คืนสัญญาณเงียบ
เสียงรอบตัวขยับเคลื่อนไปพร้อมกับการจมดิ่งสู่ความเงียบที่ไม่คุ้นเคย ลมอ่อนจากหน้าต่างห้อง 708 พัดกระพือม่านบางเบา พลอยปิดหนังสือ โน้มหน้าผ่านแสงจากโคมข้างเตียง พลอยเป็นคนรักเงียบ กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทุกครั้งที่เธอเครียด ทีวีจะเปิดทิ้งไว้โดยไม่ดูจริงจัง คืนนี้ก็ต่างออกไป เมื่อมือถือเธอไม่มีสัญญาณ และโคมไฟที่ควรจะติดสว่างกลับดับวูบลงอย่างไร้คำเตือน เธอปัดมือถือสองสามที—หน้าจอยังคงมืดสนิท
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!พลอยมองรอบห้อง ตาแดงด้วยแสงจากถนน มันสลัวจนน่าหวาด ผนังสีเนื้อหลอกตาจนเหมือนจะลุกเข้าหาเธอ เธอลองหยิบเทียนจากชั้นหนังสือ—มือสั่นขณะจุดไฟ ไม่ทันปลายเทียนลุก กริ่งเตือนณ บันไดทางหนีไฟก็ดังขึ้น กรีดร้องแทรกเสียงลม “ใครอยู่ข้างนอกน่ะ?” พลอยตะโกน สายตาหลุกหลิกหาทางหนี
ประตูเปิด กร้าวขวา—โซ่ เด็กหนุ่มผมยาวใส่เสื้อฮูดสีดำแบกกระเป๋าเป้ โซ่ยืนมองสลัว แววตาเขาคล้ายไม่สนใจใคร หรือจริงๆ กลัวอะไรในเงามืดนั่น พลอยลังเลจะพูดกับเขา โซ่ยกมือขึ้น “สัญญาณหายหมด เจอใครบ้างมั้ย?” พลอยส่ายหน้า น้ำเสียงเบาดั่งลมหายใจ “แค่ได้ยินเสียงคนอื่นในทางเดิน”
เสียงคนก้าวเท้ามาใกล้ขึ้น หญิงสาวผมสั้นใส่เสื้อลายขวางผลักประตูดังกระแทก—เมย์ เพื่อนร่วมห้องพลอย เธอหอบ สีหน้าตื่นตระหนก “ข้างล่างตึกมืดหมด คนออกมารวมกันห้องโถง! ไฟฉายก็ใช้ไม่ได้ มันผิดปกติ”
โซ่นิ่งก่อนหยิบไฟฉายจากเป้ กดสวิตช์ เสียงคลิก… ไฟติดอยู่ครู่เดียวดับวูบ “ของฉันใช้ไม่ได้เหมือนกัน” เขาพึมพำ เหงื่อซึมสองข้างขมับ เมย์ขยับมาแนบพลอยกระซิบ “เธอรู้มั้ยตอนมืดฉันเห็นใครเดินในทางเดิน… รูปร่างเหมือนไม่ใช่มนุษย์… เหมือนเงา…”
ทันใดนั้น เสียงหม้อแปลงระเบิดจากถนนหน้าอาคารดังสนั่น พลังงานไฟบ้านทั้งหมดดับลงตึกทั้งหลัง—หญิงชายสี่ห้าคนวิ่งมากระทบกันหน้าลิฟต์พร้อมกับเสียงโวยวาย พลอย โซ่ เมย์ มองหน้ากัน ก่อนพลอยตัดสินใจกลั้นใจ “เราต้องรวมกลุ่มกันไว้ คิดวิธีติดต่อขอความช่วยเหลือ”
เมย์ส่ายหน้า “สัญญาณมือถือไม่มาเลย อินเทอร์เน็ตก็หาย คิดว่านี่เป็นไฟดับธรรมดาเหรอ?”
โซ่เม้มปาก เดินจ้ำไปเปิดหน้าต่างบานกว้าง มองลงถนน โล่งสลัว—ไม่มีรถ ไม่มีเสียง ไม่มีไฟ แม้แต่ร้านสะดวกซื้อข้างทางก็มืดสนิท เงาคนข้างล่างชะโงกหน้าขึ้นมา เห็นแต่แววตาสะท้อนแสงเทียนบางๆ
สายตาทั้งสามคนประสานกัน เหงื่อซึมกลางแผ่นหลัง ชั่วขณะเดียวกันนั้นเอง เสียงผู้หญิงร้องไห้จากห้องเยื้องตรงข้าม—น้ำเสียงขาดใจ “ช่วยฉันด้วย!”
