ท่ามกลางเงาแห่งโค้งฟ้า
ท้องฟ้างดงามราวกับถูกฉาบด้วยเฉดสีฟ้าที่ไม่มีวันเหมือนกันในแต่ละวัน ทอดสายตาจากรังของเมืองลอยฟ้านามว่า "อซูเรียน" ลงมา เห็นสะพานโปร่งแสงทอดไปไกล ระหว่างอาคารสูงที่แขวนลอยเหนือมหาสมุทรหมอก เมฆแล่นผ่านใต้ฝ่าเท้าเหมือนสายลมหมุนวนช้า ๆ อากาศหนาวสะท้านในตอนเย็น แต่แสงทองปลายวันยังลูบไล้ไหล่หญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนเงียบอยู่ตรงรางเดินขอบเมือง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!พลอย วัยสิบเจ็ดปี ผมสั้นสีน้ำตาลแดง แขนทั้งสองโอบหนังสือไว้แน่น ขณะพยายามหลบสายตาผู้คน เดินชิดขอบกระจกใสจนไหล่แทบติด พลอยมักรู้สึกปลอดภัยกับกระจกเย็นเฉียบ มากกว่าการเผชิญหน้าใครในเมืองที่ดูเหมือนจะอบอุ่นแต่กลับเหงาแปลก ๆ นี้
เสียงแจ้งเตือนจากสร้อยข้อมือลอยฟ้าแสงสีฟ้ากระพริบ พลอยพลิกหน้าจออย่างหงุดหงิด ปรากฏข่าวแจ้งเตือนใหญ่ “เพื่อนหญิงวัยเดียวกันสูญหายโดยไร้เบาะแส – ขอความร่วมมือประชาชนแจ้งข้อมูล” พลอยอ่านชื่อแล้วมือแทบชาทันที “เฟย์ วัลลิน” เพื่อนคนเดียวที่กล้าพูดคุยกับเธอในแต่ละวัน
“พลอย! เห็นข่าวหรือยัง?” เสียงชายหนุ่มแผ่วเบาดังจากข้างหลัง พลอยละสายตา ฝืนยิ้มบาง ๆ ให้ “โอ๊ต” เพื่อนร่วมห้องที่มักถูกเข้าใจผิดว่าเย็นชา ชายหนุ่มเดินมาเงียบ ๆ วางมือบนราวกระจก “เฟย์…ฉันไม่คิดว่าเธอจะหายไปได้ง่ายขนาดนี้” พลอยเสียงสั่น โอ๊ตมองเธอลังเล “แต่อาจเป็นเรื่องครอบครัวก็ได้ อย่าคิดมากสิ”
“เธอไม่มีใคร…นอกจากฉัน” พลอยเอ่ยเบา ๆ สีหน้าซ่อนความหวาดกลัวไว้ลึก ๆ ในดวงตา
โอ๊ตพยักหน้า แต่ไม่พูดอะไรต่อ อากาศเงียบลงชั่วขณะ เมฆเคลื่อนผ่านราวกับบทเพลงที่เศร้าสร้อยเหลือเกิน
พลอยรู้สึกถึงความหนาวจากขั้วหัวใจ เธอเคยเสียแม่ไปกับอุบัติเหตุเทคโนโลยีลอยฟ้า สิ่งนี้หล่อหลอมเป็นบาดแผลเงียบ ๆ ที่ไม่มีใครรับรู้ พลอยกลัวการสูญเสียจนไม่กล้าเปิดใจให้ใคร แต่ครั้งนี้ เฟย์หายตัวไป เธอจะยอมปล่อยผ่านเหมือนทุกเรื่องในชีวิตไม่ได้อีก
ขณะเดินกลับหอพัก ลิฟต์โปร่งแสงยกตัวขึ้นช้า ๆ ประตูเลื่อนพลางสะท้อนใบหน้าของเธอกับโอ๊ต พลอยก้มหน้าต่ำ พึมพำ “เราควรหาข้อมูล…นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เด็กนักเรียนหายตัวไปแบบนี้”
โอ๊ตเม้มปาก ชายหนุ่มดูอึดอัด “แต่ถ้าไปยุ่งมาก จะเดือดร้อนกันใหญ่ พลอย เชื่อฉันเถอะ”
เสียงพลอยแผ่วสั่น “นายกลัวอะไร?”
