เสียงสะท้อนในหอเก่า
ราวกับม่านพลบคลุมปกคลุมตึกเก่าชั้นห้าชั้น อุ่นลากกระเป๋าใบเก่าเดินผ่านประตูเหล็กสนิมที่อ้าพร่ามองดูเขาด้วยความไม่ไว้ใจ เสียงฝีเท้าเบา ๆ ของเขาดังก้องในโถงทางเดิน แสงไฟสีขาวนวลกระพริบบางจุด พลางสะท้อนเงาวูบวาบไปตามกำแพงที่ถูกแตกร้าวจากกาลเวลา กลิ่นอับและฝุ่นราวกับหอเก่าหลับใหลมาเป็นปี ๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ห้อง 401 ใช่มั้ย น้องเดินตรงไปสุดเลยนะ” เสียงของลุงยามวัยกลางคนหรี่เสียงต่ำคล้ายกับไม่อยากรบกวนความเงียบ อุ่นพยักหน้าก่อนออกเดินต่อโดยไม่ได้พูดอะไร
เมื่อเขาไขประตูเข้าไป กลิ่นไม้ผุและความเย็นแผ่ซ่านต้อนรับ เสียงบางอย่างราวกับเลือกกระดูกกรุบกรับในฝ้าเพดาน อุ่นหย่อนตัวลงกับเตียง สายตาเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตเขียนด้วยลายมือสั่น ๆ ติดอยู่กับโต๊ะ “คืนแรก ไม่ต้องฟังเสียง”
อุ่นนิ่งค้าง มือสั่นเล็กน้อย เขาเก็บกระดาษไว้ในลิ้นชัก ก่อนจะล้มตัวลงนอนโดยไม่กล้าแก้ผ้ามากกว่าที่จำเป็น
คืนนั้น คำเตือนในโน้ตก้องในหัว เสียงเคาะแผ่วเบาชั้นบนดังเป็นจังหวะ อุ่นกระชับผ้าห่ม ไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปตอนไหน ดวงตาฝันลึกไปกับความว่างเปล่า
แสงอรุณบาง ๆ สาดกระทบตา อุ่นสะดุ้งตื่นอย่างกระวนกระวาย ราวกับข้ามคืนมาโดยที่ไม่มีความทรงจำต่อสิ่งใดอยู่ในใจ
เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้น ผู้หญิงผมสั้นในชุดนักศึกษายืนอยู่หน้า “ขอโทษ พี่เพิ่งย้ายมาเหรอ? เราชื่อเดินฝัน อยู่ห้อง 402” เธอยิ้มจาง ๆ แววตาแอบเหลือบชำเลืองทางเดิน “ที่นี่… ไม่ค่อยมียินดีต้อนรับเท่าไหร่”
“ฝัน…?” อุ่นพูดเสียงแผ่ว เดินฝันมองหน้าเขาครู่หนึ่ง เหมือนจะพูดบางอย่าง ก่อนถอนหายใจ “ถ้าได้ยินเสียงตอนดึก อย่าเปิดประตูนะ”
ตอนกลางวันทั้งหอเงียบจนน่าขนลุก อุ่นเดินสำรวจห้องน้ำรวมทางฝั่งซ้าย เห็นชายหนุ่มตัวสูงผมรุงรังนั่งโด่เด่อยู่กับโทรศัพท์ “มึงก็ใหม่ใช่ปะ?” เสียงห้าวแหบแปลกกับรูปลักษณ์ “ชื่อหมอก ห้อง 406 ห้องผีน้อยสุดในกลุ่ม”
อุ่นยิ้มเจื่อน ๆ “ห้องนี้… ผีน้อย… หมายความว่า?” หมอกลอบมองตาเขาเสี้ยววินาที ก่อนหัวเราะเบา ๆ “พูดไปเดี๋ยวก็ไม่กล้าอยู่”
ตลอดวัน อุ่นรับรู้ได้ถึงสายตาจากห้องโถง ทุกคนดูเดินเร็ว รีบออกหอ พยายามเลี่ยงโซนบางจุดโดยไร้เหตุผล
ตกค่ำหลังเลิกเรียน อุ่นเดินขึ้นหออีกครั้ง ความเงียบงันราวกับบางอย่างเฝ้ามองอยู่ เสียงเคาะใต้ฝ่าเท้าดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เข้มข้นจังหวะรุนแรงกว่าเดิม ทว่าพอสอดส่องตามจุด ก็ไม่มีอะไรปรากฏในโถงมืด
อุ่นเงี่ยหูฟัง เสียงแว่วบางอย่างคล้ายกระซิบจากในกำแพง ทว่าจับใจความไม่ได้ ความเย็นกดทับลำคอจนหายใจขัด
เที่ยงคืน ทุกอย่างเงียบกริบ หอทั้งหอตกอยู่ในความมืด อุ่นขยับตัว เปลือกตาหนักอึ้ง ไฟดับทั้งตึกทันที เสียงโทรศัพท์ของเขาหายสัญญาณ
มีเสียงเท้าผ่านหน้าห้อง อุ่นแนบหูฟัง มันหยุดอยู่หน้าประตูห้อง เสียงหายใจเบาราวกับเด็กเล็ก ๆ พลัน รอยขีดลึกบนประตูค่อย ๆ ปรากฏขึ้น เขาตั้งสติ พยายามมองลอดช่องไฟ แต่กลับไม่เห็นใครเลย
รุ่งเช้า อุ่นเอาเรื่องเล่ากับเดินฝัน ฝันหลบตา เหมือนไม่อยากพูดถึง “มันสร้างเรื่อง…หลอกให้กลัวเองรึเปล่า?”
