Secret Moon: จันทร์ซ่อนใจ
เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะประชุมดังขึ้นขัดจังหวะในเช้าวันจันทร์ แสงแดดลอดหน้าต่างเข้ามาแตะสองแก้วกาแฟ มือของธามกำลังกระแทกนิ้วลงบนคีย์บอร์ดอย่างร้อนรน ข้าง ๆ ดาวกำลังขีดโน้ตลงสมุดอย่างครุ่นคิด ริมฝีปากจ้องสนิทยืนยันว่าหล่อนกลัวที่จะพูดแต่ก็กล้าพอจะไม่หลบสายตาคนตรงข้าม
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ประชุมทีมวันนี้ขอให้ธามกับดาวไปพรีเซนต์โปรเจกต์กับลูกค้าใหญ่สัปดาห์หน้า ข้อมูลทั้งหมดต้องพร้อม” หัวหน้าพูดเสียงนิ่ง ทุกสายตาหันไปที่ทั้งสอง ราวกับรู้ว่าเป็นข่าวร้ายสำหรับคนที่ไม่เข้ากันมาแต่ต้น
ธามแค่นเสียง ถอนหายใจพยายามควบคุมอารมณ์
“โอเคครับ ผมจะลองประคองงานให้ราบรื่นที่สุด”
ดาวเหลือบมองเขา ความเงียบขืนใจลอยเข้ามาคั่นคำพูด
“ถ้าไม่มั่นใจ เราหารือทั้งทีมได้นะ ไม่จำเป็นต้องทำแค่สองคน” เสียงหล่อนเบาเกือบกลืนไปกับเสียงแอร์
“พยายามอย่ากังวลมากนะดาว ธาม เข้มแข็งทั้งคู่ เดี๋ยวค่อยหาทางด้วยกัน” พี่โอปอในทีมเสนออย่างใจดี
“ขอบคุณค่ะพี่โอปอ” ดาวยิ้มบาง ๆ ทว่าในนั้นมีรอยเศร้าเล็ก ๆ ซ่อนอยู่
หลังประชุมในลิฟต์ ดาวก้มหน้าคุยโทรศัพท์ ธามมองผ่านกระจกเห็นดวงหน้าหล่อนนิ่งขรึมเหมือนปกติ
“ฉันรู้สึกเหมือนจะกลายเป็นห้องสอบไล่เลยนะ” ดาวหันไปพูด ชุดสูทสีเทาของเขาตัดกับรอยยิ้มที่พยายามฝืน
“พยายามคิดแค่ว่าเราทำงานให้ผ่านก็พอ อย่าใส่อารมณ์เหมือนตอนเรียนทีมกันครั้งแรก” ธามตอบสั้น พูดจบก็ออกจากลิฟต์
คืนนั้น ดาวกลับถึงห้องและปลดกระดุมเสื้อ เช็ดน้ำตาเงียบ ๆ เธอนั่งดูข้อความเก่า ๆ ที่ไม่กล้าส่งหาแม่มาตลอดสามเดือน
ธีมงานสัปดาห์นี้คือมิตรภาพในที่ทำงาน แต่ธามกับดาวต่างสวนทางกับธีมทุกอย่าง ระหว่างติวงาน ดาวเผลอถาม “นายคิดถึงแฟนเก่าบ้างไหม คนที่เคยเล่าให้ฟังน่ะ”
ธามนิ่งไปชั่วครู่
“อย่าถามเรื่องนั้นดีกว่า มันจบไปแล้ว… รึเธออยากถามอะไรอีก”
“เปล่า…ฉันแค่คิดว่านายดูเหมือนไม่เคยลืม”
