คืนคลื่นคำสาป
ไฟในโถงกลางดูสลัวจนน่าประหลาด ทั้งที่หลอดไฟซ่อมใหม่ได้เพียงวันเดียว เยาวเรศเดินถือแก้วน้ำแช่เย็น มือชื้นจนจับไม่ถนัด ขณะที่เสียงคลื่นจากนอกหอกระทบฝั่งอย่างแรงและต่อเนื่องผิดธรรมชาติ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ถ้าคืนนี้น้ำขึ้นท่วมเข้ามาข้างในจริง ๆ ล่ะ?” โบว์ถามเสียงเบา ดวงตากลมโตเหลือบไปที่หน้าต่างกระจกซึ่งมืดสนิทจนมองอะไรไม่เห็น
เยาวเรศเหลือบมองรัตน์ที่นั่งอ่านหนังสืออยู่มุมโซฟา มุมปากของรัตน์ขยับเล็กน้อย “ฝนไม่ตก สบายใจได้ หอพังง่ายขนาดนั้น ใครจะให้มาอยู่” น้ำเสียงมีรอยเหน็บแต่แฝงกังวล
ปาล์มเมทโผล่ศีรษะมาจากบันได เสียงหายใจสะท้อนในความเงียบ “เราได้ยินเสียงคนขูดอะไรบางอย่างตรงผนังห้องตัวเอง สาบานได้ว่าคืนก่อนยังไม่มีรอยพวกนั้น”
สายตาทุกคู่หันขวับไปทางปาล์มเมท ซึ่งเลิกฮู้ดกันหนาวขยับขึ้นปิดใบหน้าอย่างกังวล ดล มือซนที่สุดของกลุ่มหัวเราะแห้งๆ “จินตนาการล้วน ๆ แกกลัวเกาะผีหลอกแล้วปะเนี่ย”
เสียงปังดังขึ้นจากห้องใต้บันได ทุกคนเงียบกริบ เยาวเรศกลืนน้ำลาย เธอชูนิ้วให้เพื่อน ๆ เงียบแล้วเดินนำเข้าไปช้า ๆ แบบที่หัวใจเต้นแรงจนร่างกายร้อนวูบขึ้นทันทีกลางอก
กลิ่นหอมหวานแปลกใหม่ลอยโชยจากช่องลมประตูซึ่งปิดสนิท เยาวเรศก้มดูเท้าในความมือ พิงพนักตู้เก็บของ สูดหายใจช้า ๆ แล้วเอื้อมมือเปิดประตูห้อง
ในห้องเงียบงัน ไม่มีใครนอกจากเงาของตัวเองที่ทอดยาวบนพื้น ไฟจากโถงกลางส่องลอดเข้ามาเป็นลำ ทุกคนยืนค้างหน้าแน่นสนิท ประตูปิดดังปังอีกครั้งแต่คราวนี้ไม่มีใครขยับปาก
“นี่…นาเดียล่ะ?” เสียงโบว์เบาติดสั่น ทุกคนหันมองขวับ เมื่อคิดได้ว่าหนึ่งในพวกเขาหายไปอย่างไร้ร่องรอยอย่างชัดเจน
เยาวเรศรีบเดินสวนออกไปที่ระเบียงกลาง แจ่มจันท์ซึ่งเพิ่งอุ่นขนมปังมาให้ โพล่งเสียงสั่น “นาเดียกลับห้องตั้งแต่ค่ำ ไม่เห็นอีกเลย”
ดลรีบล้วงมือถือออกดู ไม่มีสัญญาณอะไรทั้งสิ้น ปาล์มเมทรีบคว้าหมวกเดินตามเยาวเรศออกไปพร้อมกัน ลมทะเลกระแทกใบหน้าแรงจนตั้งตัวแทบไม่อยู่ ทะเลมืดจนมองอะไรก็คลุมเครือ มีเพียงเงาคลื่นสีเทาปนดำที่ดูเหมือนเคลื่อนไหวอยู่นอกชายฝั่งเท่านั้น
“เราออกไปดูที่หาดกันมั้ย เผื่อเธออยู่แถวนั้น” เยาวเรศพยายามเก็บความกลัวไว้บนใบหน้า
พวกเขาพร้อมใจกันคว้าไฟฉายคู่ใจกับเสื้อคลุมออกเดินจากหอพักสู่เส้นทางหินกรวดเลียบเนินลงไปยังชายหาด ทุกฝีเท้ากระทบพื้นคล้ายเสียงสายลมครางครืด ครู่หนึ่งมีเสียงแซ่กเข้าหูเหมือนคนร้องเบา ๆ ปลายฝั่งอ่าว
ทุกคนหยุดนิ่ง โบว์เอื้อมจับแขนเยาวเรศแน่น ดลยิ้มกลบเกลื่อน “รอบนี้ถ้าเจออะไรอีก เดี๋ยวเราก้าวนำเอง”
แต่แสงไฟฉายสาดเจอเพียงเศษเปลือกหอยกับรอยเท้าคนเล็ก ๆ หายไปที่เส้นขอบคลื่น หัวใจเยาวเรศเต้นแรงขึ้น เธอเงยหน้าสบตากับเพื่อน ๆ ก่อนจะได้ยินเสียงกระซิบแผ่ว ๆ จากผืนทราย
