ระหว่างห้องสมุดกับเงาในอดีต
เสียงกรอบแกรบของหิมะบดกับพื้นรองเท้าเป็นจังหวะ สายลมเย็นปะทะหน้า อนันต์เดินนำกลุ่มเข้ามหาวิทยาลัยด้วยกระเป๋าดำใบเก่า สามทุ่มกว่าแล้ว ไฟถนนสว่างไสวแต่บริเวณหน้าห้องสมุดกลางแทบไร้ผู้คน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“กูบอกแล้วว่าหลังสองทุ่มมันแปลก ๆ” วิคเตอร์พูดผ่านผ้าพันคอ ปากสั่น
พราว—เจ้าของแว่นหนา หนึ่งในกลุ่ม—ยิ้มจาง ๆ ก่อนเปิดประตูห้องสมุด เงาสะท้อนจากไฟทำให้ภายในราวกับเป็นคนละโลก ผนังไม้หุ้มด้วยชั้นหนังสือสูงจรดเพดาน
“เข้าไปก่อนนน กูหนาวจะตายอยู่แล้ว” มิลินผลักประตูเข้าตามด้วยเจ ฟ้าครึ้มข้างนอกบีบหัวใจพวกเขาให้รู้สึกหวาดระแวงลึก ๆ
กลุ่มห้าคนนั่งรวมโต๊ะไม้ยาว มิลินหยิบโทรศัพท์ขึ้นดูเวลา อนันต์หยิบสมุดจดออกมา ขณะที่พราวเปิดโน้ตบุ๊ก รายการหนังสือเก่าแก่ในระบบห้องสมุดฉายบนหน้าจอ
“เธอจะแยกกันหา หรือจะช่วยกันเจออะไรก่อนดี?” พราวถามเสียงเบาแต่จริงจัง เจเงียบไปชั่วขณะ “กูคิดว่าเราแยกกันหาเร็วกว่า แต่มีอะไรแปลก ๆ มั้ยวะ มันเงียบผิดปกตินะที่นี่”
วิคเตอร์มองลอดแว่น “มึงอย่าคิดมากดิ ห้องสมุดก็ต้องเงียบแบบนี้แหละ” แต่สายตาเขาเองแอบเหลือบมองไปทางมุมมืดสุดห้องที่มีแต่เงาสะท้อนหน้าต่าง
แต่ละคนแยกย้ายไปตามชั้นหนังสือ มิลินปีนบันไดไม้เก่าเพื่อหยิบเล่มที่อยู่สูง พราวจดรายชื่อหนังสือเก่าที่พบ อนันต์ถอนหายใจเหนื่อย ๆ เจนั่งกอดอกกับกองกระดาษ วิคเตอร์หยิบหนังสือปกสีน้ำเงิน มันตกจากชั้นดังปึง
“มีใครทำหล่นหรือเปล่า?” เสียงของเจดังขึ้นเบา ๆ วิคเตอร์ลังเล หันหน้าไปทางกลุ่ม “กูเองว่ะ…แต่เล่มนี้น่าจะไม่ได้อยู่ที่ชั้นนี้”
พราวเดินมา “ขอดูหน่อย” เธอเปิดหนังสือ พบชื่อผู้ยืมสุดท้ายเมื่อปี 2521 เงื่อนงำในหน้าสุดท้าย เขียนด้วยลายมือสั่น “ใครบางคนไม่อยากให้สิ่งนี้ถูกพบ” เจหันมาจ้องพราว “ถ้ามีคนหายไปในที่นี่จริง แล้วถ้าเราเป็นรายต่อไปล่ะ”
วิคเตอร์พยายามหัวเราะกลบเกลื่อน “กูไม่กลัว แต่ถ้ามีอะไรผิดปกติจริง ๆ—ช่วยบอกก่อนนะ กูวิ่งไวไม่แพ้ใคร”
ความเงียบงันโรยตัว ทุกคนแลกเปลี่ยนสายตากัน ครู่หนึ่งไฟเพดานกะพริบ ถุงมือขาดของอนันต์ไปเกี่ยวกับขอบชั้นหนังสือเสียงดังกร๊อบ ทุกอย่างเงียบลงอีกครั้ง
อนันต์ถอนหายใจยาว “เราอยากรู้มากใช่ไหม ว่าทำไมถึงเขียนแบบนี้ในหนังสือ” พราวพยักหน้า “ใช่ เราทำงานกลุ่มนี้ไม่เสร็จ ถ้าไม่รู้ว่าหนังสือนี่เกี่ยวกับอะไร”
“ทุกอย่างมันเกี่ยวกับอดีตแน่ ๆ แต่อดีตไม่ใช่ของเรา…มันจะกลัวอะไรขนาดนั้นวะ” มิลินพูดยิ้ม ๆ แต่เสียงสั่น ๆ อย่างไม่มั่นใจ
เมื่อเวลาผ่านไป ห้องสมุดเริ่มเย็นขึ้นผิดปกติ หิมะนอกหน้าต่างแน่นหนาขึ้น สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยการคาดเดาและความกลัวที่ถูกซ่อนอยู่เบื้องหลังเสียงหัวเราะ หัวใจของอนันต์เต้นรัว เบาะแสเริ่มทยอยปรากฏ ความจริงบางอย่างในเงามืดนั้น…กำลังโบยบินกลับมาอีกครั้ง
