เสียงกรีดร้องจากห้อง 212
ฝนพรำลงมาอย่างเงียบงันในยามค่ำ อังศุมาลินลากกระเป๋าเดินเข้าไปในซอยแคบ เธอชะเง้อมองป้ายไฟเก่า ๆ ที่เขียนว่า “หอพักหญิงวรินทร์” หัวใจเธอเต้นแรงด้วยความกังวลและความตื่นเต้น หอพักหลังนี้อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยที่เธอฝึกงาน แต่ชื่อเสียงของมันทำให้เธอลังเล — หอพักราคาถูกแต่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าลึกลับจากนักศึกษารุ่นก่อน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เธอกดออดใต้ชายคาเก่า ฝุ่นจับหนา กว่าเจ้าของหอจะเดินออกมาก็ใช้เวลานานจนเธอเริ่มใจคอไม่ดี คุณนิ่ม หญิงสูงวัยที่ไว้ผมซอยสั้นเดินออกมา ดวงตาคมกริบและแววตายากจะอ่าน
“มากี่คน?” น้ำเสียงห้วนสั้น
“สองค่ะ หนู…กับเพื่อน ชื่อปริม”
เจ้าของหอพยักหน้า เดินนำขึ้นบันไดไม้เก่าเสียงเอี๊ยดอ๊าด เงาบนผนังแกว่งไหวตามแสงไฟสีเหลืองหม่น อังศุมาลินได้กลิ่นอับชื้น คล้ายความลับที่เก็บไว้นาน
“ห้อง 212 อยู่สุดทาง เดินตรงไป” คุณนิ่มบอก ขณะหยิบกุญแจเก่า ๆ ส่งให้ อังศุมาลินรับกุญแจด้วยมือสั่น ๆ รู้สึกได้ถึงแรงกดดันแปลกประหลาด
อังศุมาลินเดินเข้าไปในห้อง 212 ห้องแคบและมืด เฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าทุกชิ้นเหมือนมีตา เธอลูบฝุ่นออกจากโต๊ะ พบรอยขีดข่วนจาง ๆ เหมือนใครบางคนเคยขีดเขียนอะไรบางอย่างไว้ก่อน เธอลองเปิดไฟแต่ไฟกระพริบสลัว ๆ เหมือนจะแตกเสียทุกเมื่อ
เสียงรองเท้าของปริมดังแผ่วเบาตามมา หญิงสาวผมยาวใบหน้าสวยแต่ดวงตาเศร้า “โอ๊ย ห้องนี่เก่าจริง ๆ แกว่ามีหนูไหม?”
อังศุมาลินส่ายหน้า “ไม่รู้ แต่มีอะไรแปลก ๆ ฉันว่ากลิ่นมันเหมือน…อะไรสักอย่าง”
“อย่าคิดมากน่า แกฝึกงานหนักไปเอง” ปริมยิ้มบาง ๆ เหมือนพยายามปลอบใจตัวเองมากกว่าปลอบอังศุมาลิน
คืนนั้นขณะฝนเทลงมาอย่างบ้าคลั่ง อังศุมาลินหลับตาพยายามไม่ฟังเสียงลมหายใจของตัวเอง ทันใดนั้นเธอได้ยินเสียงฝีเท้าเบา ๆ เดินลากผ่านหน้าห้อง ก่อนจะหยุดลงที่หน้าประตู 212 เปลือกตาของเธอปิดแน่นกว่าเดิม ใจเต้นแรงจวนแตก
เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้นสองครั้ง อังศุมาลินเงี่ยหูฟัง ไม่มีใครพูด ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงฝนเทกระหน่ำกับเสียงลมหายใจของเธอกับปริมที่ต่างเก็บงำความกลัวไว้ในความเงียบ
เช้าวันรุ่งขึ้น ปริมเป็นฝ่ายลุกขึ้นก่อน “เมื่อคืนแกได้ยินไหม?”
อังศุมาลินหลบตา “…เสียงอะไร?”
ปริมลังเล ก่อนจะกระซิบ “เหมือนมีคนร้องไห้ในห้องน้ำ”
อังศุมาลินฝืนหัวเราะ “แกคิดไปเองรึเปล่า ห้องน้ำมันเล็กจะตาย ใครจะเข้ามาได้”
แต่ในใจเธอเองก็ไม่แน่ใจ เธอพยายามสลัดความรู้สึกค้างคาออกไป แล้วรีบอาบน้ำ แต่น้ำในฝักบัวเย็นจัดอย่างผิดปกติ ทั้งที่เครื่องทำน้ำอุ่นเปิดอยู่
ระหว่างกินข้าวที่โรงอาหาร ปริมมองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง “แก รู้ไหมว่าตึกนี้มีคนเคยหายตัวไป?”
อังศุมาลินชะงัก “ใคร?”