สายวันนั้นอุ่นเดินลงมาหยิบพัสดุ ลุงยามพลางพูดเสียงนิ่ง “กลางคืนอย่าลงมาคนเดียว… หอเก่าเขาไม่ชอบ” เมื่ออุ่นถามว่าหมายถึงใคร ลุงปัดมือ “พูดเล่นไปงั้นแหละ”
คืนถัดมา เสียงเคาะจากชั้นสี่ชั้นห้าใกล้ชิดกว่าเดิม อุ่นเห็นเงาดำผ่านช่องว่างใต้ประตู มันยาวผิดปกติและเคลื่อนตัวอย่างไร้เสียง
เขาใจเต้นแรง เมื่อมองตรงไปยังหน้าต่าง เห็นเงาสะท้อนของตนในกระจกลางคืนกลับเหมือนใครอีกคนยืนมองย้อนกลับมา ดวงตาว่างเปล่าและแข็งกร้าว
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หมอกโทรมาเสียงสั่น “ห้องกู… มีคนเดินผ่านหน้าประตูทั้งคืน เห็นแต่เงาผ่านตลอด!”
“กูจะลงไปดู…”
“กูเตือนนะอุ่น อยู่ในห้อง อย่าออกมา อย่าเชื่อเสียง อย่าเชื่อเงา”
หลังวางสาย อุ่นนั่งนิ่งอยู่นาน เสียงครางเบา ๆ ดังลอดฝ้า “อย่าลืม… อย่าลืม…” เสียงนั้นแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
อุ่นเดินออกไปทางโถง ทันใดไฟกระพริบแว้บเดียว ก่อนดับทั้งตึกอีกครั้ง
เงาทะมึนบางอย่างพุ่งผ่านทางเดิน อุ่นรีบถอยหลังประตู ตัวแข็งทื่อ เขาเงี่ยหูฟัง—มีเสียงเหมือนบางคนคลานใต้พื้นกระเบื้อง เสียงขูดฝาจากใต้เท้า
รุ่งเช้า หมอกหายตัวไป
เจ้าหน้าที่ ตำรวจ แม่บ้านถูกเรียกมา ไม่มีใครเจอร่องรอยหมอกอพยพหนี ยกเว้นเศษกระดาษขยำ ๆ ในห้อง ด้วยลายมือเดียวกับที่อุ่นเห็นแต่แรก เขียนว่า “อย่าเชื่อเสียง อย่าเปิดประตู”
เดินฝันและอุ่นอยู่แต่ในห้องกันทั้งวัน ฝันเริ่มเล่าเสียงสั่น “พี่รู้มั้ย… ไม่มีใครจำคืนแรกที่มาอยู่ที่นี่ได้สักคนเลย ทุกคน มันเบลอ หายไปหมดเหมือนกันหมด…”
“แล้ว…เสียงนั่นมันคืออะไร?”