กระดาษเก่าในหนังสือมีรอยฉีกเล็ก ๆ อนันต์สงสัย ดึงแผ่นนั้นออกมา เจเงียบสนิท หันซ้าย-ขวาเหมือนระแวงอะไรบางอย่าง “ทำไมไม่ส่งคืนหนังสือนี้ล่ะ หรือมีอะไรสำคัญขนาดนั้น”
พราวชี้ลงไปที่แผ่นกระดาษ “นี่ดูเหมือนไดอารี่…เขียนถึง ‘การหายตัวไปของศิริพร’ ชื่อที่ไม่มีในระบบนักศึกษาเลย” มิลินนิ่งงัน “ถ้ามีคนหายจริง…อย่างน้อยต้องมีข่าวหรืออะไรบ้างสิ”
กลุ่มเริ่มเห็นความเชื่อมโยงระหว่างชื่อในสมุดบันทึกและรายชื่อหนังสือ ท่าทางของแต่ละคนเริ่มเปลี่ยนไป วิคเตอร์ประหม่า มองไปรอบห้องเสมอ ส่วนอนันต์มือเย็นเฉียบ มือไม้สั่นทุกครั้งที่ได้ยินเสียงในห้องสมุด
“เราไม่รู้เลยว่าควรกลัวอะไรมากกว่ากัน ระหว่างความมืดในห้อง หรือเรื่องที่อยู่ในกระดาษนี้” พราวพูดเสียงสั่น เมื่อไฟดับวูบลงครู่หนึ่ง เจร้องเบา ๆ วิคเตอร์ยกมือถือเปิดแฟลช แต่แสงนั้นไม่ไปไกลกว่าสองเมตร
มิลินหยิบกระดาษในมือพราวมาอ่านเอง “ถ้าศิริพรเคยอยู่จริง แล้วทำไมเธอถึงไม่กลับมา ไม่มีใครพูดถึงเลย…” เจพูดเบา ๆ “บางทีคนที่หายไป อาจไม่ได้หายไปจริง ๆ” ทุกคนจ้องไปที่มุมมืดสุดห้อง เงาราง ๆ ของหญิงสาวปรากฏ
เสียงออดอ้อนของลมหิมะกลับมาดังก้อง พราวกลั้นเงียบ กัดริมฝีปาก อนันต์ขยับเข้าหากลุ่ม วิคเตอร์เหมือนไม่อาจหันหลังกลับไปสู่บันไดทางออกได้
เมื่ออกเต็มไปด้วยความกลัว เจรู้สึกว่าตัวเองต้องทำอะไรสักอย่าง “เราต้องรู้ให้ได้ว่าศิริพรคือใคร เรื่องนี้ต้องมีที่มาที่ไปแน่”
ในความเงียบ มิลินพยายามทำใจกล้าเดินไปหยิบแฟ้มรายชื่อเก่านักศึกษาในลิ้นชัก ที่ซึ่งเงาของหญิงสาวแวบวาบอยู่ข้างหลังพราว “เราอาจเป็นรายต่อไปถ้าเราหยุดค้นตอนนี้” มิลินพูดเสียงต่ำ
อนันต์กลืนน้ำลาย “แต่ความกลัวมันจะหายไป ก็ต่อเมื่อเราเผชิญมัน…” ชั่ววินาทีนั้น ไม่มีใครสามารถละสายตาจากเงาดำที่ดูเหมือนจะเข้ามาใกล้ขึ้นทุกขณะได้
ขณะที่พวกเขาเปิดแฟ้ม ค้นเจอภาพถ่ายหมู่ในอดีต ศิริพรยืนอยู่ด้านหลัง คำจารึกใต้ภาพว่า “ขอให้ความลับถูกฝังในหิมะ” พราวผละมือออก รู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างจะขยับอยู่เบื้องหลัง
“พวกเราต้องรู้ให้ได้ว่าศิริพรเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้…เธอหายไปจริงหรือทุกอย่างคือเรื่องแต่ง” วิคเตอร์พยายามกลั้นใจเจอความจริงในขณะที่มือสั่น—แต่เสียงหัวเราะเบา ๆ ของผู้หญิงกลับสะท้อนที่บันได
ท่ามกลางหิมะที่ตกหนัก เสียงขูดชั้นไม้และอากาศชื้นเย็นแทรกเข้าระหว่างรอยร้าวของอาคาร พราวหยุดหายใจช่วงสั้น ๆ เธอวางแฟ้มช้า ๆ แล้วจ้องออกไปนอกหน้าต่าง—หิมะกำลังเขียนข้อความบนกระจก “กลับมาเถอะ”
