คืนที่เงาสะท้อนร้องไห้
ฝนตกหนักจนเสียงหยดน้ำกลืนทุกเสียงรอบข้าง อรัญญา ยืนอยู่ใต้ชายคาบ้านไม้สองชั้นที่เธอไม่ได้กลับมานานนับสิบปี กลิ่นดินหลังฝนใหม่กับกลิ่นไม้เก่าปะปนจนรู้สึกถึงบ้านอย่างประหลาด เธอมองรอบ ๆ — ทุกอย่างเหมือนเดิม แต่เงียบกว่าเดิม บ้านหลังนี้กลายเป็นของเธอหลังแม่เสียชีวิตกะทันหัน ไม่มีใครอยู่ มีแค่เธอกับกระเป๋าเดินทาง และเสียงฝนที่ไม่ได้หยุดลงง่าย ๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!อรัญญายกกระเป๋าขึ้นบันได เสียงไม้ลั่นใต้เท้าทำให้ใจเธอเต้นถี่ เธอสูดลมหายใจลึก พยายามปลดปล่อยความคิดถึงแม่ที่ค้างคาและความรู้สึกผิดที่ไม่ได้กลับมาก่อนหน้านี้ เมื่อเปิดประตูห้องกลาง บ้านเต็มไปด้วยฝุ่นเหมือนถูกปิดตายมานาน เธอตรงไปที่โต๊ะเล็กข้างหน้าต่าง วางกระเป๋า และเปิดไฟ ไฟกะพริบอยู่สองสามที ก่อนจะนิ่งสนิท แสงสลัวสะท้อนสีน้ำตาลหม่นบนผนัง
เสียงกระดิ่งลมหน้าประตูสั่นไหว ทั้งที่ฝนหยุดพักชั่วครู่ อรัญญาชะงัก หันกลับไปมองประตู ปล่อยให้ความเงียบล้อมรอบ ความรู้สึกว่ามีใครบางคนแอบมองอยู่ไหลเข้ามาอย่างช้า ๆ เธอเดินเข้าไปสำรวจห้องต่าง ๆ ช้า ๆ ห้องน้ำชั้นล่างยังคงเหมือนเดิม กระจกเงาขุ่นมัว เธอจ้องหน้าตัวเองในกระจก มันเหมือนมีอะไรบางอย่างไหลอยู่ข้างหลัง แต่เมื่อหันกลับไป ไม่มีอะไรเลย
เธอเดินไปยังห้องครัว กลิ่นอับของข้าวสารเก่ากับเศษใบไม้แห้งบนพื้น ทำให้เธอรู้สึกเหมือนบ้านนี้หยุดเวลาไว้ตั้งแต่วันที่เธอจากไป เธอนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ หยิบโทรศัพท์ขึ้นจะโทรหาเพื่อนสนิท—จันทร์เพ็ญ—แต่ลังเลและเก็บลงในกระเป๋าแทน
เสียงหยดน้ำในห้องน้ำดังขึ้น อรัญญาขมวดคิ้ว มองไปทางประตูห้องน้ำที่ปิดอยู่ เธอเดินเข้าไปช้า ๆ เปิดประตูออกอย่างระวัง เห็นก๊อกน้ำหยดช้า ๆ ลงอ่าง “แม่เพิ่งซ่อมไปนี่…” เธอบ่นกับตัวเอง ก้มลงปิดก๊อกแล้วล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจัด
เมื่อเงยหน้าขึ้นมองกระจกอีกครั้ง เธอเห็นรอยเปื้อนคล้าย ๆ รูปมือเด็กเปียกน้ำอยู่บนกระจก เธอเอานิ้วแตะดู—ไม่มีอะไรติดมือจึงเช็ดออกอย่างไม่คิดมาก แต่หัวใจยังรู้สึกแปลก ๆ
กลางคืนมาเยือนพร้อมเสียงฝนกลับมาอีกครั้ง อรัญญานอนในห้องเก่า รู้สึกถึงแรงกดบนเตียงเหมือนมีใครนั่งลงข้าง ๆ เธอพลิกตัว หันไปมอง—ไม่มีใคร มีเพียงเสียงหายใจของเธอเองกับความมืดที่เหมือนกลืนห้อง เธอข่มตาหลับ ทั้งที่หัวใจเต้นแรง
เช้าวันใหม่ เธอตื่นขึ้นมาด้วยเสียงขูดเบา ๆ ที่หน้าประตูห้องนอน อรัญญาค่อย ๆ เดินไปเปิดประตู พบว่ามีเศษกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ถูกสอดเข้ามาใต้ประตู เขียนด้วยลายมือเด็กว่า “อย่าลืมฉัน” เธอหยิบขึ้นมาดู รู้สึกสับสน สั่นเล็กน้อย อรัญญาหันไปมองรอบห้อง—ไม่มีใครอยู่ แสงอาทิตย์อ่อน ๆ ส่องลอดม่านลงมาบนพื้น