“ก็…กลัวจะเสียเธอไปอีกคน” โอ๊ตสารภาพ เงียบงันก่อนลิฟต์เปิด คนทั้งสองก้าวออกจากประตู ด้านนอกหอพักแสงไฟสีครามทอดยาว พลอยมองตรงไปข้างหน้าอย่างเด็ดเดี่ยวเป็นครั้งแรกในชีวิต
คืนนั้นพลอยนอนไม่หลับ เธอนั่งริมหน้าต่างมองออกไปที่เส้นขอบเมฆ ไกลลิบเห็นแสงไฟวิบวับจากเขตหวงห้าม แถบนั้นร่ำลือว่ามีเทคโนโลยีเก่าซึ่งถูกปิดตาย ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ เฟย์เองก็เคยพูดถึงเขตนั้น…
รุ่งเช้า พลอยแต่งชุดนักเรียนสะพายกระเป๋า ออกเดินสู่โรงเรียนปลอดแรงโน้มถ่วง หนทางเหมือนเดิมแต่หัวใจเธอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ทางเดินเชื่อมลอยฟ้าแนบแน่นด้วยผู้คน แต่ไม่มีใครสนใจเด็กหญิงที่ละสายตาจากจอภาพ โอ๊ตเดินข้างเงียบ ๆ พลอยหันไปสบตา “ฉันต้องเข้าไปในเขตหวงห้ามคืนนี้”
โอ๊ตเบิกตากว้าง “บ้าไปแล้ว! ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะพลอย-”
เธอสวนเสียงหนักแน่น “ถ้าเป็นเธอที่หายไป เฟย์ก็ต้องทำแบบนี้เพื่อฉันแน่”
โอ๊ตอ้ำอึ้ง หยุดฝีเท้ากะทันหัน “ถ้าเกิดอะไรขึ้น เธอไม่กลัวเหรอ…สาวโดดเดี่ยวแบบเราจะเหลืออะไร?”
สายลมหมุนผ่านพลอยสั่นเทิ้ม เธอหลบตาแต่แววตาเด็ดขาดพลุ่งพล่านข้างใน “กลัว…แต่ถ้าอยู่เฉย ฉันจะเสียเฟย์ไปตลอดกาล”
เสียงแห่งความสองจิตสองใจหายไป เงียบยาวนาทีหนึ่งจนพลอยเดินนำหน้าไปเอง โอ๊ตถอนหายใจแบบหมดหนทางแล้วรีบก้าวตาม
ห้องเรียนวันนี้ดูจะมีเพียงความว่างเปล่า ครูประจำกลุ่มแจ้งข่าวหายตัวของเฟย์ในเชิงทางการ พลอยนั่งฟังนิ่ง ๆ สายตาสำรวจรอบห้อง เห็น“ไนล์” เด็กหนุ่มร่างเล็กท่าทางเฉิ่มแต่ดวงตาเฉียบคมจ้องมองเธออยู่ ไนล์ไม่พูดอะไร ระหว่างพักกลางวัน พลอยเดินไปหา
“นายรู้เรื่องเฟย์มากแค่ไหน?” เธอถามทันที
ไนล์ขยับแว่น “เฟย์มาหาฉันวันสุดท้ายก่อนหายไป เธอดูหวาดระแวง มีคนสะกดรอยแน่ ๆ…แต่ไม่กล้าพูดต่อหน้าคุณครู”
โอ๊ตที่ตามมา สะกิดพลอย “อย่าไว้ใจเขามาก ทุกคนมีความลับ”
ไนล์ยิ้มเหงา “แล้วเธอล่ะพลอย แน่ใจหรือว่าไม่มีอะไรที่เฟย์ไม่เคยบอก?”
