ห้องเลขที่ 5/7
เสียงเครื่องยนต์ของรถแท็กซี่ดับลงหน้าหอพักหญิงเก่าแก่กลางกรุงเทพฯ ใกล้หัวค่ำ ฝนลงเม็ดเบา ๆ อากาศอบอ้าวแต่แฝงความชื้นเย็นแปลกประหลาด พิมพ์ แขนข้างหนึ่งถือกระเป๋าเดินทาง อีกข้างแนบเอกสารย้ายหอไว้แน่น เธอก้าวขึ้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดทุกย่างก้าว ตึกสี่ชั้นที่ฉาบสีซีดเก่าแก่ บานหน้าต่างบานเกล็ดปิดสนิทท่ามกลางแสงไฟสีเหลืองหม่นราง ๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ไปห้อง 5/7 ใช่ไหมคะ?” ป้าดวง ผู้ดูแลหอพัก เอ่ยถามเสียงเข้มแต่ไม่อบอุ่นนัก ดวงตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้า เหมือนกำลังชั่งใจอะไรบางอย่าง พิมพ์พยักหน้ารับ เธอสัมผัสได้ถึงความอึดอัดตั้งแต่วินาทีแรก
“กุญแจอยู่ในซองนี้ ห้ามออกจากห้องหลังสามทุ่ม ห้ามเปิดหน้าต่างริมระเบียงเด็ดขาด” ป้าดวงย้ำโดยไม่สบตา แล้วเดินนำขึ้นบันได ทิ้งกลิ่นน้ำมันก๊าดจาง ๆ ไว้ในอากาศ
ทางเดินชั้นห้ารกร้าง เงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง ผนังมีรอยเปื้อนคล้ายคราบน้ำที่ไหลลงเป็นทางยาว ประตูห้อง 5/7 ตั้งโดดเดี่ยวท้ายสุด พิมพ์ไขกุญแจเข้าไป ภายในห้องเงียบจัดจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นแรง เตียงเดี่ยวกับโต๊ะไม้เก่า กระจกขุ่นมัวและตู้เสื้อผ้าสีซีด กลิ่นอับราวกับไม่มีใครอยู่มานาน
เธอนั่งบนเตียง หลับตา สูดหายใจช้า ๆ เสียงฝนหยดกระทบหน้าต่าง มีกระแสลมแปลก ๆ วูบผ่าน เธอขยับตัวไปรอบห้อง เปิดตู้เสื้อผ้า ไม่มีอะไรนอกจากไม้แขวนเสื้อแผ่นเดียว เธอลองเดินไปที่ระเบียงแต่คิดถึงคำเตือนของป้าดวงจึงหยุด
เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้นตอนสองทุ่มเศษ “ขอโทษนะ… เราอยู่ห้อง 5/8 ชื่อแยม ยินดีที่ได้รู้จัก” หญิงสาวตัวเล็ก ผมสั้น หน้าตาเรียบร้อยยิ้มให้แปลก ๆ “อย่าเปิดหน้าต่างนะ พวกเขาว่ามันไม่ปลอดภัย” แยมกระซิบเสียงต่ำก่อนจะเดินจากไป ปล่อยให้พิมพ์รู้สึกสับสนมากขึ้น
กลางคืนแรก เธอนอนกระสับกระส่าย รู้สึกเหมือนมีเสียงกระซิบเบา ๆ ดังแว่วในความมืด “อยู่… อยู่… อยู่…” เธอลุกขึ้นนั่งเหงื่อชุ่มหลัง หันไปทางหน้าต่าง ม่านพลิ้วเหมือนมีลม แต่หน้าต่างปิดสนิท
เช้าวันต่อมา พิมพ์เดินลงไปขอรหัส wifi กับป้าดวง ระหว่างเดิน เธอได้ยินเสียงกระซิบแผ่วจากห้องข้าง ๆ พอเงี่ยหูฟังกลับเงียบสนิท ผู้หญิงชื่อแยมเดินมาส่งยิ้มให้เหมือนเดิม สายตาซ่อนความกังวล
หลังเลิกเรียน พิมพ์กลับมาห้อง พบว่าสายประตูถูกแขวนไว้ในลักษณะแปลก ๆ เธอแนบหูกับประตู ได้ยินเสียงคนเหมือนเดินวนไปมาในห้อง แม้ในห้องน่าจะว่างเปล่า
เย็นวันนั้น พิมพ์เห็นชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่งยืนอยู่ชั้นล่าง เขาสวมชุดนักศึกษาชายแต่ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาแดงก่ำ กำลังมองขึ้นมาที่ข้างบน พอพิมพ์ก้าวลงบันได เขากลับเดินหายเข้าเงามืดไปอย่างรวดเร็ว
