บ้านไร้เงา
เสียงรถกระบะขับช้าๆ ไปตามถนนลูกรังที่ทั้งแคบและขรุขระ ฝุ่นคลุ้งจนมองแทบไม่เห็นทาง ปาล์ม มือจับพวงมาลัยแน่น ข้างๆ คือเมย์ เพื่อนสนิทที่นั่งเงียบมาตลอดทาง ด้านหลังมีเอกกับโอม สองพี่น้องที่ต่างคนต่างเงียบ ทุกคนมีเหตุผลของตัวเองที่ต้องมาที่นี่ บ้านร้างกลางป่าแห่งนี้ คือที่ซึ่งพี่ชายของปาล์มหายตัวไปเมื่อหกเดือนก่อน ไม่มีร่องรอย ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีแม้แต่ศพ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ใกล้ถึงยังวะ” เอกถามเสียงเบื่อ มือกอดอก เมย์เหลือบตามองกระจกหลัง ไม่มีใครตอบ ปาล์มแค่ขับต่อไปจนกระทั่งรถหยุดตรงหน้าบ้านไม้สองชั้นหลังใหญ่ ท่ามกลางต้นไม้รกครึ้ม ตัวบ้านเก่าโทรมจนดูเหมือนพร้อมจะถล่มได้ทุกเมื่อ หน้าต่างบางบานหลุดออก หลายบานมีผ้าขาวบางขาดวิ่นปลิวว่อน เงามืดในบ้านดูเกินกว่าจะเป็นเพราะแค่ต้นไม้บังแสง
ปาล์มลงจากรถก่อนคนแรก สูดลมหายใจลึก แววตาแข็งกร้าวซ่อนความไม่มั่นใจ “ถ้าใครไม่อยากเข้า จะรอก็ได้”
โอมขมวดคิ้ว “มาถึงขนาดนี้ละ ยังไงก็ต้องรู้ว่าพี่แกหายไปไหน”
เอกถอนหายใจ เดินตามหลังเมย์ที่ยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปใกล้บ้าน ทุกคนต่างรู้สึกคล้ายมีสายตาบางอย่างจับจ้องอยู่แต่ไม่มีใครพูดถึงมัน
เสียงกิ่งไม้กรอบแกรบใต้เท้า ทุกย่างก้าวทำให้ความอึดอัดหนักขึ้น ประตูหน้าบ้านเอียงกะเท่เร่ ปาล์มผลักเบาๆ มันเปิดออกอย่างไม่มีเสียง บ้านด้านในเงียบจนน่าขนลุก กลิ่นฝุ่นกับความชื้นคลุ้งไปทั่ว
“เอ่อ…จะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี” เมย์พูดเสียงแผ่ว เอกส่องไฟฉายไปรอบๆ เจอรอยมือฝุ่นหนาบนกำแพง ราวกับมีใครจับตรงนั้นเมื่อไม่นานมานี้
“ห้องรับแขกก่อนมั้ง จะได้เช็คว่าข้างในมีอะไรผิดปกติไหม” โอมเสนอ ปาล์มกวาดตามองไปรอบๆ บ้านเงียบเกินไป บ้านที่ไม่มีเสียงนก ไม่มีแมลง ราวกับทุกอย่างหยุดนิ่ง
ทุกคนเดินไปตามโถงยาว ผนังลอกล่อน เฟอร์นิเจอร์เก่าฝุ่นจับแน่น มีรูปครอบครัวครึ่งซีดติดผนัง ฝุ่นจับจนแทบมองไม่เห็นหน้า ทุกคนหยุดมองรูปนั้นชั่วครู่ ไม่มีใครเอ่ยอะไร
“พี่ชายแก…เคยมาที่นี่จริงเหรอ” เอกถาม ปาล์มพยักหน้า “เคยมาทำค่ายอาสากับเพื่อน แล้ว…ก็หายไปเลย ไม่มีใครเห็นเขาออกจากบ้าน”
โอมเดินไปแตะรูปบนผนัง จู่ๆ ก็มีเสียงดัง ‘แกรก’ จากชั้นบน ทุกคนหยุดนิ่ง เงี่ยหูฟัง แต่สิ่งที่ได้ยินมีแค่เสียงลมหายใจตัวเอง