“ก็…ปีที่แล้ว มีผู้หญิงปีสามหายไป ไม่มีใครตามเจอจนถึงทุกวันนี้” ปริมก้มหน้าหลบแววตาคนรอบข้าง เหมือนไม่อยากให้ใครได้ยิน
“แล้ว….” อังศุมาลินพูดไม่จบ เธอรู้สึกเย็นวาบที่ต้นคอ เหมือนมีบางอย่างกำลังจับจ้อง
คืนนั้นปริมเป็นคนปิดไฟ อังศุมาลินนอนไม่หลับ เธอได้ยินเสียงคนเดินอยู่หน้าห้องอีกครั้ง คราวนี้เสียงดังขึ้น เหมือนลากเท้าไปมาอยู่หน้าประตู หลายชั่วโมงก่อนจะเงียบลง
รุ่งขึ้น อังศุมาลินสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติใต้เตียง รอยขีดข่วนยาว ๆ บนพื้นไม้ ราวกับมีอะไรบางอย่างพยายามหนีออกจากใต้เตียง เธอเรียกปริมมาดู ปริมหน้าซีด “อย่าพูดเรื่องนี้กับใครนะ”
อังศุมาลินพยายามไถ่ถามเจ้าของหอ คุณนิ่มเพียงส่ายหน้า “เด็กสมัยนี้จินตนาการเก่งนะ” แววตาของเธอไม่เป็นมิตร
คืนนั้น หลังเที่ยงคืน ปริมสะดุ้งตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเบา ๆ มีเพียงข้อความเดียว — “ช่วยฉันด้วย” ไม่มีชื่อผู้ส่ง
เสียงร้องไห้เบา ๆ ดังก้องในห้องน้ำ อังศุมาลินตัดสินใจเดินไปเปิดประตูห้องน้ำ พบเพียงเงามืดกับไอน้ำเย็นจัดที่ลอยฟุ้ง เธอหันกลับแต่เห็นเงาร่างหนึ่งยืนอยู่ไกลในกระจก เธอรีบปิดไฟแล้วหนีขึ้นเตียง
วันต่อมา เพื่อนข้างห้องชื่อเมย์เดินมาทัก ใบหน้าเธออิดโรย “เมื่อคืนพวกแกได้ยินเสียงไหม ห้องฉันก็มีเสียงคนเดิน”
ปริมถามเสียงเบา “เมย์ แกเคยได้ยินอะไรเกี่ยวกับห้อง 212 มั้ย?”
เมย์ลังเล “เขาว่ากันว่า เมื่อก่อนมีผู้หญิงคนหนึ่ง…เหมือนจะโดนทำร้ายแล้วก็หายไป ไม่เคยมีใครเจอ”
“จริงเหรอ?” อังศุมาลินถาม
“ไม่รู้สิ มันก็แค่เรื่องเล่า แต่บางคืนฉันก็ฝันว่ามีคนมากระซิบข้างหู เหมือนขอให้ช่วย”
อังศุมาลินเงียบไป เธอเริ่มสังเกตเห็นข้าวของในห้องเคลื่อนที่ได้เอง ถ้วยที่วางไว้บนโต๊ะกลับกลิ้งตกพื้น แปรงสีฟันที่วางไว้ตรง ๆ กลับตกถึงพื้นตอนเช้า
ปริมเริ่มหวาดกลัว เธอเสนอ “เราย้ายไปนอนห้องเมย์กันคืนนี้ดีไหม?”
อังศุมาลินลังเล แต่สุดท้ายก็ยอม พวกเธอเก็บของจำเป็นและไปนอนห้องเมย์ คืนนั้นเสียงประหลาดกลับตามพวกเธอไป — เสียงลากเท้า เสียงคร่ำครวญเบา ๆ ดังลอดประตู
เช้ามืด ปริมพบว่าประตูห้องเมย์ถูกล็อกจากด้านนอก ทั้งสามตกใจ พยายามติดต่อเจ้าของหอแต่ไม่มีใครรับสาย เมย์พยายามเปิดหน้าต่างแต่หน้าต่างเปิดไม่ได้
อังศุมาลินเริ่มสังเกตเห็นรอยนิ้วมือบนกระจกหน้าต่าง รอยที่ขึ้นมาใหม่เมื่อคืนนี้ เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกขังอยู่กับสิ่งที่มองไม่เห็น
เรื่องราวในอดีตของห้อง 212 ค่อย ๆ ผุดขึ้นในความคิดของอังศุมาลิน เธอถามปริม “แกว่าคนที่หายไปเมื่อปีก่อน…เขาเคยอยู่ห้องนี้รึเปล่า?”
ปริมเงียบไปนาน “…ใช่ ฉันเคยได้ยินว่าเขาอยู่ 212”
“แล้วเขาหายไปได้ยังไง?”