บทสนทนาขาดช่วงเหมือนจะจบ ไนล์เดินจากไปทิ้งร่องรอยปริศนาให้หนักหนาในอก
ระหว่างหลังเลิกเรียน พลอยนั่งนิ่งใต้ต้นไม้ลอยฟ้าต้นใหญ่ มือถือบันทึกเสียงของเฟย์ไว้ในหูฟัง ได้ยินเสียงหัวเราะพลางกับเสียงแปลก ๆ ก่อนสัญญาณขาดหาย “ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ฉันขอโทษนะพลอย…” ถ้อยคำนั้นย้ำเตือนคำว่า ‘กลัว’ ในใจพลอยอย่างหนักหน่วง
พลอยตัดสินใจกลับห้องพัก ค่ำคืนนั้นฝนไม่ตก มีแต่สายลมเกรี้ยวกราด เธอค้นกล่องของใช้เฟย์ซึ่งฝากไว้ พบแฟ้มเอกสารเก่า ๆ แนบโน้ตแผ่นเล็กสลักว่า “อย่าไว้ใจใครทั้งนั้น”
ภายนอก ลมแรงจนได้ยินเสียงคล้ายเรือเหล็กตีกัน โอ๊ตโทรเข้าหา “พลอยฉันเปลี่ยนใจ ฉันไปด้วยคืนนี้ ไม่อยากให้เธอลุยคนเดียว”
“ขอบใจจริง ๆ…” พลอยเสียงเบาจนแทบไม่ถึงปลายสาย
เมื่อเวลาเข้านาฬิกาเทคโนโลยีจวนสี่ทุ่ม พลอยกับโอ๊ตกระโดดจากหน้าต่างด้านหลังตึกลงชั้นล่างสุดของเมือง ซึ่งถนนคดแคบและไร้ผู้คน
ตลอดทาง เงาในตรอกลึกเหมือนจะแว้งกัด อุปกรณ์สแกนความปลอดภัยของโอ๊ตให้แสงสลัวนำ ลมหายใจพลอยสั้นถี่เพราะกลัว แต่ไม่ยอมหยุดเดิน พวกเขาเดินมุ่งตรงสู่เขตหวงห้ามใหญ่ที่ประตูเหล็กปิดลงมาแต่กลับมีไฟสีเขียวจาง ๆ ลอดออกมา
“พลอย ไนล์แอบตามเรามาตั้งแต่ต้น” โอ๊ตกระซิบ
ไนล์เดินใกล้เข้ามา หอบแรง “คงคิดกลบเกลื่อน แต่จริง ๆ ฉันอยากช่วย ถ้าหายตัวไปอีกคนจะกลายเป็นข่าวใหญ่แน่”
ทั้งสามเดินเข้าช่องแคบลอดตราสัญลักษณ์บริษัทเทคโนโลยีโบราณ ระบบสแกนลายนิ้วมือดับสนิท พลอยรู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นทุกก้าว
ด้านใน เผยห้องโถงเงียบจนน่ากลัว กลิ่นอากาศเก่าทำให้ชวนคิดถึงอดีตก่อนเกิดเทคโนโลยีลอยฟ้า พลอยหยิบไฟฉายส่อง กะทันหัน ไนล์กระซิบเตือน “หลบเร็ว!”
