เสียงข้างห้อง (The Room Next Door)
เสียงแม่น้ำเจ้าพระยากระทบฝั่งดังแว่วมาเป็นระยะ ในห้องเล็กชั้นสามของหอพักเก่า อิ๋วนั่งกอดเข่าบนเตียงเดี่ยว พลันมีเสียงประตูที่กั้นระหว่างห้องเธอกับห้องถัดไปกระตุกเบา ๆ จนเธอสะดุ้ง เธอเหลือบมองประตูลายไม้เก่า ๆ ที่ถูกล็อกสนิทมานาน คำพูดของป้าศรี ผู้ดูแลหอพักยังวนเวียนในหัว “ห้องข้าง ๆ นั้นปิดไว้นานแล้ว ไม่มีใครอยู่ลูก”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!อิ๋วถอนหายใจ ท้องฟ้าด้านนอกกำลังเปลี่ยนสีเป็นม่วงคล้ำ เธอเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ได้แค่วันเดียว หลังจากชีวิตแต่งงานพังทลาย เธอตัดสินใจหนีมาพักใจกับความเงียบงันของหอพักเก่าริมน้ำ ทว่าค่ำคืนแรกกลับไม่เป็นอย่างที่หวัง
เสียงกระทบของอะไรบางอย่างดังผ่านผนัง เธอตั้งใจฟังพลางเหงื่อซึมบนฝ่ามือ “ใครอยู่ห้องข้าง ๆ คะ?” อิ๋วเอ่ยออกไปเบา ๆ แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงเสียงแว่วเหมือนคนลากของหนัก ๆ
รุ่งเช้า แสงแดดลอดผ่านหน้าต่าง อิ๋วเดินลงไปที่ชั้นล่าง พบป้าศรีกำลังเช็ดกระจกหน้าหอพัก “เมื่อคืนห้องข้าง ๆ มีคนอยู่รึเปล่าคะ?” ป้าศรีเงยหน้าขึ้น สีหน้าว่างเปล่า “ไม่มีใครอยู่เลยลูก ประตูล็อกไว้ตลอด”
อิ๋วฝืนยิ้ม เธอเหลียวมองบันไดไม้ที่ดูเก่าโทรม พลางเดินไปชั้นล่างเพื่อหาของกิน มีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งก้มหน้าที่โต๊ะรับแขก เธอแต่งตัวโทรม ๆ และไม่พูดจากับใคร ชื่อว่าแป้ง อาศัยอยู่ที่ชั้นสอง “เมื่อคืน…ได้ยินเสียงอะไรไหมพี่?” แป้งถามขึ้นเสียงเบาหวิว
“ได้ยินเหมือนกันเหรอ?” อิ๋วถามกลับไป แป้งไม่ตอบ เงียบไปนานก่อนจะเดินหนีขึ้นห้อง
อิ๋วก้าวขึ้นบันไดกลับห้องตัวเอง ใจเธอเต้นแรงเมื่อมองไปที่ประตูห้องข้าง ๆ ประตูนั้นยังคงมีโซ่คล้องแน่น ทว่าสีไม้ตรงลูกบิดดูเหมือนจะมีรอยขีดข่วนใหม่ ๆ
เธอเลือกจะไม่สนใจ หันหลังใส่ห้องนั้น แล้วพยายามใช้ชีวิตปกติ กลางวันเงียบสนิท มีเพียงเสียงนกกับเสียงน้ำ เธอหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านแต่ก็วางลงอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกว่ามีใครบางคนจ้องมองอยู่ไม่เคยจางหายไป
กลางคืนกลับมาอีกครั้ง อิ๋วนอนไม่หลับ เสียงจากห้องข้าง ๆ ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เหมือนเสียงคนกระซิบ เธอเอาหูแนบผนังพยายามฟังให้ชัด แต่ได้ยินแค่เสียงแผ่ว “…ช่วย…ด้วย…”
เธอถอยห่าง มองไปที่ประตู หัวใจเต้นรัว สุดท้ายเธอหลับไปเพราะความอ่อนเพลีย
รุ่งเช้าอิ๋วไปถามป้าศรีอีกครั้ง ป้าศรีถอนหายใจ “ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นจริง ๆ นะลูก ห้องนั้นเคยมีคนอยู่ แต่…เขาย้ายออกไปนานแล้ว”