เธอหยิบกระดาษขึ้นมาอ่านซ้ำ ลายมือแบบนี้…คุ้นตาเหลือเกิน เธอคิดถึงใครบางคนแล้วขนลุกวาบ ภาพในหัวปรากฏใบหน้าของเด็กหญิงหน้าตาคุ้นเคย—น้ำผึ้ง เพื่อนวัยเด็กที่หายตัวไปอย่างลึกลับเมื่อสิบห้าปีก่อน ไม่มีใครพบตัวอีกเลย
อรัญญาสะบัดหัว ไล่ความคิด เธอลงไปชั้นล่าง เปิดหน้าต่างรับลม แต่สายตากลับไปสะดุดกับเงาของตัวเองในกระจกบานใหญ่ตรงห้องรับแขก เงานั้นเหมือนขยับช้า ๆ ไม่ตรงกับการเคลื่อนไหวของเธอ เธอมองนิ่ง รู้สึกเย็นวาบ ก่อนเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอย่างกะทันหัน
“ฮัลโหล?” เสียงของจันทร์เพ็ญดังขึ้นปลายสาย “แกเป็นไงบ้าง อยู่บ้านคนเดียวใช่ไหม อยากให้ไปอยู่เป็นเพื่อนมั้ย” อรัญญาลังเลอยู่นานก่อนจะตอบเสียงเบา “ไม่ต้องหรอก ฉัน…โอเค แค่คิดถึงแม่”
จันทร์เพ็ญเงียบไปสักพัก “…แล้วได้ยินเสียงแปลก ๆ บ้างไหม” เธอเอ่ยอย่างลังเล อรัญญาชะงักไปครู่หนึ่ง ตอบแบบไม่มั่นใจ “เสียงฝนน่ะ ไม่มีอะไร”
เสียงสายขาดไปกะทันหัน อรัญญามองโทรศัพท์ด้วยความงง หัวใจเต้นช้าลงก่อนจะรู้สึกเหมือนมีใครมายืนอยู่ข้างหลังในเงาสะท้อนของโทรศัพท์ เธอหันกลับไป ไม่มีใคร แต่เสียงกระดิ่งลมหน้าบ้านดังขึ้นอีกครั้ง
กลางคืนที่สอง อรัญญานอนไม่หลับ ได้ยินเสียงก๊อกน้ำเปิดในห้องน้ำ เธอลุกขึ้นหยิบไฟฉายเดินไปหา เสียงหยุดทันทีที่เธอเข้าใกล้ ห้องน้ำมืดสนิท เธอเปิดไฟฉายส่องไปที่กระจก
ภาพเงาสะท้อนในกระจกยังเป็นเธอ—แต่ด้านหลังกลับมีเงาเด็กหญิงยืนก้มหน้าอยู่ เธอหันขวับไปข้างหลัง—ว่างเปล่า เธอก้าวถอยหลัง กลางความเงียบมีเสียงกระซิบเบา ๆ ว่า “ฉันรออยู่นะ” ดังก้องในหัว เธอเอามือปิดหู หลับตาแน่น
เช้าอีกวัน อรัญญาตัดสินใจโทรหาคุณตาทวดซึ่งเคยอยู่บ้านนี้ เปลี่ยนเสียงเป็นเคร่งเครียดมากขึ้น “ตาทวด…สมัยก่อนมีอะไรเกิดขึ้นในบ้านนี้หรือเปล่า ทำไมฉันถึงรู้สึกแปลก ๆ”
เสียงตาทวดแหบพร่า “อย่าไปยุ่งกับห้องน้ำกลางคืนนะลูก…มันเป็นที่ที่เขา—” สายหลุดไปกะทันหัน ทิ้งความเงียบให้กับอรัญญา หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้น
เธอเดินวนไปมาในบ้าน สังเกตเห็นรูปถ่ายเก่า ๆ บนผนัง มีภาพของเด็กหญิงคนหนึ่งที่เธอจำได้ดี—น้ำผึ้ง กำลังยิ้มกว้างยืนข้างแม่ของเธอเอง ในวันสุดท้ายที่น้ำผึ้งยังมีชีวิตอยู่
อรัญญานั่งลงข้างรูปภาพ หยิบขึ้นมาดูใกล้ ๆ เห็นเงาสะท้อนในกรอบรูปเหมือนมีมือเล็ก ๆ แตะไหล่ของน้ำผึ้ง เธอเอานิ้วลูบเบา ๆ ขนลุกวาบขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล
เงายามสายพาดผ่านบ้าน เธอเดินไปหยุดที่หน้าประตูห้องน้ำ จ้องนิ่งเหมือนกำลังตัดสินใจ ว่าจะเข้าไปหรือไม่ ความรู้สึกบางอย่างบีบหัวใจ—เธอเคยทำอะไรผิดไว้กับน้ำผึ้งหรือไม่?
จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นสายจากหมายเลขแปลก “อรัญญา…” เสียงเด็กหญิงกระซิบเบา ๆ “ทำไมลืมฉัน” เสียงนั้นขาด ๆ หาย ๆ ก่อนจะกลายเป็นเสียงสะอื้นไห้ เธอวางสายทันที ทั้งมือสั่นเทิ้ม
คืนนั้น ฝนตกหนักอีกครั้ง อรัญญานั่งอยู่ที่ปลายเตียง มองออกไปในความมืด เสียงฝนกลบเสียงรอบข้างจนเกือบเงียบสนิท เธอหลับตา พยายามข่มใจให้หลับ—แต่รู้สึกเหมือนมีใครเดินไปเดินมาอยู่ในบ้าน
เสียงฝีเท้าขึ้นลงบันได ถี่ขึ้นเรื่อย ๆ อรัญญากระชับผ้าห่มแน่น พยายามไม่สนใจ แต่เสียงฝีเท้ายังคงวนเวียนอยู่ไม่หยุด เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้น เดินออกไปดูทั้งที่กลัวจนขาอ่อน
บันไดบ้านยามค่ำคืนดูยาวและมืดกว่าปกติ เสียงไม้ลั่นทุกก้าวที่เดิน อรัญญาหยุดหน้าห้องน้ำ เสียงน้ำหยดเบา ๆ ดังขึ้นอีกครั้ง เธอเปิดประตูเข้าไป ในกระจกเงาขุ่นมัว เธอเห็นตัวเองยืนห่างออกไปหลายก้าว—ในขณะที่ร่างจริงของเธอยังอยู่หน้าประตู
ภาพในกระจกค่อย ๆ ยื่นมือออกมา นิ้วเรียวซีดขาวแตะกระจกเบา ๆ อรัญญาถอยหลัง เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นว่า “ช่วยฉันด้วย…”
บรรยากาศในบ้านหนักอึ้งขึ้นทุกขณะ อรัญญาแทบหายใจไม่ออก เธอเดินไปที่ห้องเก่าของแม่ เปิดลิ้นชักเก็บของ เจอสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง ภายในมีหน้ากระดาษขาด ๆ กับลายมือของแม่ เธออ่านอย่างลังเล
“…วันนี้น้ำผึ้งร้องไห้ไม่หยุด บอกว่าถูกขังในห้องน้ำกลางคืน อรัญญาไม่ยอมพูดถึงเหตุการณ์…แต่ฉันกลัวว่าความลับนี้จะไม่มีวันถูกเปิดเผย”
เธออ่านซ้ำไปซ้ำมา น้ำตาซึมออกมาโดยไม่รู้ตัว ความทรงจำที่หายไปเริ่มย้อนกลับมาเป็นชิ้น ๆ คืนวันนั้นที่น้ำผึ้งหายตัวไป—เธอกับน้ำผึ้งเล่นซ่อนหา อรัญญาล็อกน้ำผึ้งไว้ในห้องน้ำเพราะโกรธที่น้ำผึ้งแอบซ่อนของสำคัญไว้ แล้วออกจากบ้านโดยไม่รู้ว่าน้ำผึ้งจะหายไปตลอดกาล
เสียงเคาะประตูห้องน้ำดังขึ้นถี่ ๆ อรัญญาวิ่งลงไปทั้งน้ำตา เปิดประตูห้องน้ำ—ว่างเปล่า แต่ในกระจกปรากฏเงาเด็กหญิงน้ำตาไหลพราก เธอยื่นมือไปแตะกระจก “ขอโทษ…ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
ในกระจก น้ำผึ้งเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ยิ้มจาง ๆ สายตาเศร้าลึก เงาสะท้อนของอรัญญาค่อย ๆ หลอมรวมเข้ากับเงาของน้ำผึ้ง แสงไฟในห้องน้ำสั่นไหวแรง ร่างจริงของอรัญญารู้สึกเหมือนร่างลอยออกจากตัว เธอหันกลับมองเห็นตัวเองยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำ—แต่ร่างเธอไม่ขยับ ไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียก
อรัญญากลายเป็นหนึ่งในเงาสะท้อนในกระจกบ้านหลังนี้ ติดอยู่พร้อมกับเสียงสะอื้นของน้ำผึ้งในทุกค่ำคืน สุดท้าย บ้านหลังนี้ก็ยังคงเงียบงัน มีเพียงเสียงฝน เสียงกระดิ่งลม และเสียงร้องไห้เบา ๆ ที่สะท้อนออกมาจากหลังบานกระจก ไม่มีใครได้ยินนอกจากผู้ที่เคยลืมใครบางคนไว้เบื้องหลัง