“ขึ้นไปดูไหม” โอมถามสั้นๆ เมย์ส่ายหน้า “ไปหลายคนดีกว่า”
บันไดไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกย่างก้าว ทุกคนขึ้นไปช้าๆ สายตากวาดมองแต่ละห้องที่ประตูปิดแน่น สุดทางเดินมีห้องหนึ่งประตูอ้าออกแง้มๆ เหมือนเชื้อเชิญ
“มีใครกล้าเข้าไปก่อนไหม” เอกพูดติดตลกแต่เสียงสั่น ปาล์มเดินนำทุกคนเข้าไป ข้างในมีแต่เตียงไม้สภาพทรุดโทรม ผ้าม่านขาดวิ่นปลิวไหวทั้งที่ไม่มีลม
เมย์หยุดยืนข้างหน้าต่าง มองออกไปเห็นแต่ป่าทึบ ด้านหลังได้ยินเสียงอะไรบางอย่างคล้ายคนกระซิบต่ำๆ แต่ไม่มีใครพูดอะไร ทุกคนเงียบ
เอกเดินไปแตะโต๊ะเขียนหนังสือ พบกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่ฝุ่นจับแน่น เขากำลังจะหยิบขึ้นมา ปรากฏเสียงเคาะเบาๆ ดังขึ้นจากข้างเตียง ทุกคนหันควับไปมอง
ไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้น แต่เสียงนั้นยังคงอยู่ เบาๆ ต่อเนื่องเหมือนเรียกหาใครบางคน เอกหยิบกระดาษขึ้นมา มีข้อความสั้นๆ เขียนด้วยลายมือสั่น ๆ ‘อย่ามองเงา’
“นี่มันอะไร…” เอกพึมพำ โอมแย่งมาดู “ใครเขียน?” เมย์ขนลุกซู่ ปาล์มเม้มปาก ไม่มีใครตอบ รู้สึกได้ถึงความเย็นวาบแผ่ซ่านทั่วห้อง
แต่ละคนส่องไฟฉายไปรอบ ๆ เพียงแวบเดียวทุกคนสังเกตเห็นว่า…ในห้องนี้ไม่มีเงาใด ๆ เลย ทั้งที่ควรจะมีเงาของพวกเขาบนผนังจากแสงไฟฉาย
เอกหันไปสบตาโอม “เห็น…ใช่ไหม” โอมเงียบ ปาล์มชักมือกลับ “ลงไปข้างล่างกันเถอะ” ทุกคนเดินออกจากห้องนั้นโดยไม่พูดอะไรอีก
ขณะเดินลงบันได เมย์หยุดชะงักเล็กน้อย เหมือนได้ยินเสียงใครกระซิบชื่อเธออยู่ข้างหู หันกลับไปก็ไม่มีใคร ทุกอย่างเงียบ มีเพียงเสียงหัวใจเต้นดังในอก
เมื่อกลับลงมาชั้นล่าง ทุกคนรวมตัวที่ห้องรับแขก เอกเปิดกระดาษอีกครั้ง หมายจะหาข้อมูลเพิ่มเติม แต่ไม่มีข้อความแล้ว ราวกับมันหายไป
“ใครแกล้งวะ…” โอมพูดเสียงแข็ง เมย์สั่นศีรษะ “ไม่มีใครกล้าแกล้งที่นี่หรอก” ทุกคนเริ่มโต้เถียงกันเบา ๆ ความตึงเครียดในกลุ่มค่อย ๆ ก่อตัว
จู่ ๆ มีเสียงฝีเท้าเบา ๆ เดินวนอยู่ชั้นบน ทุกคนเงียบหูผึ่ง ปาล์มหันมองเพื่อนอย่างลังเล “เราจะขึ้นไปอีกรอบ หรือ…ออกจากบ้านนี้ดีกว่า”
เอกจับแขนโอม “ถ้าแกอยากไป ก็ไปเลย ฉันจะอยู่จนกว่ารู้เรื่อง” โอมจ้องตาเพื่อนเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็ไม่เอ่ยอะไรออกมา
