ้นเคย
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“มินมาหรือยังวะ?” เจหยุดยืนพักหอบ เพลิดเพลินกับอากาศเย็นในร่มไม้หน้าคณะ สายตาแลเห็นมินยืนอยู่ใกล้ตู้เครื่องดื่มหญิงสาวผมยาว ใบหน้าคงความขี้เล่น แต่แววตาเหมือนแอบเก็บอะไรไว้ข้างใน
“สายอีกแล้วนะพลพรรคเจจะไปทันสอบมั้ยเนี่ย” มินพูดแซวพร้อมยิ้มมุมปาก ยื่นชีตวิชากฎหมายระหว่างประเทศให้
เจรับชีตไปพลางถอนใจ “เมื่อคืนอ่านจนตีสาม เธอนี่เก่งจริง ๆ จะสอบตกยัง?”
มินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเบา ๆ “ถ้ามีคนช่วยติวบ่อยแบบเจ ฉันคงรอดทุกวิชา”
“ไม่ต้องมาหยอด” เจหัวเราะกลบความประหม่าที่เกิดในใจโดยไร้เหตุผล ก่อนทั้งสองเดินเคียงกันเข้าห้องสอบ
สายลมพัดเอื่อย ความเงียบเข้าครอบคลุมห้องสอบ ทุกคนตั้งใจเขียนคำตอบ เจเหลือบแอบมองมินนั่งก้มหน้ากับข้อสอบ สีหน้าจริงจังมาก เจมือสั่นนิด ๆ ตั้งแต่เธอยื่นชีตให้เมื่อเช้า ความคิดบางอย่างวนเวียนแล้วเขาไม่ได้พูดออกไป
หลังเลิกสอบ เสียงโบราณของจักรยาน มินหมุนสองล้อผ่านถึงสนามหญ้าหลังมหาวิทยาลัย เจวิ่งตามมาอย่างเหนื่อยหอบ
“ไปไหนน่ะมิน รอด้วย! เดี๋ยวเดินกลับด้วยกัน”
มินหัวเราะน้อย ๆ เหลือบมองเขา “ไปซื้อขนม ฉันหิว… เอาเปล่า?”
เขาพยักหน้า “แล้วแต่ นายว่าดี” แววตาแอบสังเกตเธอตลอดทาง ด้วยหัวใจที่ไม่กล้าพูดออกไปตรง ๆ
ทั้งสองนั่งใต้ร่มต้นไม้ริมสนามหญ้า มินกัดขนมปังเบา ๆ เอียงหน้าถามอย่างไม่มั่นใจ “เจ… นายจะสมัครทุนไปอังกฤษจริงเหรอ”
เขานิ่งไปอึดใจหนึ่ง เรียบเรียงคำตอบช้ากว่าปกติ “ก็… กำลังคิด ๆ อยู่ ยังไม่ได้ตัดสินใจ จริง ๆ”
“ใครบอกว่าคิดแค่นั้น แม่บอกฉันเหมือนกันว่านายจะได้ทุนต่อโทแล้ว” มินหลุบตาต่ำ ซ่อนอะไรไว้ในสีหน้า
บรรยากาศชะงักงัน เจกระแอมเบา ๆ ก่อนถามเสียงอ่อนลง “มิน ถ้าฉันต้องไปไกล… เธอจะคิดถึงกันมั้ย”
หญิงสาวนิ่ง ปากขยับแต่ไร้เสียงสักพัก “ฉันก็ไม่รู้… คนใกล้บางทีก็เหมือนดาวไกล ไม่ใช่เหรอ” เธอหัวเราะกลบเกลื่อน เจอมองหน้าเธอนานกว่าเดิม แต่ก็ไม่กล้าถามมากไปกว่านั้น
เย็นวันนั้น เจกลับห้องอย่างหนักอึ้ง ภาพรอยยิ้มมินติดอยู่ในหัว เขาเปิดข้อความเก่า ๆ ที่เคยคุยกับเธอ อ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก คำบางคำเหมือนอยากถามแต่กลับลบข้อความนั้นออกทุกที
อีกวันหนึ่ง ระหว่างรอเรียนพิเศษ เจหอบแล็ปท็อปนั่งตรงข้ามมินในร้านกาแฟ
เสียงดนตรีเบา ๆ เจพิมพ์อะไรบางอย่างในโน้ตบุ๊กแล้วหยุด ถอนใจ แล้วปิดคอมพลัน มินถาม “เหนื่อยหรือเปล่า? เห็นช่วงนี้ดูเครียดนะ”
“แค่…กลัวตัดสินใจพลาดตอนสำคัญ นายเคยกลัวอะไรแบบนี้มั้ย”
มินยิ้มน้อย ๆ สั่นหัว “กลัวทุกวันเลยเจ กลัวว่าคนรอบข้างคาดหวังในสิ่งที่เราไม่ใช่ กลัวว่าถ้าเลือกสิ่งที่อยากจริง ๆ จะผิดหวังเอง จะทำให้ใครผิดหวัง”