“ได้ยินมั้ย เมื่อกี้มันพูดว่า…กลับ…กลับไป…” แจ่มจันท์กระซิบ พลางถอยห่างชายฝั่งขึ้นเนิน ทุกคนเริ่มใจคอไม่ดี ทันใดนั้นเอง คลื่นซึ่งเคยกระทบฝั่งอย่างสม่ำเสมอพลันซัดแรงผิดปกติ กวาดเอาดินทรายกับรอยเท้าเหล่านั้นจมหายไปทันที
ดลถอนหายใจยาว “เราว่าคืนนี้ควรอยู่แต่ในหอ จะปลอดภัยที่สุด” ปาล์มเมทพยักหน้าอย่างหวาดหวั่นเย็น
กลับมาที่หอ แจ่มจันท์ปิดล็อกประตูแน่น ไฟในโถงพลันดับพรึบ ทิ้งทุกคนไว้ในความมืด แม้จะพยายามเปิดเครื่องปั่นไฟเสริม ดลกับรัตน์ก็ต้องยอมแพ้เมื่อพบว่าเครื่องไม่ตอบสนองเลยแม้แต่น้อย
ภายใต้แสงไฟจากมือถือ เยาวเรศรวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ ตรงโซฟา สีหน้าทุกคนเครียดจัด เสียงคลื่นข้างนอกยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ คล้ายเป็นสัญญาณเตือนภัยจากสิ่งที่มองไม่เห็น
รัตน์ลูบผมแรง กลืนคำพูดคาอก “…ถ้าเรื่องคืนนี้มันเกี่ยวกับตำนานเจ้าของเกาะจริง ๆ ล่ะ? รุ่นพี่ปีสามเคยเล่า หลุมศพโบราณฝั่งตะวันออก…”
โบว์สั่นศีรษะ “เล่าอีกแล้ว เราไม่อยากฟัง!” น้ำเสียงเปี่ยมกลัวจนปาล์มเมทต้องโอบไหล่ปลอบ ประโยคของรัตน์ยังลอยก้องในใจเยาวเรศ
แจ่มจันท์เดินออกไปแง้มดูหน้าต่าง ลมหอบกลิ่นเค็มของทะเลเข้ามาในห้องพร้อมเสียงคล้ายคนกระซิบซ้อนกันหลายเสียง เธอแนบหน้ากับกระจก เห็นเงาคนปรากฏวูบที่ชายหาดไกลๆ ก่อนดับลงอย่างรวดเร็ว
ในห้องตกอยู่ในความเงียบ ทุกคนมองหน้ากันโดยไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรออกมาอีก
ปาล์มเมทสะอื้นเสียงเบา “ถ้า…นาเดีย…ถ้าเธอไม่กลับมาเราจะทำยังไง” โบว์น้ำตาไหลหยดแผ่ว แจ่มจันท์ฝืนยิ้ม “พรุ่งนี้เช้าเราจะหาเจอ ทุกอย่างต้องกลับมาเหมือนเดิม”
แต่ลึก ๆ แล้วไม่มีใครเชื่อเช่นนั้น
กลางดึก…เยาวเรศสะดุ้งตื่น ปาล์มเมทเดินถือไฟฉายในมือ เสียงฝีเท้าเพื่อนทำให้หัวใจเยาวเรศเต้นโครมคราม “แก…ไปไหน”
ปาล์มเมทหลบตา “เรานอนไม่หลับ ได้ยินเสียงเหมือนนาเดียร้องเบา ๆ จากริมหาด”
เยาวเรศกรอกตามองนาฬิกาดิจิทัล ตัวเลขสีแดงสว่างกลางความมืด 03:17 เธอยืนขึ้นรวบผ้าห่ม “อย่าไปคนนเดียวเลย เดี๋ยวเราไปด้วย”
กลุ่มเพื่อนรวมตัวหน้าประตูหอแต่เช้ามืด แต่ละคนมีน้ำหนักรอยความกลัวและไม่แน่ใจ คนละทิศละทาง ปาล์มเมทมองเยาวเรศ “เรารู้สึกผิด…เมื่อคืนมีเสียงเรียกเหมือนนัดใครไว้”
ดลเสยผม “ถ้าใครจะเลิกกลัวก็ต้องไปด้วยกันให้หมด เดินแยกกันไม่ได้หรอกนะ”
กลุ่มพากันเดินย้อนลงเนินยังชายหาด ทันใดนั้นเอง ร่างเลือนรางในผ้าคลุมบางแบบที่นาเดียชอบใส่ ปรากฏริมทะเล มองตรงมาที่พวกเขา แจ่มจันท์อุทานเสียงหลง เจ้าของร่างค่อย ๆ ก้าวลงน้ำก่อนจมหายไปต่อหน้าต่อตา
ทุกคนวิ่งไปที่เดิมพบเพียงรอยเท้าสดใหม่กับเศษหินโบราณก้อนเล็ก ๆ ฝังอยู่ในทราย