บ้านลับริมป่าน้ำหมอก
เสียงฝีเท้ากระทบใบไม้แห้งดังกรอบแกรบในป่าริมน้ำหมอก ท่ามกลางความเงียบงันของเช้าวันเสาร์ กลุ่มเพื่อนสี่คน—แป้ง, วี, ปัฐ, กับนนท์—เดินตามเส้นทางแคบที่มีแสงแดดลอดลงมาประปราย บ้านไม้เก่าแก่หลังหนึ่งตั้งโดดเดี่ยวอยู่กลางหมอกจาง ๆ ใกล้ลำธาร
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!แป้งมองบ้านหลังนั้นด้วยดวงตาแข็งกร้าวแต่มีเงาความหวาดกลัวแฝงอยู่เสี้ยววินาที เธอกำกุญแจบ้านในมือแน่น “ที่นี่แหละ พวกเราต้องค้นหาความจริงว่าตัวเองฝันไป หรือว่าน้องหญิง…หายตัวจริง”
วีเหลือบมองปัฐที่ลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ตามมา “ถ้าเราไม่เจออะไรเลย ก็กลับพรุ่งนี้ไหม?”
ปัฐหลบตา “ถ้าไม่กลัว ก็ไม่มีอะไรต้องห่วงหรอก”
นนท์เดินนำขึ้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด แป้งไขกุญแจประตู เสียงคล้ายลมหายใจเบา ๆ ดังลอดออกมาจากในบ้าน ทุกคนหยุดชั่วขณะก่อนจะผลักประตูเข้าไป
ในบ้านมืดสลัว ฝุ่นจับหนา กลิ่นไม้เก่าคละคลุ้ง แป้งเดินช้า ๆ สอดส่ายสายตา วีเดินตามติด พลางเอื้อมมือเปิดผ้าม่านให้แสงลอดเข้ามา
“หญิงเคยมาบ้านนี้กับเราตอนเด็ก ๆ” แป้งพูดเบา ๆ “แต่หลังจากนั้น ทุกอย่างคล้ายจะเลือนหายไป…ทั้งความทรงจำ ทั้งตัวน้องเอง”
เสียงของปัฐดังขัดขึ้น “หรือเธอแค่ไม่อยากจำกันแน่?”
แป้งตอบไม่ออก ฝ่ายนนท์เดินไปเปิดห้องต่าง ๆ เจอแต่ของเก่าแก่ กระถางธูปแห้งแตกและรูปถ่ายครอบครัวที่ใบหน้าผู้หญิงคนหนึ่งถูกขูดจนเลือน
ตกเย็น พวกเขานั่งล้อมวงในครัวเล็ก ๆ นนท์ถาม “แป้งแน่ใจเหรอว่าน้องหายที่นี่?”
แป้งนิ่ง “ฉันไม่รู้…แต่ทุกครั้งที่ฝันร้าย มันคือบ้านหลังนี้”
เสียงฝีเท้าบางเบาดังในห้องโถง ทุกคนหันขวับ วีหัวเราะกลบเกลื่อน “หนู หรือแมว…” แต่สีหน้ากลับซีดเผือด
คืนนั้น ขณะเงียบสงัด เสียงกระซิบคล้ายสตรีดังแผ่วผ่านบ้าน นนท์ลืมตาขึ้น เห็นเงาคนยืนอยู่หน้าประตูห้องนอน เงานั้นนิ่งผิดธรรมชาติ ก่อนจะเลือนหายไปเมื่อปัฐสะดุ้งตื่นขึ้นมา
“ฝันรึเปล่า?” ปัฐถามเสียงเบา
นนท์พยักหน้าช้า ๆ แต่นัยน์ตายังจับจ้องมุมมืดท้ายห้อง
เช้าวันใหม่ หมอกหนาขึ้นจนแทบมองไม่เห็นลำธาร แป้งยืนเหม่อริมหน้าต่างรู้สึกใจหวิว เธอพบเศษผ้าสีขาวพันอยู่กับกรอบหน้าต่าง—ผ้าปักชื่อ “หญิง”
“นี่ของน้อง…” เสียงแป้งสั่น
วีหันมองอย่างไม่ค่อยเชื่อ “เธอรู้ได้ยังไง?”