ตอนกลางวัน อิ๋วลงไปนั่งที่ท่าน้ำ เหม่อมองสายน้ำ แป้งเดินเข้ามานั่งเงียบ ๆ ข้าง ๆ “พี่…อย่าอยู่คนเดียวตอนกลางคืน” แป้งพูดเบา ๆ “ทำไมเหรอ?” อิ๋วถาม แป้งก้มหน้า “ที่นี่…มันไม่ใช่แค่เสียง…”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะ อิ๋วรับสาย เป็นอดีตสามีโทรมาขอให้เธอกลับบ้าน เธอรู้สึกอึดอัด “ฉันอยากอยู่เงียบ ๆ ก่อน ขอเวลา” เธอวางสาย จิตใจว้าวุ่น เธอไม่อยากกลับไปสู่ความสัมพันธ์เดิม ๆ อีกแล้ว
คืนนั้น เธอตัดสินใจจะลองเคาะประตูห้องข้าง ๆ ดู ทว่าเมื่อเธอเดินไปใกล้ กลิ่นอับเก่าลอยมาแรงจนแทบสำลัก เธอเคาะเบา ๆ ไม่มีเสียงตอบ เธอเอาหูแนบฟัง “…ออกไป…” เสียงกระซิบแผ่วมาก อิ๋วถอยหลังเร็ว ๆ กลับเข้าห้องทันที
คืนถัดมา เสียงเคาะประตูดังขึ้น อิ๋วลุกพรวดมองนาฬิกาตีสอง เธอเดินไปเปิดประตูห้องตัวเอง แต่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น มีเพียงความมืดและเงาของประตูห้องข้าง ๆ สะท้อนบนพื้นไม้วาววับ เธอกลับเข้าห้อง รู้สึกเย็นวาบไล่จากต้นคอถึงสันหลัง
เช้าวันต่อมา เธอเจอกับแป้งที่ระเบียง แป้งดูซูบซีดกว่าเดิม “พี่เคยฝันถึงเด็กผู้หญิงผมเปียไหม?” แป้งถามเสียงเบา อิ๋วส่ายหน้า “ฉันได้ยินแต่เสียง…” แป้งหลบสายตา “ถ้าสักวันเห็นเด็กคนนั้น…อย่าไปคุยกับเขานะ”
อิ๋วเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัย เธอเดินไปขอคุยกับป้าศรี ป้าศรีหลบตา “เรื่องมันผ่านไปนานแล้ว อย่าไปรื้อฟื้นเลยลูก”
อิ๋วไม่ยอมแพ้ เธอเริ่มค้นข้อมูลในกล่องจดหมายเก่าของหอพัก พบรูปถ่ายขาวดำเก่า ๆ เด็กหญิงผมเปียยืนถือห่วงยาง ริมแม่น้ำ ใต้ภาพเขียนชื่อ “ดารา”
คืนนั้น เธอฝันเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ปลายเตียง แต่เมื่อลืมตา ภาพนั้นก็หายไป เธอนอนนิ่ง ฟังเสียงหายใจตัวเองผสมเสียงกระซิบแว่ว ๆ จากห้องข้าง ๆ อีกครั้ง
วันถัดมา แป้งหายตัวไป อิ๋วพยายามถามป้าศรี ป้าศรีอึดอัด “แป้งออกไปแล้ว…ไม่กลับมาอีก” เธอพูดเสียงแข็ง อิ๋วรู้สึกจุกในอก เธอตัดสินใจเดินไปสอดส่องที่หน้าประตูห้องข้าง ๆ อีกครั้ง
เธอสังเกตรอยขีดข่วนตรงลูกบิดมากขึ้นกว่าเดิม ตอนนี้เธอมั่นใจว่ามีบางอย่างอยู่ในนั้น เธอปีนขึ้นเก้าอี้แอบมองผ่านช่องระบายอากาศเล็ก ๆ เห็นเงาคนเดินไปมาในห้องมืด ๆ
คืนนั้น อิ๋วได้ยินเสียงคนร้องไห้ดังมาจากห้องข้าง ๆ เธออดทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอเดินไปที่ประตู ลองหมุนลูกบิด ปรากฏว่ามันเปิดออกได้
ห้องข้างในเต็มไปด้วยฝุ่นหนาและกลิ่นอับ มีของเล่นเด็กวางกระจัดกระจาย ภาพวาดติดผนังเป็นรูปเด็กผู้หญิงผมเปียกำลังยิ้มให้กล้อง เธอขนลุกซู่ พลันได้ยินเสียงฝีเท้าตามหลังมา เธอหันกลับไป ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น
ขณะเดินสำรวจ เธอสังเกตเห็นรอยข่วนที่ผนังเหมือนใครพยายามขีดเขียนเป็นคำว่า “ช่วยด้วย” หลายจุดบนฝาผนัง เธอถอยหลังไปชนเก้าอี้ล้ม เสียงดังสนั่นจนเธอต้องวิ่งออกจากห้อง
ป้าศรีเห็นเข้า รีบวิ่งมาห้าม “หนูไม่ควรไปเปิดห้องนั้น!” ป้าศรีเสียงสั่น อิ๋วถามว่าทำไม ป้าศรีเสียงอ่อนลง “เด็กคนนั้น…ไม่เคยไปไหนเลย เขายังอยู่ที่นี่”