ใบหน้ายิ้มจางของศิริพรในภาพถูกลบออกอย่างบรรจงในปีต่อมา แต่ในไฟล์บันทึกนั้น บันทึกสุดท้ายคือ “ไม่ต้องกลัวความลับ—เพราะความลับกลัวเธอมากกว่า” วิคเตอร์พึมพำ “เรากลัวความลับ หรือเรากลัวจะรู้มันกันแน่”
กลุ่มหยุดเถียง หยุดค้น หยุดพูด แต่ต่างฝ่ายต่างเพ่งดูข้อความในหิมะ—พร้อมกันราวนัด เจเดินไปกดประตูทางออก เสียงล็อกส่งกลับมาเป็นก้อง
ไฟที่เหลือกะพริบอีกครั้ง ก่อนที่ห้องสมุดจะเปลี่ยนเป็นทะเลเงียบ ทุกคนันต์รู้สึกว่าเวลาหยุดนิ่ง—ยกเว้นเต้นหัวใจตัวเองในอก
“เจอล่ะ…เบาะแสต่อไป” มิลินพูดอย่างเกร็ง มือของเธอสั่นระริก อนันต์ก้าวเข้ามาหา “ถ้าเรารู้จักศิริพรเพียงพอ เราอาจรอดออกไปจากที่นี่ก็ได้”
พวกเขาตัดสินใจตามหารายชื่อศิริพรในทะเบียนนักศึกษาเก่า ห้องเก็บเอกสารใต้บันไดส่งกลิ่นอับรุนแรง วิคเตอร์ลังเล “ถ้าความจริงมันแย่กว่าที่คิดล่ะ” พราวตอบ “แต่ถ้าปล่อยให้มันกลายเป็นตำนานต่อไป—เราก็จะเหมือนทุกคนที่ลืมเธอ”
พวกเขาเดินดุ่ม ๆ ลงบันไดไม้เก่าที่ลั่นเอี๊ยดที่ละขั้น ๆ เงาของโคมไฟสั่นแนบกำแพง เจมองสลับไปทางประตูหนีไฟ มิลินถือแฟ้มข้อมูลแน่น อนันต์ก้าวตามอย่างลังเล
เสียงถอนหายใจของทุกคนก้องอยู่ในห้องใต้ดิน ตอนนั้นเองที่แฟ้มข้อมูลในมือมิลินหลุดจากมือ เห็นซองจดหมายติดตราประจำมหาวิทยาลัย ข้างในมีจดหมายจากศิริพร เล่าถึงเรื่องแปลกและความกลัวที่เกาะกินหัวใจเธอ—ว่าถูกอะไรบางอย่างเฝ้าตามดูขณะอยู่ในห้องสมุดนี้
“เราไม่รู้จักเธอ แต่เราจะช่วยเธอให้ได้” วิคเตอร์พูดเสียงเครือ พราวสบตาทุกคนพูดเบา ๆ “ถ้าเรากล้าพอจะเปิดเผย…บางทีเงามืดเหล่านั้นก็อาจจากไป”
เสียงหัวเราะหายไปแล้ว แต่ความกลัวฝังอยู่ในใจอนันต์ ในที่สุดเขาตัดสินใจ ไม่ยอมหนีอีกต่อไป—เขาเดินมายังมุมห้องใต้ดิน เปิดไฟฉายแล้วพูดขึ้นว่า “ศิริพร ถ้าเธออยู่ ฟังเรานะ เรามาเพื่อเข้าใจ ไม่ใช่ตัดสิน”
แดนใต้ห้องสมุดกลายเป็นเวทีสารภาพความจริงที่ทุกคนต่างหวาดกลัว เจจับมือพราวไว้แน่น ขณะที่มิลินกลั้นน้ำตา วิคเตอร์มองไปยังมืดมิดหวังว่าจะมีใครสักคนตอบกลับมา
ความเงียบดำดิ่ง ทุกคนกลั้นใจ ทันใดนั้น ลมหายใจเย็นวูบบนต้นคอ เสียงปลายนิ้วเคาะบนโต๊ะไม้ดังกริ๊ก ๆ แต่คราวนี้ไม่มีใครหนี ไม่มีใครพูดอะไรนอกจากรับฟัง อย่างหนักแน่นเพราะกล้าที่จะเผชิญหน้าในที่สุด
เมื่อพวกเขาเปิดใจยอมรับความกลัวนั้น เงามืดที่เคยข่มขวัญเริ่มจางลงทีละน้อย แสงจากนอกหน้าต่างใหญ่วูบวาบลอดเข้ามา ศิริพร—หรือเงาอดีตของเธอ—ค่อย ๆ เลือนลางลงจนแทบกลืนหายไปพร้อมกับหิมะที่บางเบาขึ้น
พราวมองหน้าทุกคน เห็นแววตาที่เปลี่ยนไป อนันต์ไม่มีรอยยิ้มในความกลัวอีก ความสมานฉันท์จากการแบ่งปันความลับและความกลัวสร้างความแข็งแกร่งใหม่ในแต่ละคน
เจค่อย ๆ เปิดประตูทางออกอีกครั้ง เสียงกุญแจคลายล็อกอย่างช้า ๆ พวกเขาออกมาด้วยหัวใจหนักแน่นกว่าเดิม ห้องสมุดเงียบสงัด ทิ้งไว้เพียงเงาในอดีตและความกล้าที่เพิ่งค้นพบ