เจดูเหมือนจะเข้าใจอะไรขึ้นมาเล็กน้อย แต่ยังเลือกนิ่ง ไม่เฉลยอะไรกลับไป
บางวัน มินกับเจเหมือนห่างกันมากขึ้น ทุกครั้งที่เจพูดเรื่องไปอังกฤษ มินก็มักเลี่ยงเปลี่ยนเรื่องอย่างช่ำชอง ทั้งสองเริ่มหายไปจากกิจกรรมประจำเจอหน้ากันน้อยลง
วันที่ฝนพรำ เจที่กำลังเดินตากฝนมึน ๆ บังเอิญเจอมินนั่งเหม่ออยู่หน้าร้านหนังสือ เขาหยุดยิ้มเจื่อน ๆ
“ไม่เอาร่มมาหรือไง” เจส่งผ้าเช็ดหน้าที่พกติดตัวให้ เธอรับไปแบบงง ๆ
ความเงียบแทรกกลางบทสนทนา
“จำได้ไหม ตอนเข้าเฟรชชี่วันแรก ฉันเดินหลงแล้วนายช่วย” มินเอียงหน้าถาม
เจหัวเราะขื่นขม “จำได้ นายร้องไห้จนฉันนึกว่าจะเอาอยู่มั้ย ทำไมเพิ่งพูดถึง”
มินหันกลับไปมองสายฝนเบา ๆ “บางทีเรื่องที่ผ่านมาแต่เรายังไม่กล้าพูดออกมา อาจดีกว่าปล่อยให้มันหายเงียบ ๆ”
เจกำลังนิ่ง น้ำเสียงจริงจังขึ้น “นายมีอะไรอยากบอกฉันมั้ย ถามจริง…”
มินเงียบอีกครู่ ก่อนพูดเฉียด ๆ ว่า “บางอย่างพูดแล้วมันอาจเปลี่ยนทุกอย่าง ฉันเลยยังไม่พร้อม”
ค่ำวันเดียวกัน มินส่งข้อความมาบอกว่าเธอจะกลับบ้านต่างจังหวัดสักพัก เจพิมพ์ตอบแต่ลังเลก่อนกดส่ง
“โชคดีนะ กลับมาเมื่อไหร่ก็บอกด้วย”
โต๊ะอ่านหนังสือในห้องสมุดดูว่างเปล่าในเช้าวันใหม่ เจนั่งรออยู่แต่ไร้เงาของมิน
“เมื่อไหร่จะคิดถึงบ้านมากกว่าคิดถึงคนในเมืองบ้างนะ” เจบ่นกับตัวเองเบา ๆ กลืนน้ำลายทั้งที่ไม่มีใครฟัง
เวลาผ่านไป บทสนทนาในแชทห่างขึ้น มินตอบช้าลง หัวข้อคุยน้อยลง เจเริ่มไม่มั่นใจว่ามิตรภาพจะกลับมาเหมือนเดิม
คืนวันหนึ่ง เจนั่งคุยกับพี่ชาย พี่ชายพึมพำขึ้น “จะไปอังกฤษจริง ๆ มั้ยวะ เห็นนายพูดแต่ยังลังเลอยู่…”
เจนิ่ง อยู่นานกว่าจะตอบ “กลัวกลับมาเสียอะไรไป ไม่รู้สิ… มันเหมือนมีบางอย่างที่ยังพูดค้างกันอยู่”
“ถ้าเขาสำคัญขนาดนั้น ทำไมไม่พูดออกไปซะทีล่ะ?” พี่ชายถาม น้ำเสียงจริงจังแต่แฝงความห่วงใย
เจกลืนคำตอบ หัวใจหนักอึ้ง หูอื้อเหมือนโลกเงียบลงอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน มินใช้ชีวิตอยู่บ้านต่างจังหวัดกับแม่ ความเงียบและบรรยากาศเดิม ๆ ทำให้เธอเริ่มทบทวนตัวเอง เธอเห็นข้อความเจทุกวันแต่ก็ยังไม่กล้าตอบกลับด้วยความยาวเหมือนเคย
มินเดินไปริมทุ่งนา มองท้องฟ้ายามเย็น “เราอยากเดินตามใจกับความฝัน หรือกับใครบางคนกันแน่” เธอพูดกับตัวเอง
คืนหนึ่ง มินโทรหาเพื่อนสนิท “แก… แกคิดว่าคนเราควรเสี่ยงกับความรู้สึกตัวเองมั้ย ถ้ามันอาจทำให้เสียเพื่อนไป”
ปลายสายเงียบไปสักพัก ก่อนตอบกลับ “เสี่ยงดูไหม ถ้าไม่ลองจะไม่มีวันรู้คำตอบ”
เช้าวันสอบสัมภาษณ์ทุน เจเตรียมตัวแต่ยังรู้สึกว่างเปล่า พกมือถือดูข้อความเดิม ๆ ในแชท มินกลับเมืองกรุงมาสอบพอดี แต่ไม่ได้บอกเจ
