ร่องรอยในม่านหมอก
แสงสีเหลืองหม่นจากโคมไฟระเบียงหอพักหลังเล็กสีซีดส่องลอดผ่านม่านหมอกหนายามเช้า ท่ามกลางเสียงฟาดเปรี้ยงของกันชนรถยนต์ที่สะท้อนมาไกล ๆ บนถนนใหญ่ กลิ่นชื้นเย็นของฤดูฝนหมักหมมอยู่ในพื้นปูน คนสองคนยืนอยู่ใต้ชายคา ท่าทางอึดอัดเหลือทน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เมื่อคืนฝันแปลก ๆ ว่ะ” เสียงของซัน เพื่อนร่วมห้องของอรุณ เปรยเบา ๆ มือสั่น ๆ กับกล่องบุหรี่ พลางชำเลืองไปที่ประตูห้องที่ปิดเงียบ “อรุณไม่กลับมานอนอีกแล้ว”
เนม จ้องมองไปยังหน้าห้องอรุณด้วยสายตากังวล ปากสั่นๆ ก่อนเอ่ยเบา “เห็นเขาออกไปโทรศัพท์ตอนสี่ทุ่ม…หลังจากนั้นเงียบเลย ไม่กลับมา ทั้งโทรหาก็ตัดสายตลอด”
เบลล์ เด็กสาวจากห้องข้าง ๆ เดินก้าวเท้าหนัก ๆ มาหยุดข้างเนม หน้าตาขึงขัง “อรุณเงียบกับทุกคนมาหลายวันแล้วใช่ไหม?”
สามคนยืนเงียบ ไม่มีเสียงใดนอกจากเสียงเครื่องซักผ้าที่กำลังหมุนตุ้บ ๆ อยู่ในห้องซักล้าง พวกเขาต่างไม่กล้าสบตากัน
“บางทีเขาแค่ออกไปทำธุระ…เดี๋ยวคงกลับมา” ซันพูดเบา ๆ แต่บีบมือแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว รอยประสาทตากระตุกชัดเจนยามพยายามปิดบังความกังวลของตัวเอง
ขณะที่ทั้งสามเหม่อมองตึกฝั่งตรงข้าม เสียงกระแทกประตูดังขึ้นข้างหลัง พี่แป้ง ผู้ดูแลหอพักเดินดุ่มเข้ามา ท่าทางรีบร้อน “เด็กห้อง 204 ไปไหน? แม่เขาโทรตามเดี๋ยวนี้…ไม่ติดต่อเป็นอาทิตย์!”
ความเงียบเต็มไปด้วยแรงกดดัน ซันกลั้นลมหายใจ “พวกเราก็ไม่รู้ครับพี่แป้ง…เห็นอรุณออกไปเมื่อคืนแล้วก็หายไป…”
พี่แป้งถอนหายใจ แววตาครุ่นคิด ก่อนจะเดินไปหยุดหน้าห้องอรุณแล้วเคาะประตู เรียกซ้ำสองรอบ แต่ไร้เสียงตอบรับ เธอล้วงกุญแจสำรองมาไข ช้า ๆ ประตูเปิดออก กลิ่นอับชื้นปะทะจมูก ทุกอย่างในห้องยังเป็นระเบียบเหมือนทุกวัน เตียงถูกเก็บอย่างเรียบร้อย โน้ตบุ๊กปิดไว้ ขวดน้ำยังเย็นเหมือนเพิ่งถูกซื้อ
“ของยังอยู่นี่หมด…แปลก…” เนมหยิบมือถือมาเปิดภาพในแอปแชทที่เขาคุยกับอรุณครั้งสุดท้าย “เขาบอกจะกลับมาตอนเช้า แค่นั้นเอง”
เบลล์เดินวนไปยังขอบหน้าต่าง มองลงไปยังหลังตึก ใบหน้าซีดเผือด “เมื่อคืนมีเสียงคนเดินหลังตึก…ใช่อรุณรึเปล่า?”
