หยาดฝนวันเปิดเทอม
เสียงฝนโปรยปรายเคล้ากับกลิ่นเปียกของดินเช้าวันเปิดเทอมในมหาวิทยาลัย พลอยเกาะร่มไว้แน่น คนเดินผ่านไปมาส่งเสียงระริกบางเบา ร่มของเธอกับโอมแนบกันบนฟุตบาท มองจากข้างหลังคือภาพเพื่อนสองคนธรรมดา แต่ในใจ—ใครสักคนไม่นิ่งเหมือนน้ำฝนที่กำลังไหล
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“จะขึ้นตึกไหนก่อนอะ” พลอยถามเสียงเบา ขณะเดินใต้ร่มเดียวกับโอม ร่างสูงข้าง ๆ ไม่ชอบความเปียกแต่ชอบเดินช้า ๆ เวลาฝนตก “โอมไปด้วยกันมั้ย”
โอมยกเป้ขึ้นไหล่ ฝืนยิ้มเล็ก ๆ “เดี๋ยวไปส่งก่อน พลอยเข้าห้องแล้วเราค่อยไปของเรา”
สายตาของพลอยหลุบต่ำ ริมฝีปากแตะคำตอบ “อือ…ขอบใจนะ” สองคนเงียบไปอึดใจใหญ่ฟังแต่เสียงฝนพลัดใบไม้ตกกระทบ
ด้านหน้าตึกเรียน พลอยหยุดกึก เสียงฝนเบาบางลงแล้ว “ปิดเทอมหน้าเดือนหก นัดกันไปภูเขาไหม?”
โอมลังเล มุมปากสั่นน้อย ๆ “ถ้าพลอยไม่ลืมเราไปซะก่อน”
เธอมองเขานานกว่าเดิม “พูดอะไรแปลก ๆ”
เสียงกระดิ่งโทรศัพท์ ข้อความแวบเข้าเครื่องโอม เขาตอบรับอย่างเสียไม่ได้ “ต้องไปละ เจอกันตอนเย็นนะ” พลอยยังยืนนิ่ง ยิ้มจาง ๆ โอมเดินลับมุมพร้อมเสียงฝนที่ค่อย ๆ หายไป
ในห้องเรียน พลอยมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าเปิด ฝนหยุดแล้ว แต่ในใจกลับไม่แน่ใจอะไรนัก กลุ่มเพื่อนใหม่ล้อมรอบ เธอยังเหลือที่ว่างหนึ่ง ไว้ให้คนคนหนึ่งเสมอ
บ่ายวันเดียวกัน โอมเดินไปที่สโมสรคณะ ทิ้งตัวนั่งข้างหน้าต่างที่หยดน้ำยังเกาะกระจก เครื่องดื่มเย็นวางไว้แต่ไม่จิบ เขาเปิดสมุดเล็ก—บันทึกที่มีแต่ชื่อ “พลอย” อยู่หลายหน้าพร้อมประโยคที่เขาไม่กล้าบอก
“จะสารภาพไป…ก็กลัวเสียเพื่อน” โอมพึมพำกับตัวเอง รับรู้ถึงความขลาดของตัวเอง
เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา เพื่อนร่วมชั้นชื่อกรเดินมาทัก “อ่านอะไรอยู่ โอม?”
