เสียงกระซิบในโรงเรียนเก่า
เสียงรองเท้ากระทบพื้นซีเมนต์กึกก้องไปทั่วทางเดิน เด็กนักเรียนมัธยมปลายหกคนในชุดนักเรียนยืนเรียงแถวหน้าบันไดอาคารเรียนไม้เก่าแก่ที่ปกคลุมด้วยเถาวัลย์และฝุ่นหนา ทุกคนเงียบกริบ ยกเว้นเสียงถอนหายใจหนักหน่วงของ ‘นนท์’ หัวหน้ากลุ่มผู้มีแววตาแข็งกระด้างแต่แฝงความหวั่นไหวอยู่ลึก ๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ทำไมต้องให้เรามานอนที่นี่ด้วยวะ…” เขากระซิบกับ ‘พลอย’ เด็กสาวตัวเล็กที่กอดอกมองพื้น เธอไม่ได้ตอบ เพียงแค่เหลือบตามองรอบตัวเหมือนกำลังฟังเสียงบางอย่างที่คนอื่นไม่ได้ยิน
“พวกเธอนี่แหละไม่ทำตามกฎโรงเรียนเอง อย่าบ่น” ครูหญิงวัยกลางคนกล่าวดุเบา ๆ ก่อนยื่นกุญแจดอกเก่าให้นนท์ “ต้องอยู่ที่นี่จนถึงเจ็ดโมงเช้า พรุ่งนี้ถึงจะได้กลับบ้าน”
กลิ่นไม้ผุและอากาศอับชื้นตลบอบอวลเมื่อทุกคนเดินเข้าไปในอาคารเรียนเก่าซึ่งแสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้บานแตกเข้ามาเป็นลำ พวกเขาเดินตามกันเงียบ ๆ ผ่านห้องเรียนประถมที่ยังมีโต๊ะเก่า ๆ ตั้งเรียงราย ฝุ่นจับหนา ทุกอย่างนิ่งสนิทจนได้ยินเสียงหายใจของกันและกัน
“มีใครได้ยินเสียงมั้ย… เหมือนเสียงเด็กหัวเราะเบา ๆ” ‘จ๋า’ พึมพำขณะเดินผ่านห้องหนึ่ง พลอยนิ่ง น้ำตาคลอเล็กน้อย แต่ไม่มีใครตอบ
พวกเขาตั้งวงบนพื้นห้องโถงใหญ่ ใต้แสงไฟฉายสองอันที่สลัว ๆ นนท์หยิบขนมออกมาแจก พลอยปฏิเสธ เธอเอาแต่นั่งกอดเข่า พลางเหลียวมองประตูไม้ที่ขยับไปมาด้วยลมอ่อน ๆ
“ไม่เห็นมีอะไรเลย ทุกคนอย่าไปกลัว” ‘ปอง’ เด็กชายร่างท้วมเสียงดังยืนยันพลางหัวเราะกลบเกลื่อนความกลัวตัวเอง แต่ ‘ยุ้ย’ ที่นั่งเงียบมาตลอด เอ่ยเสียงแผ่วช้า ๆ
“ที่นี่…เมื่อก่อนเคยมีเด็กหายตัวไป”
เงียบกริบ เสียงลมหายใจถูกกลืนหายไปกับความมืด ทุกคนสบตากัน พลอยหลุบตา เธอเหมือนรู้บางอย่างแต่ไม่ยอมพูดออกมา
เวลาผ่านไปช้า ๆ ทุกคนเริ่มหลับตาพิงกันอยู่ใกล้ ๆ แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงกระซิบเบามากดังขึ้นจากทางเดินด้านนอกเหมือนเสียงเด็กผู้หญิงเรียกชื่อใครบางคนอยู่ไกล ๆ
พลอยสะดุ้ง เธอหอบหายใจแรง นนท์จับมือเธอไว้อย่างประหม่า “เป็นอะไร…อย่าร้องนะ”