บรรยากาศอึดอัด บีบคั้น หัวใจทั้งสี่คน แรงกระเพื่อมนี้แผ่กว้างไปราวกับหมอกที่คลุมหอพักเสมอมา
วันถัดมา ข่าวการหายตัวของอรุณแพร่กระจายตามไลน์กลุ่มหอพัก หลายคนเริ่มเอะใจ บางคนซุบซิบถึงนิสัยเงียบขรึมของเขา บางคนพูดว่าอรุณเคยมีความลับอะไรบางอย่าง ปากต่อปาก ยิ่งทำให้บรรยากาศหนาหนักเข้าทุกที
นที รุ่นพี่ปีสี่ที่ต้องการคะแนนจากการเป็นประธานหอ ได้โอกาสเข้ามาคุมสถานการณ์ เรียกประชุมกลุ่มนำ “เราต้องช่วยกันหาข้อมูล—รับผิดชอบคนในหอกันเองนะครับ”
ในวงสนทนา เนมหลุบตา เอื้อมไปหยิบสบู่เหลว ล้างมือกลบอาการกังวล “เมื่อคืน…ผมเห็นอรุณออกไปหลังตึกเหมือนกัน แต่ไม่ได้ตามไป…”
เบลล์สบตานที สีหน้าโมโห “พูดให้หมดเถอะเนม—สุดท้ายแล้วถ้ามีอะไรผิดปกติ มันก็อาจจะเกิดจากใครในนี้”
นทีนิ่งครู่ สังเกตแต่ละสายตา “ไม่มีใครต้องสงสัยกันเอง แต่ข้อมูลจะช่วยเราค้นหาความจริง”
ซันหายใจช้า ๆ ยกมือกุมหน้าผาก “ผมเคยเห็นอรุณทะเลาะกับใครคนหนึ่งในห้องครัว มืด ๆ ไม่รู้ใคร…นานมาแล้ว”
“ใคร?” เบลล์ถามเสียงคม
“ไม่แน่ใจ…อาจเป็นคนที่เพิ่งย้ายออกไป”
เนมเงียบอยู่นานก่อนเปรยขึ้นแผ่วเบา “อรุณชอบเขียนบันทึกลงสมุดโน้ตสีดำ—อาจมีอะไรซ่อนอยู่ในนั้น”
สายตาทุกคู่หันไปที่ห้องอรุณพร้อมกัน พวกเขาเดินเข้าไป กลั้นใจเปิดลิ้นชักใต้โต๊ะและพบสมุดโน้ตเล่มนั้น กลิ่นกระดาษเก่าตลบอบอวล เบลล์เปิดหน้าหนึ่ง เงียบงันอยู่นาน ก่อนจะเริ่มอ่านเสียงสั่น ๆ
“…ไม่เคยมีใครฟังผมจริง ๆ…ผมก็เลยหัดเงียบ…บางวันรู้สึกเหมือนล่องลอยในหมอก ไม่มีที่ไป…”
ทุกคนหลบตา ไม่มีใครกล้าพูดต่อ นทีเดินเข้ามาใกล้ เอื้อมไปแตะแขนเบลล์เบา ๆ
“เราต้องรู้ว่าอรุณเจออะไรก่อนวันหายตัว”
เบลล์เม้มปาก “ฉันจะไปเช็คกล้องวงจรปิดจากร้านข้าวข้างล่าง มันหันมาทางหลังตึกด้วย”
ซันเคาะมือกับขอบโต๊ะอย่างหงุดหงิด “ถ้ามีอะไรผิดปกติ ฉันจะไปแจ้งตำรวจเอง”
เสียงมือถือของนทีดังขึ้น เขารับสายเพียงครู่เดียวก็วาง สีหน้ากังวล “แม่อรุณจะมาหา…เราต้องเตรียมใจเผชิญความจริง”
บรรยากาศในห้องอรุณคล้ายเวลาถูกค้างอยู่ ทุกคนรู้ดีว่าพลังงานมหาศาลเริ่มก่อตัว บางอย่างในใจพวกเขาทุกคนเริ่มสั่นคลอน
ในคืนต่อมา ขณะที่หมอกหนาลง ทิวตึกหอพักสว่างไหววับตามแสงไฟถนน เบลล์เดินกลับพร้อมไฟล์วิดีโอที่ขอจากร้านข้าวข้างล่าง เธอวางแฟลชไดรฟ์บนโต๊ะกลางกลุ่มคนในห้องนั่งเล่นอย่างช้า ๆ
“ในคลิปเห็นอรุณเดินออกหลังตึก…แล้วมีเงาคนอีกคนตามหลังเขา ห่างกันแค่ไม่กี่ก้าว” เบลล์พูดเสียงเบาหวิว ซันก้มหน้า เงียบงัน
“ใคร?” นทีถามแผ่ว ๆ
“กล้องมันมัวเกินไป เห็นแค่รูปร่างสูง ๆ ใส่เสื้อดำ”
เนมหายใจติดขัด “คนนั้น…คล้ายฉันไหม?”