พิมพ์เดินไปถามป้าดวงว่า “มีห้องชายอยู่ชั้นนี้หรือคะ?” ป้าดวงนิ่งไปนานก่อนตอบ “ไม่มีหรอกจ้ะ ชั้นนี้เป็นหอหญิงมาตลอด” แล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง
คืนถัดมา เสียงกระซิบดังขึ้นชัดเจนกว่าเดิม “ออก… ออก…” เสียงนั้นเหมือนมาจากใต้เตียง พิมพ์ลังเลแต่ตัดสินใจสอดมือไป เธอสัมผัสได้เพียงฝุ่นและพื้นกระดานเย็นเฉียบ
เช้าวันเสาร์ แยมชวนพิมพ์ลงมาเดินตลาด พวกเขาเจอหญิงสาวคนหนึ่งชื่อมิ้นท์ ซึ่งอยู่ห้อง 5/6 มิ้นท์พูดน้อย สายตาหลบเลี่ยง “ห้องข้าง ๆ เธอ… มีคนอยู่มาก่อน แต่หายไปเฉย ๆ ไม่มีใครพูดถึงเลย” มิ้นท์เอ่ยเบา ๆ ก่อนผละตัวไป
ตกเย็น แยมมาหาพิมพ์พร้อมถุงขนม “ถ้าคืนนี้ได้ยินเสียงแปลก ๆ อย่าไปสนใจนะ” แยมพูดพลางหลบตา มือบีบถุงขนมแน่น เธอดูเหมือนจะหวาดระแวงอะไรบางอย่าง
คืนนั้น เสียงกระซิบผสมกับเสียงขูดขีดบนกระจก เงามืดริบหรี่ผ่านปลายเตียง พิมพ์หลับตาแน่น พยายามภาวนาให้เช้าขึ้นโดยเร็ว
วันรุ่งขึ้น พิมพ์เริ่มสังเกตเห็นรอยขีดประหลาดใต้โต๊ะเรียน เหมือนตัวเลข “57” ที่ถูกขีดทับซ้อนกันหลายชั้น เธอใจคอไม่ดี จึงไปถามแยม แต่แยมกลับซึมลง “ห้องนั้น… มันไม่ควรมีใครอยู่ตั้งแต่แรก” แยมพูดเสียงอ่อน ก่อนจะเงียบไปนาน
คืนนั้น พิมพ์นอนไม่หลับ ได้ยินเสียงเหมือนใครกำลังเดินวนหน้าห้อง เสียงกระซิบสลับกับเสียงร้องไห้แผ่ว ๆ เธอกอดหมอนแน่น หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
รุ่งเช้า เธอพบว่าประตูตู้เสื้อผ้าเปิดอ้าอยู่ทั้งที่เมื่อคืนปิดสนิท ข้างในมีรูปถ่ายขาวดำใบเล็ก ๆ ติดอยู่ที่ผนัง ซูมหน้าคนซึ่งถูกขีดทับด้วยปากกาสีแดง
เธอเอารูปไปให้ป้าดวงดู ป้าดวงชะงักไปครู่ใหญ่ “ของเก่า… ทิ้งไปเถอะ” น้ำเสียงป้าดวงแหบพร่าไม่เหมือนเดิม พิมพ์กลับห้องอย่างสับสน
เย็นวันนั้น เธอใจกล้าถามแยมถึงคนที่เคยอยู่ห้องนี้ “เค้า…เคยหายไปกลางคืน ไม่มีใครเห็นอีกเลย” แยมพูดเบา ๆ ก่อนเสียงเงียบลงนาน สีหน้าเธอสั่นระริก เหมือนเก็บกลั้นบางอย่างไว้
คืนนั้นเอง ฟ้าฝนกระหน่ำ เสียงเคาะประตูถี่รัว พิมพ์ลังเลแต่ก้าวไปเปิด พบเพียงทางเดินว่างเปล่า แต่เงาของใครบางคนทอดยาวอยู่ใต้ประตู
ขณะจะปิดประตู เสียงกระซิบที่ใกล้ชิดขึ้น “อยู่…ไม่ได้…” ดังจากตู้เสื้อผ้า พิมพ์ขยับเข้าไปใกล้ท่ามกลางความกลัวจัด มือสั่นเทา เธอเปิดประตูตู้ช้า ๆ ด้านในว่างเปล่า เธอถอยหลัง ใจเต้นระรัว
รุ่งเช้า แยมมาหาเธอตาแดงก่ำ “เมื่อคืนเราไม่ได้หลับเลย… เหมือนมีบางอย่างอยู่ข้างห้อง” น้ำเสียงสั่นเครือ “เราไม่ควรอยู่ที่นี่…” แยมพูดก่อนน้ำตาซึม
วันต่อมา พิมพ์สังเกตเห็นรอยขีดตัวเลข “57” ปรากฏเพิ่มขึ้นทุกคืน เธอเริ่มฝันซ้ำ ๆ ถึงเด็กผู้หญิงผมยาวสวมชุดนักเรียนยืนอยู่ปลายเตียง แม้จะตื่นมาก็ยังรู้สึกถึงสายตานั้นตามหลอกหลอน