จ๋าถามเสียงสั่น “เมื่อกี้…ได้ยินมั้ย” ปองหัวเราะแห้ง ๆ “ลมพัดน่า ไม่มีอะไรหรอก อย่าเพ้อเจ้อ”
ทั้งหมดขยับไปใกล้กันมากขึ้น บางคนเริ่มออกความเห็นว่าอยากออกไปนอนตรงระเบียง แต่ประตูไม้เก่ากลับขยับเสียงดังเองอย่างไม่มีเหตุผลเหมือนถูกผลักจากข้างนอก พลอยกัดริมฝีปากแน่น
เวลาผ่านไปอีกนาน ไม่มีใครกล้าหลับอีกต่อไป เสียงกระซิบเหมือนวนเวียนรอบ ๆ อาคาร บางครั้งเหมือนเสียงเดิม บางครั้งเหมือนเสียงเด็กหลายคนพูดทับกันจนฟังไม่ได้ศัพท์
นนท์พยายามตั้งสติ เขาลุกขึ้นเดินไปทางหน้าต่าง มองออกไปนอกอาคารแต่เห็นเพียงเงาต้นไม้ไหววูบวาบโต้ลมจันทร์ ทว่าในแววตา เขาเห็นบางอย่างเคลื่อนไหวเร็ว ๆ ริมกำแพงด้านล่าง เงาคล้ายเด็กผู้หญิงผมยาววิ่งผ่านไป
เขาหันกลับมา พลอยมองหน้าเขา น้ำตาหยาดหนึ่งไหลลงแก้ม “เขายังอยู่ที่นี่” เธอกระซิบบอกด้วยเสียงเบาหวิว ราวกับกำลังถูกบีบคอ
“อะไรของเธอพลอย ใครอยู่ที่นี่!” ยุ้ยถามเสียงแหลม แต่พลอยกลับเงียบ
ในขณะที่ความเงียบปกคลุมอยู่อีกครั้ง มีเสียงประหลาดดังขึ้นข้างหูทุกคนพร้อม ๆ กัน เป็นเสียงร้องขอความช่วยเหลือแผ่ว ๆ สั้น ๆ วนซ้ำกันจนบีบหัวใจ
ปองเริ่มโวยวาย “พอเถอะ ใครแกล้ง! ใครเอาเครื่องบันทึกเสียงมาซ่อน!” เขาหันไปค้นกระเป๋าเพื่อน ๆ อย่างร้อนรนแต่ไม่เจออะไร
จ๋าพยายามปลอบใจปอง “มันไม่ใช่เสียงจริง ๆ มันเหมือนฝังอยู่ในหัว…”
เสียงกระซิบเงียบหายไป เหลือเพียงเสียงฝีเท้าของตัวเองและเพื่อน ๆ ที่เดินตามกันไปยังห้องท้ายสุดของอาคาร ซึ่งประตูไม้นั้นปิดสนิทผิดปกติ
นนท์กลืนน้ำลาย ก่อนค่อย ๆ เอื้อมมือเปิดประตูเข้าไป ห้องนี้ยังมีโต๊ะไม้ตัวเล็ก ๆ วางเรียง แสงจันทร์จับต้องกับฝุ่นที่ลอยคว้างกลางอากาศ ทุกคนชะงักเมื่อเห็นบางอย่างบนกระดานดำ
เป็นชอล์กเขียนด้วยลายมือเด็ก หัวข้อว่า “ใครเอาตุ๊กตาหนูไป” ขีดเส้นใต้ย้ำหลายเส้น
พลอยเดินเข้าไปใกล้ สัมผัสความเย็นยะเยือกตรงหน้ากระดาน เธอหลับตาแน่นแล้วพูดว่า “เขาอยากได้คืน…”
“เธอพูดถึงอะไร ใคร?” จ๋าถาม ร่างของพลอยสั่นเทิ้มจนเกือบล้ม นนท์รีบประคองไว้ พลอยกระซิบบอกเขาเบา ๆ ว่า “โต๊ะตัวนี้… คือที่เขาซ่อนของ”