ในขณะที่กำลังเถียงกัน ประตูห้องครัวเปิดออกเองช้า ๆ เสียงเอี๊ยดเบา ๆ ดังขึ้น ทุกคนหันไปมอง ไม่มีใครกล้าเดินเข้าไปข้างใน
“เห็นอะไรในนั้นไหม” ปาล์มถามเสียงแผ่ว เอกยื่นไฟฉายส่องเข้าไปเห็นครัวรกร้าง กับประตูหลังบ้านที่ปิดสนิท เหมือนไม่มีทางออก
โอมตัดสินใจเดินเข้าไปสำรวจ เมย์ตามไปติด ๆ ข้างในมีกระจกเงาเก่า ๆ ตั้งอยู่ในมุมมืด เมื่อโอมเดินไปยืนตรงหน้ากระจก เขามองเห็นตัวเอง…แต่ไม่มีเงา
เมย์หันขวับมามองโอม สีหน้าตื่นตระหนก เอกกับปาล์มรีบเข้ามาสมทบ “เราต้องออกจากที่นี่” เมย์เสียงสั่น ปาล์มจ้องกระจกนั้น สีหน้าสับสน “มันเกี่ยวกับพี่ฉันแน่”
เสียงกระซิบเริ่มดังขึ้นรอบ ๆ ราวกับคนหลายคนพูดซ้อนกัน “อย่ามองเงา…อย่าอยู่ในเงา…” เสียงนั้นซ้ำไปซ้ำมา
โอมถอยหลังชนโต๊ะไม้ อะไรบางอย่างเย็นวาบไหลผ่านแขน ทุกคนเห็นว่าเงาบนพื้นเริ่มขยายใหญ่ผิดปกติ ทั้งที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนในห้อง
“ออกไป!” เอกตะโกน ทุกคนวิ่งออกจากห้องครัว ทันทีที่วิ่งผ่านประตู ทุกอย่างกลับเข้าสู่ความเงียบเหมือนเดิม
ทั้งสี่คนรวบรวมสตินั่งหอบอยู่ในห้องรับแขก ปาล์มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ไม่มีสัญญาณ ไม่มีแบต แต่พบว่ามีรูปถ่ายรูปหนึ่งอยู่ในเครื่อง รูปถ่ายบ้านหลังนี้…แต่หน้าต่างชั้นบนมีเงาคนเหม่อมองลงมา
“นั่น…มันพี่ฉัน” ปาล์มน้ำเสียงสั่น ภาพเงาคนนั้นคล้ายกับพี่ชายของปาล์มอย่างน่าประหลาดใจ
ทุกคนเริ่มถกเถียงกันว่าจะทำอย่างไรต่อ แต่เสียงกระซิบและเงาผิดปกติกลับเริ่มตามไปทุกที่ แม้แต่ในมุมห้องที่ควรจะมืดเงียบก็ดูมีเงาจาง ๆ เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
เอกเริ่มพูดเสียงดัง “เราแค่ต้องหาทางออกจากบ้านนี้ ไม่ต้องไปสนใจเงา ไม่ต้องสนใจเสียงพวกนั้น” โอมแย้ง “ถ้าทุกคนที่หายไป…ยังอยู่ในเงาพวกนี้ล่ะ”
ปาล์มพยายามตั้งสติ “ทุกอย่างต้องมีเหตุผล” แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง
ขณะที่ทุกคนรู้สึกท้อแท้ จู่ ๆ มีเสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นจากห้องข้าง ๆ เสียงนั้นคล้ายกับเสียงของพี่ชายปาล์ม ทุกคนผงะ ใจเต้นถี่
เมย์ร้องไห้เบา ๆ “ถ้าออกไปไม่ได้ เราจะทำยังไง” เอกนั่งกุมหัว โอมยืนกอดอก พยายามจะไม่มองไปที่เงาที่ยาวขึ้นเรื่อย ๆ บนผนัง
ปาล์มเดินเข้าไปใกล้เสียงหัวเราะ ประตูห้องเปิดออกเองช้า ๆ ด้านในเป็นห้องว่างเปล่า มีแค่เงาจาง ๆ วาดไปบนผนังราวกับมีคนยืนอยู่เต็มห้อง
