ฟ้าเพียงเสียงเดียว
เสียงหรีดหริ่งแผ่วเบาผ่านหน้าต่างไม้ข้างห้องเรียน ข้างนอกลมพัดเย็น ๆ ใบสนไหวแผ่ว ครูประพจน์เดินวนไปมาในห้องเรียนด้วยความเคร่งขรึม มือแกถือสมุดเช็คชื่อ มองหาคนขาดหาย
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!จบออกัสต์ ยุค—เด็กหนุ่มที่นั่งสุดทางเดินริมหน้าต่าง เอาแต่ก้มหน้าเขียนในสมุดแคบ ๆ เล่มหนึ่ง น้ำเสียงเพื่อนข้างตัวแวบเข้ามาเป็นระยะ “ไอ้ยุค ไม่ไปกินข้าวเหรอวะ มัวแต่จดอะไร” แม้จะหัวเราะปนเย้ยหยัน แต่มีแววห่วงใยจริงจังในนั้น ยุคพยักหน้า ละสายตาจากเลขในสมุด
“เค้าบอกว่าคืนนี้มีเย็นหมอกลงหนา ข้างนอกหนาว ช่วงนี้อย่าออกไปเล่นข้างนอกดึก ๆ” น้ำเสียงครูดังขึ้นอีกครั้ง “วันนี้รุ่งไม่มาใครรู้จักติดต่อได้มั้ย” เพื่อนในห้องต่างหันหน้ามองกันเงียบ ๆ ไม่มีคำตอบ
พักเที่ยง หญิงสาวผมสั้นย้ายมาใหม่เดินเข้าหาเพื่อนกลุ่มหนึ่งอย่างลังเล เธอชื่อแป้ง น้ำเสียงเธอเจือความแปลกแยก “ขอโทษค่ะ ห้องน้ำทางไหนเหรอ” ริน เพื่อนสนิทของยุค สบตายุคแวบหนึ่งก่อนตอบให้แป้ง “ทางซ้ายสุด”
แป้งเดินไปเงียบๆ แต่กระโดดสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงก๊อกน้ำวิ่งพรืดเพราะไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำนั้น ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอถอนใจ เช็ดมือกับชายเสื้อ ทอดสายตาออกนอกหน้าต่างมองเมฆขาวลอยต่ำ และเงาภูเขาที่กลืนหมู่บ้านเล็ก ๆ นี้เอาไว้
เย็นวันนั้น ในร้านของชำเล็ก ๆ ริมถนนสายหลัก ยุคกับรินเดินไหล่ตกลงบันได ชะงักเมื่อพ่อรุ่งวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตกใจ “มีใครเห็นลูกพ่อบ้าง รุ่งหายไปตั้งแต่เมื่อคืน โทรศัพท์ก็ไม่เปิด”
ลมหอบหนึ่งโถมเข้ามา หอบความเงียบระคนตึงเครียด เด็ก ๆ และคนขายของตื่นตระหนก พ่อของรุ่งลูบหัวใจตัวเองด้วยมือสั่น ๆ ยุคสบตาริน ต่างคนต่างไม่พูดอะไรแต่รับรู้ได้ถึงคำถามที่ก่อตัวในใจ
ค่ำลงท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มอมชมพู ภาพหุบเขาไกลตาถูกแต้มด้วยหมอกหนา ยุคกลับบ้านไม้สองชั้นหลังเก่า เขานั่งลงที่โต๊ะ รื้อสมุดเก่า ๆ ออกมาเปิดอ่าน บันทึกวันที่แล้ววันที่เล่าเต็มไปด้วยตัวเลขและคำถาม “คนเราซ่อนอะไรไว้ข้างในมากแค่ไหนกันนะ” เขาคิดพลางหลับตาลง
กลางคืน แป้งนั่งอยู่ริมระเบียงเรือนพัก เขียนจดหมายถึงใครบางคนที่ไม่เคยเจอ น้ำเสียงในใจพร่ำว่า “ถ้าแม่ยังอยู่ แป้งจะถาม ว่าทำไมเราต้องมาเริ่มใหม่ที่นี่” เงาสั้น ๆ ลอยผ่านถนนหน้าบ้าน แป้งขยับตัว มองหา แต่ไม่เห็นใคร เธอกอดตัวเองแน่น
รุ่งเช้าของอีกวัน ตำรวจท้องถิ่นมาถึงโรงเรียน เพื่อน ๆ ถูกเรียกสัมภาษณ์ทีละคน บรรยากาศตึงเครียด สายตาคนจ้องมองกันอย่างหวาดระแวง ยุคถูกถามว่า “เมื่อคืนเห็นรุ่งมั้ย” เขาเงียบ แววตาวูบไหวก่อนตอบสั้น ๆ “เปล่าครับ ผมอยู่บ้าน”