เธอหลบตา มือขวาวาดกราฟบนหน้ากระดาษเพื่อซ่อนอาการ ประโยคของดาวหมุนวนอยู่ในใจธามเสมอ
ทุกเช้าวันใหม่ ดาวกับธามต้องพบกันหน้าเครื่องถ่ายเอกสาร รอยยิ้มเจือจาง ศึกเล็ก ๆ ที่ไม่ได้ประกาศมักเริ่มต้นในรูปของการแย่งกระดาษ หนหนึ่งธามพลาดเก็บแฟ้มหล่น ดาวช่วยไปรับทัน
“ขอบใจ…” เสียงเขาเบาแต่ไม่ละสายตา เธอยิ้มจาง
“ถ้าไม่ลืมแฟ้มบ่อย ๆ คงไม่ต้องขอบใจบ่อย ๆ” ดาวหยอกเบา ๆ มีรอยเยาะกลบเกลื่อนความเขิน
บ่ายวันหนึ่ง ขณะทำงานดาวนั่งเหม่อมองทางเดินกระจก มือสั่นเวลาพิมพ์อีเมลผิดบ่อยขึ้น ธามมองมาแต่ไม่พูด วางแก้วกาแฟตรงหน้าเธอ
“พักบ้าง ใจลอยไปถึงไหน”
ดาวหลุบตา เงียบไปนานก่อนค่อย ๆ ตอบ
“ก็…ฉันฝันอยากเป็นนักวาดเต็มตัว แต่งานนี้ก็สำคัญสำหรับแม่ฉัน แล้วก็…ยังไม่กล้ามากพอจะเสี่ยง”
ธามฟัง เงียบพักใหญ่ ก่อนสบตา
“ไม่กล้าก็ไม่ผิดหรอก แค่ยังไม่ถึงเวลา…หรือเปล่า”
ขณะใกล้เดดไลน์ ดาวกับธามเริ่มเข้าใจกันมากขึ้น ทั้งคู่ต่างเปิดเผยเรื่องส่วนตัวทีละน้อยผ่านบทสนทนาเล็ก ๆ ระหว่างทำงาน
ค่ำวันศุกร์ ทั้งสองนั่งอยู่ในร้านกาแฟ ดาวหยิบสเกตช์บุ๊กออกมาวาดรูปเงียบ ๆ ธามหยิบมือถือขึ้นมาแต่ไม่ได้กดอะไร เขาลอบมองรูปเธอวาด
“นายเคยเสียดายอะไรบ้างรึเปล่าในชีวิตนี้”
ธามละสายตาไปที่หน้าต่าง เงาประกายไฟจากถนนสะท้อนในคิ้วของเขา
“เคย…แต่ก็เลือกแล้ว ไม่มีใครย้อนเวลากลับไปเปลี่ยนได้”
ความเงียบแทรกกลางบทสนทนาสองคน ดาวยิ้มเศร้า หัวใจทั้งสองเหมือนมีบางอย่างมากั้น แต่มันเริ่มบางลงเรื่อย ๆ
คืนต่อมา ดาวนั่งโทรคุยกับแม่เป็นครั้งแรกในรอบสามเดือน
“แม่ ดาวคิดถึง…หนูอยากวาดรูป แต่อีกใจก็กลัวกลัวแม่ผิดหวัง” เสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาเล็ด
“แม่เข้าใจหนูนะลูก แม่แค่อยากเห็นหนูมีความสุข”
เสาร์เช้า ดาวตื่นสายกว่าปกติ พอถึงออฟฟิศจึงส่งข้อความ
“ขอโทษที่มาช้า งานเมื่อวานเสร็จแล้ว นายตรวจดูให้หน่อยได้ไหม”
ธาม : “โอเค ไม่มีปัญหา เหนื่อยมากมั้ยเมื่อคืน”
ดาว : “ก็เหนื่อยนิดหน่อย แต่ดีใจที่คุยกับแม่แล้วนะ”
ธาม : “เก่งนี่ พรุ่งนี้จะไปวาดรูปไหนอีกล่ะ”