เธอตัดสินใจค้นข้าวของในห้อง พบสมุดบันทึกเก่า ๆ ซ่อนไว้ใต้พื้นกระดาน หน้าปกเขียนว่า “ของขวัญ” ภายในมีแต่ตัวอักษรซ้ำ ๆ กันว่า “ขอโทษ… ขอโทษ… ขอโทษ…” เต็มไปหมด
พิมพ์นำสมุดไปให้มิ้นท์ดู มิ้นท์หน้าซีดเผือด “ของขวัญ… เคยอยู่ห้องนี้ เธอหายไปเมื่อปีที่แล้ว” มิ้นท์กระซิบ “คืนสุดท้ายเธอร้องไห้ทั้งคืน… ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย”
คืนนั้น พิมพ์นอนไม่หลับ ได้ยินเสียงเหมือนคนลากขาเดินวนอยู่ในห้อง เสียงกระซิบใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ “ออก…ออก…ออก…” เธอเอาหมอนปิดหูแน่น น้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว
รุ่งเช้า ประตูห้อง 5/7 เปิดอ้าอยู่เอง พิมพ์พบกระจกขุ่นมัวกลางห้องเต็มไปด้วยรอยขีด “57” และคำว่า “ขอโทษ” ซ้อนทับกันแน่น เธอเริ่มไม่แน่ใจว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความจริงหรือจินตนาการจากความทรงจำที่พร่าเลือนของตัวเอง
เธอตัดสินใจเผชิญหน้าความกลัว เปิดหน้าต่างที่ถูกห้าม ปล่อยให้ลมเย็นเฉียบปะทะร่างกาย ทันใดนั้น เสียงกระซิบหยุดลง ทุกอย่างเงียบสนิทจนน่ากลัว
ในความเงียบนั้น เธอเห็นเงาเด็กผู้หญิงสะท้อนในกระจก ยืนอยู่ข้างหลังตัวเอง พิมพ์หันกลับไปแต่ไม่พบใคร เงานั้นยังคงอยู่ในกระจก ซ้อนทับกับรอยขีดที่เพิ่มขึ้นจนแน่นไปหมด
แยมกับมิ้นท์มาหาเธอ ทั้งสามคนกลั้นใจยืนเผชิญหน้ากับเงาในกระจก เสียงกระซิบกลับมา “ขอโทษ… ขอโทษ…” จนห้องทั้งห้องเย็นยะเยือกผิดปกติ
ทันใดนั้น เสียงร้องไห้โหยหวนดังลั่น ห้องทั้งห้องสั่นสะเทือน ประตูทุกบานปิดสนิท เงาเด็กผู้หญิงในกระจกยื่นมือออกมาช้า ๆ ราวกับจะขอความช่วยเหลือ
พิมพ์ตัดสินใจวางสมุดบันทึกเก่าไว้ตรงหน้ากระจก กระซิบว่า “เรารับรู้แล้ว… ขอโทษที่ปล่อยให้เธอเจ็บปวด” เงานั้นค่อย ๆ จางหายไป ทิ้งเสียงสะอื้นแผ่ว ๆ ในห้อง
บรรยากาศหนักอึ้งจางลง แต่ความเงียบยังเกาะกุมห้อง 5/7 ราวกับยังไม่สิ้นสุด พิมพ์ แยม และมิ้นท์ ต่างสบตากันด้วยความหวาดระแวง ไม่มีใครกล้าพูดอะไร
คืนนั้น เสียงกระซิบหายไป แต่พิมพ์ยังรู้สึกเหมือนถูกเฝ้ามองตลอดเวลา เธอพยายามนอนแต่หัวใจยังเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ
เช้าวันต่อมา ห้อง 5/7 กลับเงียบกริบ ไม่มีร่องรอยของรอยขีด หรือเสียงประหลาดใด ๆ อีก ทุกอย่างเหมือนกลับสู่ปกติ แต่พิมพ์รู้ดีว่าไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป
คืนสุดท้ายก่อนย้ายออก เธอเดินไปที่กระจกกลางห้องอีกครั้ง เงาสะท้อนที่เห็นคือใบหน้าของตัวเอง แต่ในความว่างเปล่าของแววตานั้น เธอเห็นเงาเด็กผู้หญิงยืนซ้อนอยู่ข้างหลังอีกครั้ง พร้อมเสียงกระซิบแผ่วเบา “ขอบคุณ…” ก่อนจะจางหายไปในความเงียบของห้องเลขที่ 5/7