“ไม่มีไร พอดีเขียนไดอารี่” โอมตอบพลางปิดสมุด กรแค่หัวเราะเบา ๆ แล้วชวนคุยถึงงานกิจกรรม รับน้อง ฯลฯ กระทั่งโอมขาดสมาธิไปหมด
เวลาเย็น พลอยนั่งลอกการบ้านกับกลุ่มเพื่อน ข้างในฝืนยิ้ม หัวเราะกับมุกขำ ๆ แต่ในใจแอบถามตัวเองเสมอ “โอมกำลังเปลี่ยนไปไหม”
พลอยแกล้งหยิบโทรศัพท์ เขียนข้อความแต่ลบหลายครั้ง “วันนี้เป็นไงบ้าง” สุดท้ายก็ไม่ส่ง เธอกำลังกลัวบ้างอย่างที่พูดออกไปไม่ได้
หลังเลิกเรียน โอมออกจากคณะพร้อมฝนที่เริ่มตกอีกครั้ง ร่มของเขาอยู่กับพลอย เขานั่งรอในศาลาตรงสนามหญ้า มองฟ้ามืดครึ้ม สองมือกำขอบเสื้อแน่น มีเพียงเสียงหยดน้ำเป็นเพื่อนเท่านั้นจนกระทั่งเธอเดินเข้ามาพร้อมร่มคุ้นตา
“ลืมร่มใช่ไหม” พลอยถาม ไม่สบตา
“เออ ขอบใจ” โอมรับยิ้มน้อย ๆ “วันนี้ยุ่งเหรอ เห็นไม่ตอบแชต”
“อือ ก็แค่งานเยอะนิดหน่อย” พลอยส่งร่มให้ โอมเอื้อมมือหยิบ มือทั้งสองสัมผัสกันเบา ๆ แล้วรีบชักกลับ ต่างคนต่างเงียบ
เสียงฟ้าร้องทำลายความเงียบ “เรา…ไปหาอะไรกินด้วยกันไหม” พลอยเอ่ยขึ้นในที่สุด
โอมสบตาเธอ สายตายังมีแววกังวลแต่พยักหน้า “ไปสิ”
ร้านอาหารริมสนามวัยรุ่นจอแจ นั่งริมกระจกมองฝนพลิ้ว เหมือนบรรยากาศชวนให้พูดเรื่องจริงใจ พลอยลองหยิบช้อนกาแฟหมุนมือเล่น เขารีบถามตัดบท “ปีนี้คิดจะเข้าชมรมอะไรยัง”
พลอยชะงักไปนิด “ยัง… แต่เหมือนตัวเองเปลี่ยนไป จุดมุ่งหมายก็ต่างจากเดิม”
โอมถอนใจ “ก็เราไม่เหมือนเดิม ทุกอย่างต้องปรับอยู่แล้ว” พลอยนิ่ง คำถามกลืนกลับเข้าไป
เสียงมือถือโอมดัง เขารีบปัดสาย แววตาฝืนรอยยิ้ม พลอยเห็นแต่ไม่ถาม
ระหว่างทางกลับหอพัก พลอยทำใจหยิบยื่นร่มให้เขา “คืนนี้ฝนจะตกอีกเปล่าเนี่ย”
โอมยิ้มบาง ๆ “ไม่รู้สิ แต่ถ้าตกอีก…เราก็อยู่ข้าง ๆ กันเหมือนเดิมนะ” เสียงฝนดังกลบความเงียบ มีแต่หัวใจในอกทั้งสองที่ดังแผ่ว ๆ
คืนเดียวกัน พลอยเปิดไดอารี่เขียนยาว ลบข้อความสารภาพความรู้สึกในใจเหมือนเคย “อย่าเพิ่งเปลี่ยนไปนะโอม”
เช้าวันใหม่ กลุ่มเพื่อนลากพลอยไปลงชื่อชมรมการแสดง พลอยลังเลแต่จำใจ “ลองดู ที่เรียนรู้ใหม่ ๆ ก็ตื่นเต้นดี” โอมมองจากไกล ๆ ไม่กล้าเข้าใกล้เท่าเมื่อก่อน
พลอยเริ่มทุ่มเทกับกิจกรรมมากขึ้น ไม่มีเวลาเดินคู่กับโอมเสมอเหมือนวันแรก ๆ โอมนั่งมองกลุ่มใหม่ของเธออย่างไม่สบายใจ