ช่วงเวลานั้น ความห่างไกลทางใจเริ่มหดสั้น ทั้งสองต่างเรียนรู้จักกันมากขึ้น ความขัดแย้งเล็ก ๆ กลายเป็นการเย้าเล่นที่ทำให้บรรยากาศอ่อนโยนขึ้นทีละนิด
วันพรีเซนต์กับลูกค้ามาถึง ห้องประชุมแน่นกลิ่นน้ำหอมประสานเสียงพิมพ์ ธามเดินมาก่อน ดาวตามเข้ามาช้าหน่อย มือเย็นเฉียบ คำพูดแรกหลังพรีเซนต์จบคือ
“ขอโทษนะ ฉันพูดติด ๆ ขัด ๆ”
ธามส่ายหน้า
“ทำดีแล้ว ดาวกล้าเผชิญหน้าขนาดนี้ ฉันยังอายแทบแย่…แต่เราผ่านมาได้ด้วยกัน”
ช่วงเย็นขณะเก็บโต๊ะ ธามเห็นภาพวาดในแฟ้มของดาว เธอรีบปิดทันที
“สวยนี่ วาดช่วงไหนเหรอ”
ดาวนิ่งไปก่อนพูดเบา ๆ
“ช่วงที่รู้สึกกลัวจะถูกเกลียด…ฉันเลยวาดแทนคำพูดที่พูดไม่ได้”
ธามยิ้ม เธอยิ้มกลับ น้ำหนักบางอย่างในหัวใจทั้งสองค่อย ๆ เบาขึ้น
ค่ำวันนั้น หลังกินข้าวในโรงอาหารออฟฟิศ ดาวเผยความฝันว่าอยากจัดนิทรรศการเล็ก ๆ แม้จะกลัวไม่มีใครสนับสนุน ธามให้กำลังใจ
“ไม่ลองก็ไม่รู้ อย่าคิดว่าตัวเองพอแค่นี้เลยนะ ฉัน…ก็อยากเห็นความฝันเธอชัดขึ้นเหมือนกัน”
คืนนั้นธามกลับบ้าน นั่งมองรูปถ่ายเก่าสมัยกับแฟนเก่า วางมือถืออย่างหนักใจ เขาเริ่มตั้งคำถามว่าความเจ็บในอดีตต้องเก็บไว้อีกนานไหม
จู่ ๆ ดาวส่งข้อความมา
“วันนี้ขอบคุณนะ ฉันไม่เคยกล้าบอกใครเรื่องนิทรรศการเลย นายเป็นคนแรก”
ธามตอบช้า ๆ หลังลังเล
“เธอก็คือคนแรกที่ทำให้ฉันกล้าเริ่มใหม่เหมือนกัน…อรุณืไว้ยัง?”
วันหนึ่งธามเห็นดาวถูกตำหนิในที่ประชุม เขาเงียบตลอดเมื่อหัวหน้าตำหนิเรื่องผิดพลาดดาวโดยไม่ฟังเหตุผล ดาวเดินนำออกมา น้ำตาคลอ
“นายจะไม่พูดอะไรเลยเหรอ ฉัน…ผิดใช่ไหม”
ธามลังเล อ้ำอึ้งอยู่นาน
“…ขอโทษ ฉันกลัวว่าถ้าปกป้องเธอแล้วจะโดนหางเลขด้วย”
ดาวหันไปมองตาเขาเต็ม ๆ
“ขนาดเพื่อนยังไม่กล้าหันมายืนข้างฉัน แล้วใครจะกล้าหวังอะไรกับคนแบบนายได้อีก”
หลังจากวันนั้น ทั้งสองห่างกันในออฟฟิศ วันหยุดดาวไม่ส่งข้อความ ธามอยากทักแต่ลังเล
เย็นวันหนึ่ง ดาวนั่งอยู่ร้านกาแฟคนเดียว มีโพสต์เฟซบุ๊กของบริษัทแสดงภาพวาดเล็ก ๆ ของเธอในกิจกรรมออกแบบโลโก้ ธามกดไลก์ช้า ๆ แล้วพิมพ์ข้อความหลายทีแต่ลบทิ้งหมดจนฟ้าเริ่มมืด