บ่ายวันนั้น หลังสิ้นสุดสัมภาษณ์ เจวิ่งออกมาจากตึกเรียน ทันใดเขาเห็นมินเดินผ่านไปเงียบ ๆ
“มิน!” เจเรียก หญิงสาวหันมาเล็กน้อย ก่อนชะงัก สีหน้างุนงงกึ่งโล่งใจเจ้าอย่างแปลกประหลาด
“นาย… มาสอบเหรอ…” เจพยายามปั้นยิ้มแต่แอบเครียด
“ใช่… นายเป็นไงบ้าง” มินถามเสียงเบา
ความเงียบสั้น ๆ ดำเนินต่อ เจตัดสินใจหยิบสมุดโน้ตยื่นให้ “เอานี่ไป… จำได้ไหม นายเคยขอให้ฉันเก็บให้วันสอบเทอมก่อน”
มินรับ สมุดนั้นมีข้อความ “โลกยังหมุนไป ทุกอย่างเปลี่ยน นายจะอยู่หรือไปก็ยังมีฉันอยู่ตรงนี้”
มินอ่านแล้วเงียบ แล้วพูดขึ้นเบา ๆ “เจ… ฉัน… ก็คิดถึงเหมือนกัน”
เจนิ่งไป “ฉันกลัว นายจะหายไป เหมือนดาวไกล”
มินสั่นศีรษะ “ไม่หรอก บางทีดาวใกล้กว่าที่คิด แต่อาจต้องกล้าที่จะเงยหน้าดู”
บรรยากาศเหมือนทุกอย่างหยุดนิ่ง มินและเจต่างไม่รู้จะพูดอะไรต่อ รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏบนใบหน้าทั้งคู่
วันประกาศทุน ทั้งสองยืนรอหน้าโพสต์บอร์ด เจชื่อขึ้นทุนไปอังกฤษจริง ๆ มินมองหน้าเขานิ่ง “ดีใจด้วยนะ” เสียงเธอเบากว่าทุกที
“ขอบใจนะ บางทีฉันควรจะกล้าพูดความจริงบ้าง” เจถอนใจ “ฉัน…เคยคิดว่าถ้าเลือกอนาคตอย่างเดียวคงไม่เสียใจ สุดท้ายสิ่งที่กลัวที่สุดคือไม่มีนายในวันหน้ามากกว่า”
มินน้ำตาคลอ เงยหน้าสู้แววตาเจ “แล้วนายเลือกแบบไหน”
“ฉันไปแน่ แต่จะกลับมา นายจะรอไหม”
มินนิ่ง ไม่ตอบทันที แล้วค่อย ๆ เอื้อมมือแตะหลังมือเขา “ฉันรอ…ถ้านายยังเป็นเจคนเดิม”
สองเดือนผ่านไป เจส่งข้อความถึงมินบ่อยขึ้นจากอังกฤษ มินตอบรับด้วยมุกเก่า ๆ ที่ทั้งคู่คุ้นเคย แม้ไม่ใช่ทุกคืนแต่ก็ไม่เคยขาดช่วงนาน
คืนหนึ่ง เจวีดีโอคอลหามินขณะเขามองดาวผ่านหน้าต่างดอร์ม “ที่นู่นหนาวมั้ย”
“หนาวสิ แต่ได้คุยกับนายแล้วอุ่นขึ้นเยอะ”
เสียงหัวเราะสะท้อนในลำคอทั้งสอง
“ฉันกลัวมาตลอด ว่าวันหนึ่งถ้านายอยู่ไกล จะไม่มีฉัน แต่ตอนนี้ฉันกล้าพูดแล้วว่าฉันรอ” มินเอ่ยเสียงสั่น ๆ
“ฉันก็กลัวเหมือนกัน แต่ฉันจะกลับไป…ไปหาเพื่อนคนเดิมที่หัวใจอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป” เจพูดพร้อมแววตาที่เชื่อมั่นในหน้าจอ
แสงดาวหน้าต่างในคืนที่ห่างไกล กลับกลายเป็นดาวที่ใกล้หัวใจของทั้งคู่ วันหนึ่งเจกลับเมืองไทยอีกครั้ง ในวันจบการศึกษาของมิน เขายืนอยู่ในแถวผู้ปกครองที่แอบหลบผู้คน รอให้เธอเดินออกมาจากหอประชุม
มินเห็นเจก่อน เธอเดินตรงเข้ามาหาอย่างไม่ลังเล “นายมาได้จริงๆ” เสียงเธอสั่นพร่า
“สัญญาแล้วว่าต้องกลับมาหา”
ช่วงเวลานั้นเหมือนทุกอย่างชะงัก มินสบตาเจ รอยยิ้มแห่งการเติบโตปรากฏในหัวใจ มือทั้งสองจับกันเบา ๆ
แม้เส้นทางข้างหน้าจะไม่แน่นอนแต่ดาวดวงหนึ่งที่เคยดูไกล กลับมาอยู่ใกล้กว่าที่คิดเพียงเพราะทั้งสองกล้าพูดความจริงกับหัวใจ