เมย์เม้มปาก “มีคนบอกว่าเขาทะเลาะกับเจ้าของหอ แล้วก็หายไป ไม่ก็…มีคนเห็นเขาเดินวน ๆ ในห้องน้ำ ไม่ออกมาอีกเลย”
อังศุมาลินนั่งคิด เธอก้มดูโทรศัพท์ เห็นแชทเดียวกับเมื่อคืน “ช่วยฉันด้วย” คราวนี้ขึ้นว่า “ส่งมาจากเบอร์ที่ถูกลบไปแล้ว”
คืนถัดมา พวกเธอตัดสินใจกลับไปนอนที่ห้อง 212 ด้วยความกลัวปะปนกับความอยากรู้
คืนนั้นฝนตกหนักกว่าเดิม เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนและหนักแน่น อังศุมาลินเดินไปเปิดประตูด้วยมือสั่น แต่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น มีเพียงลมเย็น ๆ วูบเข้ามา
เธอหันหลังกลับ เห็นเงาเลือนรางของหญิงสาวในกระจก เงานั้นยืนอยู่ข้างหลังเธอ หัวเราะเบา ๆ ก่อนจางหายไป
ปริมเริ่มร้องไห้ “ฉันไม่ไหวแล้ว… ฉันอยากกลับบ้าน!”
อังศุมาลินพยายามปลอบ “อีกแค่ไม่กี่วัน เดี๋ยวทุกอย่างคงจะดีขึ้น”
แต่ในคืนนั้นเอง เสียงกระซิบดังขึ้นข้างหูอังศุมาลิน — “ช่วยฉันด้วย”
เธอสะดุ้งสุดตัว เงียบงันไปทั่วห้อง ปริมกับเมย์กอดกันกลม ทุกคนตื่นตระหนกถึงขีดสุด
อังศุมาลินตัดสินใจค้นหาความจริง พวกเธอช่วยกันรื้อโต๊ะ รื้อเตียง พบช่องลับใต้พื้นไม้ มีสมุดบันทึกเก่า ๆ เล่มหนึ่ง ในหน้าสุดท้ายเขียนว่า “ฉันอยู่ที่นี่ — อย่าปล่อยให้ฉันโดดเดี่ยว”
เงามืดในห้องขยายตัว ทันใดนั้นประตูห้องก็ลั่นดังปัง ปริมพยายามเปิดประตูแต่เปิดไม่ออก เมย์ร้องไห้ อังศุมาลินตะโกน “ใครอยู่ที่นี่! ทำไมไม่ปล่อยพวกเราไป!”
เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากทุกมุมห้อง — เสียงร้องขอความช่วยเหลือปะปนกับเสียงหัวเราะเศร้าๆ ประตูเปิดได้เองช้า ๆ อากาศเย็นจัดปะทะเข้าใส่
อังศุมาลินตัดสินใจเดินออกจากห้อง เธอพบว่าตึกทั้งตึกเงียบสนิท ไฟดับหมด ทั่วตึกมีเพียงเสียงฝีเท้าของอะไรบางอย่างที่เดินตามหลังเธอ เธอหันกลับแต่ไม่เห็นใคร
อังศุมาลินวิ่งลงบันไดไปเจอคุณนิ่ม เจ้าของหอ ยืนอยู่ในความมืด ดวงตาแข็งกร้าว “พวกเธอไม่มีทางออกไปจากที่นี่ได้ ถ้ายังไม่ช่วยเขา!”
“ช่วยใคร?” อังศุมาลินถามเสียงสั่น
“เด็กคนนั้น เธออยู่ที่นี่มานานแล้ว รอคนเห็น รอคนช่วย”
เสียงกรีดร้องดังลั่นทั่วทั้งตึก พื้นดินสั่นสะเทือน อังศุมาลิน ฉุดปริมกับเมย์กลับขึ้นห้อง — เธออ่านสมุดบันทึกนั้นออกเสียง “ฉันอยู่ที่นี่ โปรดช่วยด้วย”
เงาผู้หญิงปรากฏตัวขึ้นกลางห้องอย่างช้า ๆ ใบหน้าเศร้าสร้อย ดวงตาเต็มไปด้วยความอ้างว้าง เธอยิ้มเศร้า ๆ ก่อนจะจางหายไปพร้อมเสียงกระซิบ “ขอบคุณ…”
ทันใดนั้นทุกอย่างก็เงียบสงัด ประตูห้อง 212 เปิดอ้าออกสู่อากาศสดใส หัวใจของอังศุมาลินหนักอึ้ง เธอมองหน้าปริมกับเมย์ ทุกคนยังคงสั่นเทาแต่รู้สึกเหมือนปลดปล่อยจากบางอย่าง
เช้าวันใหม่ แสงอาทิตย์ลอดผ่านกระจกห้อง 212 อังศุมาลินเก็บของเตรียมย้ายออก เธอหันกลับมามองห้องเก่า หัวใจยังคงหวาดกลัวแต่เข้าใจว่าความเจ็บปวดบางอย่างต้องการคนรับรู้ ไม่ใช่แค่ซ่อนอยู่ในเงามืด
ขณะที่เธอเดินออกจากหอ เธอหันกลับไปเห็นเงาร่างในกระจกหน้าต่างห้อง 212 อีกครั้ง — เงานั้นยิ้มเศร้าเหมือนกำลังบอกลา