เช้าวันจันทร์หนึ่ง ดาวเดินเข้าบริษัทโดยไร้แววของรอยยิ้ม ถือลังกล่องใส่ของส่วนตัว ธามเห็นภาพนั้นหยุดยืนตรงทางเดิน
“จะไปไหน”
“ฉันลาออก ทำใจไม่ได้…ต่อให้รักงานแค่ไหนแต่ถ้าต้องอยู่แบบนี้ฉันขอเลือกตัวเอง”
ธามนิ่ง ไม่มีเสียงใดหลุดออกมา ดาวเดินไป ธามเหมือนตกในความว่างเปล่า หัวใจเขาเริ่มรู้สึกถึงสิ่งที่กำลังจะขาดหาย
เย็นวันเดียวกัน ธามเดินกลับบ้านผ่านร้านที่ดาวเคยนั่งวาดรูป เห็นภาพสเกตช์ดาวที่ไม่ได้เสร็จวางบนโต๊ะ เขานั่งลง สัมผัสเส้นสายที่เธอวาด ภาพนั้นบอกถึงความหวังเล็ก ๆ ว่าอะไรในใจดาวกำลังรอการเติมเต็ม
ธามกลับบ้าน จุดไฟหัวใจในคืนเหน็บหนาว เขาตามหาดาวตามโซเชียล จนพบว่าเธอลงสมัครประกวดจัดนิทรรศการงานวาดครั้งแรกในชีวิต งานนั้นคือสัปดาห์หน้า เขาตัดสินใจส่งข้อความหา
“ถ้าจะเริ่มใหม่…ขอให้ฉันเป็นคนหนึ่งที่ได้ร่วมเห็นความฝันของเธอได้ไหม”
ดาวอ่านข้อความ น้ำตาไหลอย่างไม่รู้สาเหตุ
“ฉันกลัวที่ต้องล้มเหลวอีก แต่ขอบใจที่ยัง…อยู่ตรงนี้”
วันงาน นิทรรศการเล็กในห้องโถงชั้นล่างของหอศิลป์อุ่นด้วยเสียงผู้คน ธามยืนอยู่มุมหนึ่ง ดาวยืนอธิบายภาพวาดกับคนแปลกหน้า ท่าทีมั่นใจต่างจากในออฟฟิศ เธอเงยหน้ามาเห็นธามเดินเข้ามาช้า ๆ
“ถ้าฉันจะขอโทษสำหรับทุกเรื่อง…นายจะให้อภัยได้ไหม”
ธามหลบสายตา ใช้เวลาสักครู่
“ฉันก็ขอโทษ…ที่ผ่านมา กลัวที่จะปกป้องเธอ กลัวอดีตจะทำฉันเสียเธอไป แต่ตอนนี้มันไม่สำคัญแล้ว”
ดาวมองตาเขานาน เฉพาะเวลานี้เองที่ทั้งสองมองเห็นกันและกันโดยไม่ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป
เสียงปรบมือในงานแทรกเข้ามา ดาวยิ้ม เธอเดินเข้าไปใกล้ธามอย่างเงียบ ๆ ไม่มีถ้อยคำเพิ่มเติม นอกจากสัมผัสแห่งความกล้าที่มองข้ามอดีตของทั้งสองข้างหลังไปแล้ว
ฤดูฝนใหม่ของเมือง แสงไฟบนถนนสะท้อนในน้ำฝน ดาวนั่งริมหน้าต่างร้านกาแฟ ข้าง ๆ ธามหัวเราะเบา ๆ กับภาพวาดในมือ เธอเดินออกไปสู่อากาศเย็น พร้อมก้าวในโลกใหม่ และคนข้างกายที่เลือกจะให้อภัยทั้งหัวใจ