“บางคนว่าคนแรก ๆ ที่อยู่ที่นี่ เคยทำพิธีอะไรบางอย่าง ฝังบางอย่างไว้ใต้ตึก คนโดนคลุมคำสาปจะค่อย ๆ ลืมอดีตตัวเอง แล้วมันจะอยากได้คืน…”
คืนต่อมา เสียงเดิน เสียงร้อง เสียงขูดฝาพรึบพรั่บไปทั้งหอ ตู้เสื้อผ้าเปิดปิดเอง อุ่นแทบไม่หลับ เดินฝันร้องไห้อยู่ห้องข้าง ๆ
อุ่นทนไม่ไหวเดินเข้าห้องเดินฝัน เสียงเคาะดังโครม ๆ จังหวะเดียวกับเสียงหัวใจในอก ทั้งสองนั่งกอดเข่าอยู่ข้างเตียง
เธอกุมมือเขาแน่น “ถ้าพรุ่งนี้มันไม่หยุด… เราต้องไปแล้ว”
รุ่งเช้า พวกเขาพบจดหมายแปลกหน้าสอดใต้ประตู เป็นข้อความว่า “คืนที่แล้วเป็นของเขา คืนนี้เป็นของคุณ” ไม่มีชื่อใด ๆ ในกระดาษ
คืนนั้น อุ่นฝืนใจไม่หลับ นั่งฟังเสียงฝีเท้าและเสียงลากบางอย่าง คลานกลับไปกลับมา มันวนนานขึ้นเรื่อย ๆ
บางจังหวะเหมือนเสียงใกล้จนอยู่ริมเตียง เสียงหายใจแผ่วผ่านข้างหู เขาหันไปไม่เจออะไร
เขาเริ่มเอะใจ ตั้งแต่วันแรกที่เข้าหอ ไม่มีใครพูดถึงคืนแรกอย่างชัดเจน ทุกคนพูดเบลอ ๆ ไม่กล้าสบตากัน
ในเช้าถัดมา เดินฝันร้องไห้ สายตาเธอหลีกหลบ “เรานึกออกแล้ว…คืนแรกเราได้ยินเสียงร้องไห้ดังมากอยู่ตรงทางเดิน แล้วก็…ก็มีคนคลานผ่านประตูห้องเรา คืนนั้น…เราจำได้แต่แค่นั้น แล้วมันก็พร่ามัวอีก…”
อุ่นรู้สึกสั่นกลัวมากขึ้น ทุกคนดูเบลอและล่องลอย ความจริงในอดีตของตัวเองที่ควรจะจำได้ชักจะหลุดหายไป แม้แต่เบอร์ของแม่ก็เหมือนจางหายไปเรื่อย ๆ
เวลาผ่านไป เรื่องราวในอดีตของอุ่นค่อย ๆ เลือนราง คืนหนึ่งเขานั่งมองกระจก เห็นเงาของตนในนั้นคล้ายกับใครอีกคนที่ไม่ใจดีและเย็นชา
อุ่นรู้ตัวว่าถ้าอยู่ที่นี่นานกว่านี้ เขาจะไม่เหลือตัวตนเป็นของตัวเองอีกต่อไป
เขากระชากเดินฝันออกมาจากห้อง สองคนลงจากบันไดโดยไม่ได้พูดอะไร ทว่าทุกขั้นบันไดเหมือนวกกลับไปที่เดิม เสียงลากคลานไล่เข้ามาใกล้ทุกที
เดินฝันร้องขอร้อง “หยุดก่อน! มันอาจจะรอเราอยู่ข้างล่าง ไม่ต้องรีบ!”
เสียงในกำแพงดังก้องมากขึ้น “อย่าลืม… อย่า…ลืม…”
พวกเขาหันหน้ามองกันด้วยความหวาดหวั่น อุ่นกัดฟันแน่น “ถ้าเราตะโกนชื่อกันเอง เราจะจำกันได้…ใช่มั้ย?”
ต่างคนต่างตะโกนชื่อซ้ำไปซ้ำมา ภาพรอบตัวพร่ามัวมากขึ้น เสียงคลานบนผนังเริ่มหนักขึ้น ไฟในโถงดับลงทันที เหลือแต่เงาดำทะมึนล้อมรอบ
อุ่นคว้าแขนฝันวิ่งไปตีกระแทกประตูใหญ่ หวังว่ามันจะเปิด เสียงดังโครม ๆ ของสิ่งคลานตามหลังยิ่งเร่ง จังหวะหนึ่งประตูเปิดออก แสงแดดจากภายนอกสาดเข้ามา
ทั้งสองกระเสือกกระสนออกไปข้างนอก ยืนหอบหายใจ แอ่งน้ำใต้ฝ่าเท้าเต็มไปด้วยเงาดำที่ค่อย ๆ จางหาย
หอพักเก่ายังเงียบเชียบ ไม่เคยมีใครพูดถึงเหตุการณ์คืนแรกได้อีก ทั้งสองไม่เคยเดินกลับไปมองหอหลังนั้น แม้ในความฝัน
แต่ในค่ำคืนที่ฝนตกหนัก หากย้อนผ่านไปในความเงียบของหอเก่า คุณจะได้ยินเสียงกระซิบผ่านฝ้า …“อย่าลืม… อย่าลืม…”