เพื่อนร่วมชมรมคนหนึ่งชื่อฟลุ๊ค เอ่ยกับพลอยขณะซ้อมบท “ถ้าเหนื่อยใจไม่ต้องฝืน ฝนมันตกได้ทุกวัน เดี๋ยววันฟ้าใสก็มาเอง” พลอยยิ้มรับ ทุกคำของฟลุ๊คดูจริงใจแต่เธอรู้ดีว่าหัวใจยังลอยอยู่กับอีกคนหนึ่ง
เย็นวันหนึ่ง โอมเจอพลอยกับฟลุ๊คนั่งขำกันใต้ต้นไม้ รู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นส่วนเกิน ความไม่มั่นใจถาโถมเขาจนลืมหายใจ
วันต่อมา โอมเลี่ยงออกห่าง ไม่เดินไปส่งเธอ ไม่มีข้อความมากวนใจ พลอยเอาแต่มองหาเขาในห้องเรียนผ่านช่องประตูที่ละเลยมานาน
พลอยพิมพ์ข้อความหาสั้น ๆ “ว่างไหม” โอมตอบกลับสั้นกว่า “ไม่ว่าง” พอเห็นเงียบไป เธอใจหายวาบขึ้นมาเอง
งานแสดงมหาวิทยาลัยใกล้เข้ามา พลอยบอกตัวเองให้มีสมาธิแต่คิดถึงเพื่อนเก่าคนนั้นตลอด ฉากสุดท้ายวันซ้อมจริง เธอเห็นโอมมายืนดูไกล ๆ ไม่มีคำพูดสักคำ
หลังเลิกงาน เธอเดินไปหาโอมใต้หลังคาศาลาเดิม “ไม่เข้าไปดูใกล้ ๆ ล่ะ”
“กลัวเห็นอะไรไม่อยากเห็น” โอมพูดเบา
พลอยนิ่ง น้ำตาเอ่อ “ไม่อยากเปลี่ยนไปหรอกนะ แต่เราก็ไม่ได้เหมือนเดิม”
“พลอย…เราขอโทษที่งี่เง่า เราไม่กล้า…”
“กล้าอะไร”
โอมมองเธอตรง ๆ “เรากลัวเสียพลอยไป กลัวบอกแล้ว…จะไม่ได้เป็นเพื่อนกัน”
เธอส่ายหัว น้ำตาไหล “แล้วถ้าไม่บอก เราจะเสียใจกันไปทั้งชีวิตไหม”
ต่างคนต่างนิ่ง ความเงียบยาวนานถูกฝนกลบ
“เราชอบพลอย” โอมพูดตัดอึดอัด เสียงสั่น
“เราก็เหมือนกัน…แต่เรากลัวเดินไม่ถึงฝันที่ตัวเองวาดไว้ เราอยากลองเอง อยากเติบโตเหมือนที่โอมเคยอยาก”
โอมเม้มปาก “เราควรปล่อยหรือเปล่า”
“ไม่รู้สิ…แต่ขอให้ยังมีเราเสมอ ในวันที่ต่างคนไปไกล”
ในที่สุด โอมยอมเข้าใจ เขายิ้มทั้งน้ำตา ลมเย็นพัดมาเปียกกระโปรงพลอยอีกครั้ง
เสียงฝนซา พลอยยื่นร่มคืนให้โอม “ครั้งหน้าขอเราถือเองนะ”
“แล้วแต่พลอย” โอมตอบ รอยยิ้มตรงมุมปากคือคำสัญญาเงียบ ๆ ว่าเขาจะยืนเคียงข้างเธอเสมอ แม้ในวันที่ต้องหันหลังให้กันเพื่อตามหาฝันของตัวเอง
เสียงฝนกลายเป็นเพียงม่านบาง ๆ ระหว่างความกลัวกับความกล้า สองคนไม่ได้ก้าวข้ามเส้นสุดท้ายของความสัมพันธ์ในวันนั้น—แต่เลือกจะเติบโต เคียงข้าง มีร่มไว้แบ่งปันระหว่างทาง แม้ว่าสักวันจะต้องเดินแยกทางกันเองก็ตาม