พลอยรีบพาโซ่กับเมย์เดินไปเคาะประตู ไม้ประตูสั่นสะท้อนความกลัว ภายในเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง—อิ๋ว—นั่งร้องไห้ข้างศพสุนัขเล็กที่แน่นิ่ง น้ำตาเปรอะ “มันตายตอนไฟดับ…”
พลอยนั่งลงข้างๆ พยายามจะปลอบอิ๋วทั้งที่ใจยังกลัว “เดี๋ยว… เราต้องคิดหาทางรอดก่อน ตึกนี้อาจเกิดเรื่องอะไรก็ได้” เมย์กอดอก กวาดตามองรอบห้องด้วยหวาดระแวง
โซ่หันมาสบตาพลอย “เธอมีคนรู้จักที่เป็นช่างไฟหรือเปล่า?” พลอยกลืนน้ำลาย “พ่อฉันเป็นวิศวกรไฟฟ้า…แต่ท่านไม่ติดต่อกลับมาเลย” เสียงเงียบค้างกลางอากาศ ทุกคนฟังแต่เสียงลมหายใจตนเอง
ประตูกระแทกอีกครั้ง คราวนี้เป็นกลุ่มเพื่อนนักศึกษาชายสูงใหญ่สองคน—กอล์ฟและนัท—ลากเครื่องคอมพ์พกพาติดมือ ทั้งคู่พูดสลับกัน “คอมฯ ก็เปิดไม่ได้ รหัสผ่านแปลกไปหมด! เหมือนอะไรสักอย่างล็อกไว้หมด” โซ่นิ่งคิดพลางยกมือขึ้นเรียกสติ “มารวมตัวกันที่ห้องโถงดีกว่า ขืนแยกกันแบบนี้อันตราย”
ทุกคนรวมตัวกันที่โถงทางเดินใจกลางชั้น พลอยกอดอก เดินวนคล้ายจะสูญเสียการควบคุมตัวเอง เมย์เสริม “เราไม่มีทางรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น… หรือใครเป็นคนทำ”
กลุ่มเพื่อนนักศึกษาต่างคนต่างปิดตัวเอง เหลือแต่การลอบมอง—กอล์ฟแอบโทรศัพท์หาคุณแม่ แต่วนอยู่แค่ “ไม่มีสัญญาณ” สายตาเขาน้ำตาคลอ นัทเดินชนกำแพงอย่างหัวเสีย “มันต้องมีใครสักคนรู้เรื่องนี้!”
โซ่เดินเลียบหน้าต่างอย่างระวัง สังเกตควันสีฟ้าอ่อนลอยเหนืออาคารข้างๆ ดวงตาแคบลง สีหน้าลังเล ก่อนพูดเบาๆ “แปลกนะ… หมอกนั่น—ไม่ใช่หมอกราตรีปกติ” พลอยชะงัก “นายเห็นอะไร?”
เขาลังเลชั่วครู่ “เหมือนตอนเด็ก ฉันเคยเห็นอะไรแบบนี้… แต่ไม่มีใครเชื่อ…” เมย์มองเขาแวบหนึ่งด้วยสายตาไม่ไว้ใจ แต่ความเงียบระหว่างกลุ่มบีบหัวใจจนใครบางคนพูดขึ้น “งั้น… เราควรแบ่งเวรยามมั้ย?”
เวลาผ่านไป ทุกคนประจำตำแหน่งที่นั่ง พลอยนั่งเบียดอิ๋ว เมย์นั่งเงียบ กอล์ฟหลับตาแน่น เสียงครวญครางของสุนัขที่ตายยังสะท้อนอยู่ โซ่เดินตรวจตึก พกอะไรบางอย่างไว้ในกระเป๋า—เทียนไขกับมีดสั้นที่ดูเก่าและขึ้นสนิม
พลอยกระซิบกับเมย์ “ฉันกลัวว่าถ้าไฟดับไปอีกนาน… คนจะเริ่มทำร้ายกันเอง” เมย์ถอนใจ “แค่ตอนนี้ยังไม่มีคนเสียสติ… แต่ถ้าไม่ได้กินข้าว ไฟไม่มา… ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงต่อ”
ขณะเงียบ อิ๋วสะอื้นเสียงเบา “ถ้าสุนัขฉันตายนี่ เราจะเป็นรายต่อไปมั้ย?” ไม่มีใครตอบ
เสียงบางอย่างดังแหวกอากาศเหมือนกรีดร้องจากบันไดหนีไฟ กลุ่มนักศึกษาทั้งหมดลุกพรึ่บ แสงเทียนสาดเงาไปทั่วทุกมุมตึก กอล์ฟกับนัทคว้าเก้าอี้ไม้ โซ่ผิวปากเบาๆ เตือนให้ทุกคนตั้งสติ “ถอยเข้าไปในห้องฉัน”
ทุกคนเบียดเสียดเข้าห้องโซ่ เสียงแผ่วเบาดังผ่านประตูเหมือนเงากระซิบ “พวกแกเห็นอะไรบ้าง…ในหมอกนั่น” เมย์ตัวแข็ง อิ๋วสั่น กอล์ฟเอื้อมมือแตะประตู โซ่ดึงแขนไว้
เงียบงันอยู่นาน ก่อนโซ่หยิบขวดน้ำเล็กออกมา “ดื่มน้ำ เดี๋ยวหมดแรง” พลอยรับมา มือสั่นปลายเล็บ เขาเผลอมองมือเธอ—บาดแผลบางอย่าง คล้ายสายอิเล็กทรอนิกส์เล็กๆ ปรากฏริ้วจาง “พลอย… ใครทำ?”
พลอยก้มหนี ไม่กล้าสบตา “ฉัน… ฉันมีเรื่องที่ต้องบอก” ทุกคนหันขวับ โซ่จ้องแน่น “พูดมาตอนนี้”
เธอสูดหายใจ “ฉันเป็นคนเขียนโค้ดเข้าระบบตึกนี้ เพื่อป้องกันไวรัส… แต่เมื่อวานฉันดันเผลอใส่ชุดคำสั่งคลาดเคลื่อนเข้าไปในระบบกลาง… มันอาจเป็นเหตุให้ทุกอย่างดับ เกินกว่าจะควบคุม”
เมย์โพล่ง “เธอล้อเล่นใช่มั้ย?!”
พลอยน้ำตาคลอ “ถ้าใครรู้ว่าฉันเป็นต้นเหตุ… ทุกคนที่นี่คงเกลียดฉัน” โซ่ถอนใจยาว “ตอนนี้เราต้องเอาตัวรอดก่อน”
ระหว่างวิกฤต ทุกคนลังเลจะต่อว่าหรือเข้าใจ ตอนนี้ไม่มีใครควบคุมสถานการณ์ได้แท้จริง เมื่อเสียงบางอย่างเริ่มเคลื่อนเข้าหา…