กระซิบใต้ถุนเก่า
แสงแดดสีหม่นลอดผ่านใบไม้หนาทึบบนยอดไม้ใหญ่ที่รายล้อมบ้านไม้ยกสูงกลางหมู่บ้านกันดาร ชายป่าทางเหนือ ฐิตาเปิดประตูรถกระบะเก่า ผงะกับกลิ่นดินชื้นผสมกลิ่นไม้ผุ บ้านหลังนี้เคยเป็นของแม่ที่จากไปนานแล้ว และวันนี้เธอกลับมาเพื่อซ่อมแซมให้กลายเป็นที่พักผ่อนสำหรับตัวเองและน้องสาว ป่าน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ป่านยกกระเป๋าลงจากรถ ลากเสียงหายใจ “พี่ฐิตา…ที่นี่มันเงียบมากเลยนะ”
ฐิตาพยักหน้า สายตาสอดส่องรอบบ้าน มองเห็นเพื่อนบ้านสองสามคนยืนห่างๆ มองมาอย่างอยากรู้อยากเห็น แต่ไม่มีใครกล่าวทักทาย เธอรู้สึกถึงความเย็นวูบในอากาศ ที่ไม่ใช่ความเย็นของลม
เสียงฝีเท้าดังขึ้นใต้ถุน ทำเอาป่านชะงัก “พี่ ได้ยินไหม เหมือนมีคนเดินอยู่ข้างล่าง”
ฐิตาหรี่ตา มองลอดช่องพื้นไม้ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงใต้ถุนเก่า ปลวกไต่ตามเสาไม้ เหมือนเมื่อสมัยเด็ก “ไม่มีอะไรหรอก คงหนูวิ่ง” เธอฝืนยิ้ม
ตะวันตกดินเร็วในหมู่บ้านนี้ ฐิตาเดินสำรวจรอบบ้าน พบข้าวของเก่าๆ ของแม่ถูกทิ้งไว้ในห้องหนึ่ง ผ้าห่มลายดอกไม้ยังพับอย่างเรียบร้อยบนเตียง เตียงที่เคยนอนเบียดแม่เสมอ เธอเอื้อมมือแตะ ผงฝุ่นปลิวขึ้นเบาๆ
คืนนั้น ลมหายใจของป่านดังสะท้อนห้อง เธอครุ่นคิดถึงความทรงจำวัยเด็ก ความคลุมเครือในคืนฝนตกเมื่อตอนแม่ยังอยู่ ภาพข้างใต้ถุนบ้านที่เธอจำไม่ได้ถนัดๆ เสียงกระซิบของใครบางคน…
เสียงฝีเท้าใต้ถุนดังอีกครั้งในยามค่ำ ป่านสะดุ้งตื่น หยิบโทรศัพท์มาเปิดไฟส่องลอดช่องไม้ เสียงกระซิบเบาๆ ดังขึ้นเหมือนมีใครเรียกชื่อ “ฐิตา…ฐิตา…”
“พี่ พี่ตื่น!” ป่านสะกิดอย่างร้อนรน
ฐิตาลุกขึ้น เสียงเงียบลงทันที เหลือเพียงเสียงลมหายใจของทั้งคู่ เธอคว้าตะเกียง เดินไปเปิดประตูออกไปหน้าบ้าน ตะเกียงส่องลงใต้ถุน ไม่มีอะไรเลย นอกจากเงาไม้ไหว
เช้าวันต่อมา ฐิตาเดินไปสอบถามป้าพร เพื่อนบ้านสูงวัย ป้าพรมีท่าทีอึกอัก “บ้านหลังนี้…ของแม่เอ็งน่ะ เมินแล้วอย่าคิดมาก บางที…อะไรที่มันควรอยู่ข้างล่าง ก็ปล่อยให้มันอยู่เถอะลูก”
ฐิตาขมวดคิ้ว “มันเคยเกิดอะไรขึ้นที่นี่รึเปล่าคะป้า?”
ป้าพรหลบสายตา “ไม่มีอะไร…เอ็งแค่ดูแลตัวเองดีๆ ก็พอ”
ป่านแอบฟังอยู่ข้างหลัง สีหน้าไม่สบายใจ “พี่ เราจะกลับกรุงเทพฯ เลยก็ได้นะ”
ฐิตาส่ายหัว “เราต้องรู้ให้ได้ แม่เคยบอกว่าจะเล่าเรื่องหนึ่งให้ฟัง แต่ไม่เคยทันได้เล่า…”
เสียงกระซิบใต้ถุนดังขึ้นอีกยามบ่ายราวกับเร่งเร้า ฐิตาเริ่มลงไปสำรวจใต้ถุน สายตากวาดไปเจอกระถางดินเก่าๆ ฝังดินลึกกว่าที่อื่น เธอพยายามขุดดิน พบกล่องไม้เก่าเปื่อย ด้านในมีสมุดจดเล่มหนึ่ง
ป่านลงตามมา ถามเสียงสั่น “นั่นอะไร?”
ฐิตาเปิดสมุด เจอตัวหนังสือจางๆ “เสียงจากใต้ถุน…คืนฝนตกปีนั้น…”
ข้อความตัดขาด เหมือนถูกรีบเขียน ภาพจำคืนฝนตกเวียนขึ้นในหัว เธอเห็นเงาเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ยืนร้องไห้อยู่ใต้ถุน…แต่เป็นใคร?