รินเดินมาจับบ่ายุคเบา ๆ พึมพำ “เมื่อคืนแกนอนคนเดียวหรือเปล่า” ยุคหลบตา มือเก็บกำเสื้อแน่น “ก็เหมือนเดิม”
แป้งที่นั่งมองห่าง ๆ เริ่มสังเกตมุมเงียบ ๆ ในโรงเรียน เธอเห็นครูประพจน์แวะเข้าห้องเก็บของใต้บันได ดูลับ ๆ ล่อ ๆ เธอจ้องอยู่นาน ก่อนจะเดินเข้าไปถาม “ครูมองหาอะไรคะ” ครูลุกลี้ลุกลน “ของสำคัญหาย เอ้อ…เธอมาทำอะไรตรงนี้” แป้งไม่ตอบ เดินกลับออกมาในความมืดใต้บันไดที่เย็นยะเยือก
คืนนั้นกลุ่มนักเรียนบางคน นัดประชุมกันในสวนหลังโรงเรียน รินเป็นคนเริ่มก่อน “เราจะปล่อยให้รุ่งหายไปแบบนี้ไม่ได้ ใครจะร่วมค้นหาบ้าง” ยุคลังเล มองเพื่อน ๆ ทีละคน ทุกคนต่างมีสีหน้าไม่แน่ใจ แต่แววตาแฝงความกลัวและอยากรู้
แป้งเสนอเสียงเบา ๆ “หรือเขาอาจหนีออกนอกหมู่บ้านไปเอง” เด็กชายอีกคนสวน “แต่โทรศัพท์เขายังอยู่! ของทุกอย่างยังอยู่ในห้อง” บทสนทนาเต็มไปด้วยความขัดแย้งและความคลางแคลงใจ
รุ่งสาง กลุ่มเด็กแยกย้ายกันค้นหาตามป่า ตามลำธารและแนวหิน ขึ้นไปตามทางแคบ ๆ สู่ยอดเขา ท่ามกลางหมอกที่ปกคลุม ทุกคนออกแรงตะโกนร้องเรียกชื่อรุ่ง แต่ไม่มีเสียงใดสะท้อนกลับมา
ยุคเริ่มหมดหวัง หยุดเดินกลางทาง รินเข้าไปดึงข้อมือและกระซิบ “ถ้าเป็นแกหายไป เราก็ต้องไม่ยอมแพ้เหมือนกันใช่มั้ย” ยุคสบตามิตรเก่า น้ำตารื้นขอบตาโดยไม่รู้ตัว
บ่ายวันเดียวกัน แป้งแอบได้ยินการสนทนาของครูประพจน์กับคนแก่ประจำหมู่บ้าน “ของที่หาย…มันจะเกี่ยวกับเด็กนั่นหรือเปล่า” เสียงคนแก่เงียบงันอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบเบา ๆ “บางอย่างต้องปล่อยให้มันจางไปเอง อย่าไปคุ้ยจะเจอของไม่ดี”
คืนนั้น ยุคนอนกระสับกระส่าย ภาพฝันและภาพจริงปะปนกัน แต่เขาปลุกตัวเองให้ลุกขึ้น เปิดหน้าต่างรับลมหายใจลึก ๆ ก่อนคว้าไฟฉายออกไปลัดเลาะขึ้นทางเนินหลังบ้าน เสียงรองเท้าบดใบสนดังเบา ๆ ท่ามกลางหมอกที่ทวีความหนา ยุคลังเล มือสั่น แต่กัดฟันเดินเข้าเงามืด
เขาสะดุดเข้ากับรอยเท้าสดใหม่ฝังอยู่ในดินชื้น หัวใจเขาเต้นแรง ย่องมองไปข้างหน้า ไฟฉายส่องเจอบางอย่างวาววับในพุ่มไม้ ปรากฏกล่องโลหะเก่าเปิดทิ้งไว้ ในกล่องมีเศษกระดาษขาดและเหรียญโบราณ
ข้าง ๆ กล่องมีผ้าเช็ดหน้าของรุ่ง ยุคกลืนน้ำลาย มองรอบตัวก่อนกวาดข้าวของมาดูอย่างระวัง จู่ ๆ มีเสียงอะไรบางอย่างเคลื่อนอยู่ในแนวสน ยุคชะงัก ค่อย ๆ ถอยหลังชนเข้ากับร่างของใครบางคน รินที่แอบตามมา มองหน้าเขาอย่างกลัวแต่ก็ไม่ถอย
“อย่าเพิ่งไป เอะอะเสียงดังจะมีคนได้ยิน มันอาจมีใครซ่อนอะไรไว้แถวนี้” รินกระซิบแผ่ว ๆ ทั้งสองก้มหน้าก้มตาเก็บกล่องกับผ้าเช็ดหน้า ก่อนตัดสินใจกลับลงมา
ที่ร้านของชำ แป้งนัดกลุ่มเพื่อนสนิทของรุ่ง ชวนถกเรื่องเบาะแสใหม่ รินเล่าเรื่องกล่องโลหะ เศษเหรียญและผ้าเช็ดหน้า ความตึงเครียดในกลุ่มเพิ่มขึ้น เมื่อเพื่อนบางคนไม่กล้าเชื่อและกลัวจะถูกหาว่ากลั่นแกล้งหรือทำรุนแรงกับรุ่ง