แป้งไม่ตอบ เดินหนีไปตามทางเดินไม้ที่ขึงขัง เสียงฝีเท้าเธอก้องกังวานผิดปกติราวกับมีใครเดินตามในเงามืด
ในบ่ายนั้น ปัฐแอบค้นห้องพระ พบสมุดบันทึกเล่มเล็ก ๆ มีข้อความเขียนด้วยลายมือหวาดหวั่น “ถ้าได้ยินเสียงเรียก อย่าตอบ…อย่าหันกลับ”
เขาพลิกอ่านต่อ เสียงเปิดประตูเบา ๆ ดังจากหลังบ้าน วีโผล่หน้าเข้ามาอย่างตกใจ “แอบดูอะไร?”
ปัฐชั่งใจ ก่อนจะส่งสมุดให้วี ทั้งคู่ตกใจเมื่ออ่านเจอชื่อหญิงเขียนทับบนหน้าสุดท้ายด้วยหมึกแดง
คืนนั้น หมอกหนาทึบกลืนบ้านไปเกือบหมด เสียงในบ้านเงียบงันผิดปกติ จู่ ๆ ก็มีเสียงสะอื้นเบา ๆ ดังลอดมาจากใต้ถุนบ้าน แป้งรีบวิ่งไปตามเสียง พบแค่ความว่างเปล่าและกลิ่นธูปจาง ๆ
นนท์ยืนอยู่ใกล้ ๆ สบตาแป้ง “ถ้าเรากลับตอนนี้จะทันไหม?”
แป้งส่ายหน้า “หญิง…ยังอยู่ที่นี่ ฉันต้องรู้ความจริง”
วีเดินเข้ามากระซิบข้างหู “บางที…บางคนอาจอยากให้เราลืมมากกว่าจำ”
ในคืนที่สาม ทุกคนถูกปลุกโดยเสียงประหลาดคล้ายเสียงขูดผนังจากชั้นบน วีเดินนำขึ้นไปพบประตูห้องหนึ่งที่ถูกปิดตายด้วยไม้กางเขนเก่า ๆ
แป้งลังเล ก่อนจะเอื้อมมือเปิดประตู สิ่งแรกที่เห็นคือกระจกเก่าและรอยมือเลอะฝุ่นอยู่ทุกบาน เธอเดินเข้าไปหน้ากระจก เสียงกระซิบในหัวดังขึ้นชัดเจน “อย่าหันกลับ…”
ปัฐก้าวตามเข้ามาด้วยท่าทางไม่ไว้วางใจ “เราควรออกไปได้แล้ว”
แป้งจ้องกระจก ภาพสะท้อนเริ่มบิดเบี้ยว เธอเห็นเงาผู้หญิงยืนซ้อนหลังตัวเอง—ใบหน้าถูกขูดจนเลือนเหมือนในรูปถ่าย
ทันใด นนท์ตะโกนจากข้างนอก “ออกมาเร็ว!” ประตูปิดผาง ลมเย็นจัดพัดวูบ เงาในกระจกเหมือนจะยิ้มเย็นเยียบ
ทุกคนแตกตื่น แป้งดึงประตูเปิด พวกเขาวิ่งลงบันได เสียงฝีเท้าคนที่ห้าไล่หลังมาแต่ไม่มีใครหันกลับไปมอง
ตกดึกนั้น ปัฐสารภาพกับแป้งว่าเขาเคยรู้จักหญิงมาก่อน แต่ไม่กล้าบอกเพราะกลัวความจริง “ฉันเห็นหญิงคืนนั้น…เธอไปที่ห้องพระ แล้วไม่กลับออกมาอีกเลย”
แป้งฟังแล้วน้ำตาคลอ “ทำไมไม่บอกแต่แรก?”