แสงไฟแรงเปล่งวาบตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนัก ๆ สามคนหลบอยู่หลังกล่องไม้เก่า ผู้ถือยามเดินผ่านพร้อมเสียงพูดคุยปริศนากับอีกคน
โอ๊ตหายใจเข้าลึก ฟังไปพร้อมกับพลอย “…ใช่ แน่ใจว่าเด็กคนนั้นอยู่ในห้องเอ็ม-3 อยู่แล้ว เธอร้องไห้ไม่หยุดเลย”
ใจพลอยหายวาบ เธอมองโอ๊ตแต่ไม่กล้าเอ่ยอะไรมากกว่านั้น ไนล์ทำสัญญาณมือให้ตามไป ทั้งสามแอบสืบซอกแคบจนถึงห้องเล็ก ๆ ห้องหนึ่ง
ประตูล็อกอยู่ พลอยลองใช้รหัสเฟย์วันเกิดที่เคยคุยเล่นกันตอนเรียน ปรากฏว่าประตูคลายล็อก พวกเขาเปิดประตูช้า ๆ
เฟย์นั่งเหม่ออยู่ข้างใน สภาพสะบักสะบอมแต่รอยยิ้มปรากฏขึ้นเมื่อเห็นพลอย น้ำตาเอ่อท่วมโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใด ๆ พลอยวิ่งเข้าไปโอบแน่น เสียงสั่นเทา “ฉันกลัว…กลัวนายจะหายจากชีวิตฉันเหมือนแม่อีก…”
เฟย์กระซิบพลางยิ้มแห้ง “ฉันไม่กลัวตาย ไม่กลัวความเจ็บ มีแต่กลัวไม่มีใคร…นายเป็นเหมือนครอบครัวของฉันสุดท้าย”
ขณะนั้น เสียงประกาศเร่งด่วนแจ้งเตือน การปิดล็อกพื้นที่ฉุกเฉินเริ่มขึ้น ยามเดินมาเป็นชุดและเปิดประตูแรง
“เราต้องเลือกแล้ว ใครสักคนต้องยอมเสียสละเวลาหลบ!” โอ๊ตขยับนิ้วไปที่ประตูตรงข้าม ไนล์ลังเล แต่พลอยก้าวออกมาขวางหน้า
พลอยหันหน้าสบตาทุกคน แม้มือจะสั่นแต่เสียงแน่น “ปล่อยฉันให้เป็นตัวล่อ นายกับเฟย์หนีไปทางหลังห้อง”
โอ๊ตส่ายหน้า “ไม่เอา ไม่ยอมทิ้งเธอ!”
ไนล์เม้มปาก ใจเต้นแรง “พลอย…ถ้าทำอย่างนั้น เธอจะยิ่งกลัวการสูญเสียมากกว่านี้…”
พลอยน้ำตาคลอ “ฉันต้องเผชิญกับมันเอง ไม่หนีอีกต่อไป” แล้วพลอยเดินออกไปต่อยามอย่างกล้า เธอตะโกน “ฉันเป็นคนเดียวที่เข้ามาที่นี่!”
ยามรีบคว้าแขนพลอย เฟย์กับโอ๊ตอาศัยจังหวะหลบหนีเข้าอีกห้อง ไนล์ตามอ้อมออกอีกด้าน เสียงไซเรนดังสนั่น พลอยโดนควบคุมตัวไว้
เจ้าหน้าที่สอบสวน สืบประวัติพลอยเจอข้อมูลครอบครัวสูญเสียจากระบบผิดพลาด แต่พลอยแสดงเจตจำนง “ฉันไม่ยอมให้ใครต้องหายไปจากชีวิตฉันอีก…ถ้าใครใกล้ต้องเจ็บเพราะระบบพวกคุณ ฉันขอรับผิดชอบเอง”
หนึ่งวันผ่านไป โอ๊ต เฟย์ และไนล์ติดต่อสื่อสารเปิดโปงข้อมูลเกี่ยวกับการทดสอบเทคโนโลยีการควบคุมเด็กด้วยอุปกรณ์ลอยฟ้ากับชุมชนเมืองอซูเรียน เสียงสนับสนุนจากชุมชนแรงขึ้น
พลอยได้รับการปล่อยตัวพร้อมการให้อภัยจากเจ้าหน้าที่และสังคมเมืองลอยฟ้า ท่ามกลางแสงอาทิตย์เข้มเหลืองริมขอบฟ้า เมฆไหลผ่านเร็ว เธอเดินออกมา เฟย์รอเธออยู่ข้างนอก โอบกอดแน่นพลางกระซิบ “ขอบใจที่กล้าเผชิญเรื่องทั้งหมด นายเปลี่ยนแปลงไปมาก”
พลอยยิ้มน้ำตาซึม “ฉันยังกลัว…แต่พร้อมให้อภัยตัวเองและเปิดใจให้มิตรภาพจริง ๆ สักที”
ภาพสุดท้าย ฉากเมืองลอยฟ้ายามเย็น อากาศนิ่งหลังพายุอารมณ์ เงาของกลุ่มเพื่อนสามคนทอดยาวกลางสะพานโปร่งแสง เหนือเส้นขอบเมฆอันกว้างใหญ่ เผยรอยยิ้ม ความกล้า ความอภัย และสายสัมพันธ์ที่เหนือกว่าทุกความกลัว