คืนนั้น ฝนตกหนัก สายฟ้าฟาดเสียงดัง ฐิตาฝันแปลก เธอยืนอยู่ใต้ถุนบ้าน มีเด็กผู้หญิงอีกคนยืนหันหลังให้ เธอพยายามเรียกชื่อแต่เสียงขาดหาย เด็กคนนั้นหันกลับมา ใบหน้าขาวซีด สายตาหม่นเศร้า…เงาสะท้อนของตัวเองในวัยเด็ก
เสียงกระซิบดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งบ้าน “ฐิตา…พากลับบ้านที…”
เช้าวันถัดมา ฐิตาตื่นขึ้นพร้อมอาการมึนหัว เธอพบป่านนั่งกอดเข่ามุมห้อง ดวงตาแดงกล่ำ “เมื่อคืน…ฉันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินวนอยู่ข้างล่าง…”
ฐิตาพยายามปลอบใจ “เราอาจจะเครียดไปเอง พรุ่งนี้จะติดต่อช่างมาซ่อมบ้านให้เสร็จเร็วขึ้น”
เสียงเคาะใต้พื้นดังขึ้นสามครั้ง ฐิตาชะงัก มือป่านกำแน่น “ถ้าไม่ใช่หนู…มันคืออะไร”
กลางวัน บ้านไม้เก่าดูปกติ แต่ยามค่ำ เงาใต้ถุนกลับยาวผิดปกติ เงาเหล่านั้นเหมือนรออะไรบางอย่าง ป่านไม่กล้าเดินเข้าใกล้
ในหมู่บ้าน ไม่มีใครยอมพูดถึงบ้านหลังนี้ ฐิตาเริ่มสงสัย เธอเดินไปถามลุงเทียน เจ้าของร้านขายของชำ ลุงเทียนหลบสายตา “บางอย่าง…ไม่ควรรู้ก็ปล่อยให้มันอยู่เงียบๆ ดีกว่าแม่หนู”
ป่านงุ่นง่าน “ทุกคนเหมือนรู้ แต่ไม่พูด พี่…หรือแม่เราจะเกี่ยวกับเรื่องนี้?”
คืนถัดมา ฐิตาได้ยินเสียงคนเดินวนใต้ถุนตลอดคืน เสียงกระซิบถามซ้ำ “ทำไมทิ้งฉันไว้คนเดียว”
สมุดจดหน้าถัดไปเขียนว่า “คืนสุดท้าย…เสียงร้องไห้ใต้ถุน…แม่บอกให้ฉันลืม”
ป่านเริ่มฝันร้ายทุกคืน เธอผวาตื่นร้องไห้ “ผู้หญิงคนนั้นตามฉัน…อยู่ในเงา…”
ฐิตาตัดสินใจขุดใต้ถุนซ้ำอีก เธอพบกระดูกเล็กๆ ฝังลึกในดิน ใกล้กับผ้าห่มเด็กสีซีด เธอใจหายวาบ มองหน้าป่านที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างๆ
ป่านถามเสียงสั่น “พี่…เราจะทำยังไงดี”
ฐิตานิ่งคิด ตัดสินใจแจ้งผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านมากับชาวบ้านสองสามคน ทุกคนมีสีหน้าอึดอัด
“ของพวกนี้…มันอยู่ตรงนี้นานแล้ว ไม่มีใครกล้ายุ่ง” ผู้ใหญ่บ้านพูดเบาๆ
กระดูกนั้นถูกเก็บขึ้นมาด้วยความระมัดระวัง ป้าพรน้ำตาคลอ เธอกระซิบกับฐิตา “บางเรื่องแม่เอ็งรับไม่ไหว…แม่เคยเสียลูกตอนยังเล็ก ถูกฝังไว้ที่นี่เพราะกลัวพูดถึงจะเป็นลาง…”
ฐิตานึกย้อนคืนฝนตกคืนนั้น ความทรงจำแล่นกลับมา แม่กำลังร้องไห้ เธอเองก็อยู่ตรงนั้น…แต่มีเด็กอีกคนจริงๆ เด็กที่แม่ไม่เคยพูดถึง
ป่านยืนกอดตัวเอง น้ำตาร่วงกราว “เราคือคนที่รอด…หรือคนที่ถูกลืม”
เสียงกระซิบค่อยๆ เบาลง แต่ยังไม่หายไป “อย่าทิ้งฉันไว้…”
ฐิตาขอทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้วิญญาณนั้น ชาวบ้านมาร่วมกันสวดมนต์ใต้ถุนบ้าน น้ำตาหลายคู่ไหลริน เงาเด็กหญิงค่อยๆ จางลงในเงามืด
แต่ในค่ำคืนนั้น ขณะที่ป่านกำลังจะหลับ เสียงกระซิบกลับมาอีกครั้ง “ฐิตา…อย่าลืมฉัน…”
ฐิตานั่งนิ่งในความมืด รู้ดีว่าความทรงจำบางอย่างไม่มีวันหายไป เธอมองลงใต้ถุน เห็นเงาจางๆ ของเด็กผู้หญิงคนนั้นยังคงเดินวนอยู่ในความเงียบ
เสียงกระซิบ…ยังไม่จางหาย