อิ๋วไม่เชื่อ เธอกลับขึ้นห้องตัวเอง แต่คืนนั้นเสียงในห้องข้าง ๆ ดังขึ้นอีก เหมือนเสียงใครบางคนเดินวนอยู่ ทั้งคืนเธอไม่ได้หลับ
รุ่งเช้า อิ๋วพบจดหมายสอดใต้ประตู ในนั้นมีเพียงประโยคสั้น ๆ “อย่าไว้ใจใคร” ลายมือเหมือนเด็กเขียน เธอรีบไปเคาะประตูห้องป้าศรีแต่ไม่มีใครตอบ
อิ๋วเกิดความกลัวจับใจ เธอตัดสินใจจะย้ายออก แต่ขณะเก็บของ เตียงของเธอสั่นไหวเหมือนแรงสั่นสะเทือนจากข้างใต้ เธอชะงัก มองไปที่พื้น กลายเป็นเงาดำรูปร่างคล้ายเด็กผู้หญิงเคลื่อนไหวไปมาใต้เตียง
เสียงกระซิบ “อย่าไป” ดังขึ้นข้างหู เธอวิ่งออกจากห้องทันที ไปเคาะประตูป้าศรี ปรากฏว่าห้องของป้าศรีก็ปิดแน่น เธอเดินลงบันไดไปหน้าหอพักพบว่าประตูใหญ่ถูกล็อกจากด้านนอก
ในความมืดของล็อบบี้ อิ๋วเห็นเงาของเด็กหญิงผมเปียยืนอยู่ปลายโถง เธอค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ เด็กคนนั้นกระซิบว่า “อยู่กับหนู…ได้ไหม”
อิ๋วถอยหลัง หนีขึ้นไปชั้นบน เสียงฝีเท้าคนวิ่งตามไม่หยุด เธอเข้าไปซ่อนในห้องน้ำ เสียงประตูถูกเคาะเป็นจังหวะ ๆ เธอร้องไห้สะอึกสะอื้น
ในห้องน้ำ ผนังเต็มไปด้วยรอยขีดเขียนซ้อนทับกันเป็นชื่อ “ดารา” เธอมองกระจก เห็นเงาเด็กหญิงยืนอยู่ข้างหลัง ตัวสั่นเทิ้ม แต่พอหันกลับไป เด็กคนนั้นก็หายวับไป
อิ๋วตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออกแต่ไม่มีสัญญาณใด ๆ เธอมองนาฬิกาที่ผนัง เข็มนาฬิกาหยุดนิ่งตรงเวลาเดิมซ้ำ ๆ คือ 2.17 น.
เธอย้อนกลับไปที่ห้องข้าง ๆ อีกครั้ง คราวนี้ในห้องมีเพียงเสียงลมหายใจแผ่ว ๆ กับเงาที่วูบไหวริมหน้าต่าง เธอเดินไปแตะที่ผนัง พบว่าผนังด้านหนึ่งกลวง ๆ
เธอใช้แรงดันผนังจนแผ่นไม้เก่า ๆ หลุดออก เผยให้เห็นช่องลับขนาดเล็ก ข้างในมีตุ๊กตาผ้าและเสื้อผ้าเด็กกับกระดาษแผ่นหนึ่ง เขียนด้วยลายมือของเด็กว่า “หนูอยู่ตรงนี้…ช่วยหนูด้วย”
เสียงฝีเท้าโครมครามดังขึ้นจากทางเดิน อิ๋วหันไป เงาดำรูปร่างเด็กหญิงเคลื่อนเข้ามาใกล้ “ทำไมไม่ช่วยหนู…” เสียงสั่นสะท้อนในหัว อิ๋วร้องไห้ “ฉันไม่รู้ ฉันขอโทษ ฉันจะช่วย”
เงานั้นหยุดนิ่งตรงหน้า น้ำตาไหลอาบแก้มของเด็กหญิง ก่อนจะสลายกลายเป็นลมเย็นวูบ ภายในห้องเงียบสนิท
เสียงประตูหอพักเปิดออก อิ๋วออกมายืนตรงบันได พบว่าทุกอย่างกลับคืนสู่ปกติ ป้าศรีนั่งก้มหน้าอยู่ที่ล็อบบี้ เธอเดินเข้าไปถาม “ดารา…เป็นใครกันแน่”
ป้าศรีนิ่งไปนาน ก่อนน้ำตาไหล “ตอนนั้นไม่มีใครช่วยเขา…ไม่มีใครเข้าไปดู…ทุกคนคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ เด็กคนนั้นติดอยู่ในห้อง…จน…”
อิ๋วเข้าใจทุกอย่าง เธอเดินออกจากหอพัก รู้สึกถึงสายลมเย็นแต่ไม่หวาดกลัวอีกต่อไป
คืนนั้น เมื่ออิ๋วกลับไปที่ห้อง เธอเข้านอนด้วยความเงียบสงบ ทว่าก่อนจะหลับ เธอได้ยินเสียงกระซิบเบา ๆ ข้างหู “ขอบคุณ…”
…และเสียงเงียบงันของหอพักก็กลับมาอีกครั้ง