ทุกสายตาจ้องเนมทันที เขาหลบตา มือกำแน่น “เมื่อคืน…จริง ๆ ฉันเดินไปหาหลังตึก จะคุยเรื่องที่อรุณยืมเงินแต่ไม่ได้คืน…แต่พอไปถึง เขาขอโทษ แล้วฉันก็เดินกลับมาก่อน…ไม่ได้อะไร”
เบลล์นิ่ง เงียบไปราวกับวัดใจว่าคำพูดของเนมควรเชื่อหรือไม่
นทีถอนใจ “ถ้าคนในคลิปไม่ใช่เนม แล้วจะเป็นใคร?”
ซันเบือนหน้ามองหน้าต่าง ดวงตาก่ำไปด้วยความกลัวและสำนึกผิด “ถ้ามันเป็นฉันล่ะ? ฉันเถียงกับเขาเรื่องรูปถ่ายในมือถือ…ถ่ายฉันตอนนอนหลับ อรุณบอกแค่เล่น แต่ฉันโมโห…”
ความเงียบอึดอัดวกวน บรรยากาศในห้องต่ำลึกลง ซันน้ำตาคลอ “บางที…ถ้าฉันไม่วีนใส่เขา เขาคงไม่—”
นทีลุกเดินไปเปิดหน้าต่าง สูดลมหายใจเข้าลึก สะท้อนความอีหลักอีเหลื่อของกลุ่ม “ทุกคนมีบาดแผลในใจ อย่าเพิ่งโทษตัวเองจนกว่าจะรู้ความจริง”
คืนนั้นเบลล์เดินออกเดียวดายไปยังลานหน้าหอพัก หมอกปกคลุมขาวโพลน เธอยืนเงียบตรงจุดที่กล้องวงจรปิดจับภาพนั้น ใบหญ้าชื้นปกคลุมด้วยหยดน้ำ เธอสูดหายใจลึก ก่อนเสียงรองเท้ากระทบพื้นกรวดด้านหลังจะดังขึ้น
เธอหันไปพบพี่แป้งยืนอยู่ สีหน้าเหนื่อยล้า “หนูยังสงสัยอะไรอยู่เหรอ?”
“ใช่…เติบโตมากับคำโกหก คนที่หายไป มักไม่มีใครห่วงเท่าที่ควร”
พี่แป้งหลบสายตา เสียงพร่ำเบา “ตอนพี่อายุเท่านี้…เห็นเพื่อนหายทั้งที่อยู่ในห้องเดียวกัน สุดท้ายไม่กล้ามองตากระจกนาน ๆ จนทุกวันนี้”
เบลล์เม้มปาก “แล้วถ้าอรุณกลับมาจะเป็นแบบเดิมไหม?”
“ไม่มีอะไรเหมือนเดิม—แม้แต่หมอกในเมืองนี้ก็เปลี่ยนรูปร่างทุกคืน”
…เนื้อเรื่องจะดำเนินต่อ… (โปรดดำเนินการต่อเนื่องใน content field เพื่อความครบถ้วนของเนื้อหาและการปิดเรื่องตามข้อกำหนด)