ปัฐหลบตา “ฉันกลัว…กลัวจะถูกโทษว่าเกี่ยวข้อง”
คืนนั้นเอง บ้านทั้งหลังเย็นเยียบผิดปกติ ทุกคนรวมตัวอยู่ในห้องเดียว เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังแทรกมาเป็นระยะ ฝุ่นคลุ้งในอากาศราวมีเงาเดินไปมาในความมืด
เสียงกระซิบดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนขึ้น “ทำไมถึงลืมฉัน…” แป้งกำมือแน่น พยายามข่มความกลัว
นนท์เดินไปเปิดหน้าต่างหวังสูดอากาศ แต่พบว่าหมอกหนาจนมองไม่เห็นอะไรเลย เงามืดขยับไปมาอยู่ในหมอก ราวกับใครกำลังจ้องมองจากฝั่งตรงข้าม
ในเช้าวันถัดมา ทุกคนพบว่ากุญแจรถและโทรศัพท์มือถือหายไป ไม่มีสัญญาณ ไม่มีทางติดต่อโลกภายนอก วีเริ่มสติแตก “เราจะออกไปยังไง!?”
แป้งนั่งนิ่ง น้ำตาไหล “เหมือนมีบางอย่างไม่อยากให้เราออกไป…”
ปัฐเดินไปยังห้องพระอีกครั้ง พบกล่องไม้เล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้แท่นบูชา ข้างในมีกระดาษเก่าขาดวิ่น มีข้อความว่า “คำสาปจะจบลงเมื่อเธอกล้าจำ”
แป้งเริ่มระลึกถึงเหตุการณ์ในอดีต—คืนที่หญิงร้องไห้หนัก เธอปิดประตูใส่น้องด้วยความโมโห ก่อนบ้านทั้งหลังจะเงียบวาบไปในความมืด
เสียงกระซิบแผ่วดังขึ้นเรื่อย ๆ ในหูแป้ง “พี่…อย่าลืมฉัน…”
ในระหว่างความเงียบงัน แป้งตัดสินใจพูดกับเงาที่ปรากฏในกระจกอีกครั้ง “หญิง…ถ้าเธอยังอยู่ ให้ฉันได้ขอโทษ”
เงาในกระจกขยับเข้ามาใกล้ เสียงสะอื้นดังขึ้นพร้อมกับหมอกที่หนาขึ้นจนทุกคนมองเห็นเงาผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่มุมห้อง—ใบหน้าเลือนรางแต่เศร้าใจ
วีร้องไห้กลัว ปัฐจับมือนนท์แน่น แป้งเดินเข้าไปหาเงานั้น “ขอโทษที่เคยไล่เธอออกจากห้อง ขอโทษที่ไม่ฟังเธอ…ขอโทษที่จำไม่ได้”
เสียงสะอื้นค่อย ๆ เบาลง เงาเลือนรางถอยห่าง บ้านทั้งหลังสว่างขึ้นชั่วขณะ ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับสู่ความเงียบ
เช้าวันต่อมา หมอกจางลง พวกเขาพบกุญแจรถวางอยู่บนโต๊ะกลางบ้าน โทรศัพท์มีสัญญาณอีกครั้ง
ก่อนเดินออกจากบ้าน แป้งหันกลับไปมองในบ้านอีกครั้ง เสียงกระซิบแผ่วสุดท้ายดังลอดลม “อย่าลืมฉัน…”
แป้งยิ้มเศร้า ๆ น้ำตาไหล เธอกระซิบตอบกลับไปในความว่างเปล่า “จะไม่มีวันลืม…”
ทุกคนเดินออกจากบ้าน มองผ่านหมอกที่คลายตัว ทิ้งไว้เพียงความลับและเศษเสี้ยวของความทรงจำที่ไม่อาจลบเลือน