ด้วยความลังเลอึดอัด นนท์ก้มลงเปิดลิ้นชักโต๊ะ พบเศษผ้าขี้ริ้วเก่า ๆ และกระดาษแผ่นหนึ่ง ข้อความเขียนด้วยลายมือสั่น ๆ “ช่วยด้วย หนูอยู่ที่นี่ หนูหนาว…”
ยุ้ยเริ่มร้องไห้ เธอเอามือปิดหู ร้องบอกว่าได้ยินเสียงกระซิบชัดขึ้นว่า “เอาคืนมา เอาคืนมา”
จู่ ๆ ประตูห้องปิดสนิทเอง พร้อมเสียงกระแทกจากข้างใน ทุกคนขยับถอยหลัง ตะโกนเรียกครูแต่ไม่มีใครได้ยิน
เสียงฝีเท้าเด็กวิ่งวนรอบห้อง โต๊ะไม้สั่นไหว ฝุ่นฟุ้งขึ้นคล้ายบางอย่างวิ่งเล่นอยู่ในห้อง แต่ไม่มีใครมองเห็น นนท์สบตาพลอย เธอพยักหน้าช้า ๆ ก่อนพูดว่า “เรา…ต้องหาตุ๊กตา”
ความตึงเครียดเพิ่มขึ้น ปองเกรี้ยวกราด “จะให้ไปค้นหาทั่วตึกเหรอ!” แต่พลอยยืนยัน “ถ้าไม่ทำ…เขาจะไม่ไป จะอยู่อย่างงี้…”
ทุกคนนั่งเงียบลังเล นนท์เป็นฝ่ายตัดสินใจลุกขึ้น “ไปหาก็หา จะได้จบ ๆ”
พวกเขาแยกย้ายกันค้นหาตามห้องเรียนเก่าทั้งสองชั้น เสียงฝีเท้าดังก้องในทางเดินยาว ทุกครั้งที่มีใครเปิดลิ้นชักหรือยกโต๊ะ จะได้ยินเสียงเด็กพูดเบา ๆ “ใช่มั้ย… ใช่มั้ย…”
จ๋าพบตุ๊กตาผ้าเก่า ๆ ในห้องเก็บของ มันสกปรกจนแทบมองไม่เห็นรูปทรงเดิม เธอถือออกมาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ พลอยมองตุ๊กตานั้นแล้วน้ำตาไหล เธอพูดว่า “เขา…มองเราอยู่”
ทันใดนั้น ไฟฉายทุกกระบอกดับวูบ เหลือเพียงแสงจันทร์สลัว ๆ จ๋ายืนตัวแข็ง นนท์จับมือพลอยไว้แน่น ยุ้ยกับปองกอดกันสะอื้น ในความมืด มีเสียงเด็กหญิงร้องไห้ไกล ๆ ดังขึ้น
พลอยเดินนำไปที่ห้องแรกสุดของอาคาร วางตุ๊กตาบนโต๊ะไม้แล้วพูดเบา ๆ “ขอโทษที่เอาของหนูไป…”
เงียบงันชั่วขณะ ก่อนลมเย็นยะเยือกพัดวูบไปทั่วห้อง เสียงกระซิบเงียบหาย มีเพียงเสียงร้องไห้เบา ๆ แล้วทุกอย่างก็สงบ
ประตูห้องเปิดออกเอง ทุกคนเดินออกมาเงียบ ๆ นนท์หันกลับไปมอง เห็นเงาเด็กหญิงผมยาวในแสงจันทร์ยืนมองจากในห้อง เธอเผยรอยยิ้มเศร้า ๆ ก่อนค่อย ๆ จางหายไป
รุ่งเช้า ครูกลับมารับพวกเขา พวกเขาไม่พูดถึงคืนที่ผ่านมาอีกเลย พลอยไม่พูดถึงเสียงกระซิบอีก ทุกคนมีแววตาต่างไปจากเดิม ความกลัวและความเศร้าที่ฝังลึก พวกเขาออกจากโรงเรียนร้างไปโดยไม่มีใครกล้าหันกลับมามองอีก…