เมย์เดินตามเข้ามาอย่างลังเล เอกกับโอมตามมาทีหลัง ทุกคนยืนนิ่ง ไม่มีใครกล้าพูด
เสียงหัวเราะหยุด เงาบนผนังค่อย ๆ เคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ เหมือนจะชี้นำให้เดินไปทางประตูอีกบานหนึ่งที่ปิดสนิท
ปาล์มหยิบลูกกุญแจโบราณจากพื้นซึ่งไม่รู้ว่าไปอยู่ตรงนั้นได้อย่างไร ใจเต้นแรง มือสั่นขณะไขประตู ทุกคนลุ้นอย่างกดดัน
หลังประตูเป็นห้องใต้ดินแคบ ๆ บันไดไม้หยาบ ๆ ลงไปสู่ความมืด เมย์ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนเดินตามปาล์มลงไป เอกกับโอมมองหน้ากันแล้วตัดสินใจตาม
ในห้องใต้ดินมีกลิ่นอับแรง ผนังเต็มไปด้วยเงาคนซ้อนกันไปมา ไม่มีที่มาของแสงแต่มีเงา ทุกก้าวที่เดิน เงาเหมือนจะขยับเข้าใกล้มากขึ้น
เสียงกระซิบดังขึ้นรอบทิศ “อยู่ด้วยกัน…อยู่ในเงา…” ทุกคนเริ่มใจเสีย ปาล์มตะโกน “พี่อยู่ไหน!”
ทันใดนั้น เงาหนึ่งขยับแยกออกจากผนัง รูปทรงคล้ายมนุษย์แต่เลือนราง เงานั้นเดินเข้ามาใกล้ปาล์ม เสียงกระซิบกลายเป็นเสียงร้องครางโหยหวน
เมย์ร้องไห้โฮ เอกกับโอมดึงปาล์มถอยหลัง เงาเหล่านั้นเริ่มหมุนวนรอบ ๆ ทุกคน เสียงกระซิบกลายเป็นเสียงกรีดร้องหลอนหู
โอมพยายามคว้ากุญแจในมือปาล์ม “ออกไป! ปาล์ม เราต้องออกไป!” ปาล์มเหมือนสติหลุด ร้องเรียกชื่อพี่ชายซ้ำ ๆ
เอกตะโกน “อย่าไปมองเงา! ห้ามมองเงา!” แต่ปาล์มหันไปมองตรง ๆ เงานั้นยื่นมือออกมาหาเขา มือเย็นเยียบสัมผัสหน้า ปาล์มล้มลงกับพื้น ตาเหลือกค้าง
ทุกอย่างเงียบลงทันที เงาบนผนังกลับนิ่งสนิท เอก โอม และเมย์ ต่างแทบไม่กล้าหายใจ
โอมอุ้มปาล์มขึ้นมา “ออกไปเดี๋ยวนี้” ทุกคนวิ่งขึ้นบันไดอย่างทุลักทุเล ประตูห้องใต้ดินปิดเองด้วยเสียงดังปัง
ข้างบนนอกหน้าต่างเริ่มมีแสงสว่างรำไร ทุกคนวิ่งออกจากบ้านโดยไม่หันกลับมา ปาล์มยังหมดสติ เมย์ร้องไห้ เอกกับโอมหอบหายใจหนัก
เมื่อออกมานอกบ้าน เอกหยุดหันกลับไปมอง เห็นเงาคนมากมายยืนอยู่ในหน้าต่างทุกบาน มองลงมาที่พวกเขาอย่างเงียบงัน
ปาล์มเริ่มฟื้นขึ้น จ้องไปที่บ้านดวงตาว่างเปล่า เสียงกระซิบยังคงอยู่ในหัวเขา “อยู่ด้วยกัน…อยู่ในเงา…”
ทั้งสี่คนออกจากที่นั่นโดยไม่มีใครพูดอะไรอีก บ้านไร้เงายังคงเงียบสงัด เงาบนผนังยังคงเคลื่อนไหวเบา ๆ ราวกับรอใครสักคนกลับมา
ในคืนที่ไร้แสงจันทร์ หากเงาในบ้านหลังนี้เริ่มขยับอีกครั้ง…จะมีผู้มาเยือนคนใหม่เสมอ และทุกครั้งเงาเหล่านั้นก็จะมากขึ้น…มากขึ้น…