เสียงสัญญาณท้ายเทอม
เสียงกริ่งบอกเวลาเข้านอนแว่วกังวานตั้งแต่เวลา 4 ทุ่ม หอพักหญิงชั้นสองมืดเงียบ ปลอดโปร่งเพียงเสียงจิ้งหรีดและสายลมที่พัดใบไม้กระทบกระจกหน้าต่าง นิดา นั่งหลังตรงอยู่ที่โต๊ะข้างเตียง มือกำปากกาจนเส้นเลือดนูนออกมาด้วยความเครียด บนสมุดแลบโน้ต วิชาเคมีบทท่องจำพลิกไปมาเหมือนไม่เข้าใจอะไรเลย
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ทิพย์เพื่อนร่วมห้องนอนข้างกัน กระซิบ “เธอจะอ่านสอบอะไรตอนนี้ หัวจะระเบิดกันพอดี” นิดาไม่สบตา เพียงยิ้มแห้ง “ฉัน…นอนไม่หลับ”
ทิพย์พลิกตัว หมอนขยับเบา ๆ แล้วยกไหล่ว่า “อย่าคิดมาก คืนสุดท้ายเดี๋ยวก็จบปีแล้ว นอนเถอะ”
นิดามองหน้าต่างบานเก่า กลิ่นฝุ่นกับกลิ่นไม้ เธอหันกลับมาที่สมุด พลันเสียงสัญญาณแหลมสูงเหมือนวิทยุคลื่นรบกวน ดังขึ้นกะทันหันในหัว ราวกับเสียงจากอีกโลก
นิดายืนนิ่ง เพ่งไปข้างนอก เงาต้นไม้โยกไหวเมื่อจ้องนาน ๆ เธอกำมือแน่น หันซ้ายขวา ทิพย์กรนเบา ๆ แล้ว เธอลองปิดสมุด ลุกขึ้นแง้มประตูห้องออก เหมือนได้ยินเสียงหวีดเฉพาะตนอีกครั้ง
ทางเดินว่างเปล่า ไฟเพดานกระพริบวูบตามลมเย็น โถงเก่าเปล่าไร้ผู้คน นิดาก้าวเท้าอย่างลังเล “มีใคร…อยู่ตรงนี้ไหม” ไม่มีคำตอบ สัญญาณแหลมดังขึ้นเรื่อย ๆ พาเธอเดินตรงไปถึงประตูบันไดหนีไฟ
แสงไฟริมบันไดขยับเงาละลานตา เมื่อมือสัมผัสลูกบิดประตู จู่ ๆ เสียงฝีเท้าก็วิ่งเข้ามาใกล้ นิดาถอยกรูด แล้วพบว่าเป็นโนเบล เด็กหญิงสั้น ๆ ผมหยิก ปีนออกมาจากห้องน้ำ
“นี่…เธอแอบเดินตอนกลางคืนเหรอ? จะโดนหักคะแนนนะ” โนเบลกระซิบ พลางยกนิ้วแตะริมฝีปาก นิดาโบกมือเล็กน้อย “ไม่ได้แอบ…แค่ได้ยินเสียงแปลก ๆ เหมือนวิทยุ…เธอได้ยินไหม”
โนเบลชะงัก คิ้วขมวด ผ่อนเสียงลง “ไม่เห็นได้ยินอะไรเลย มีแต่เสียงพัดลม เสียงฉี่ของฉันเอง” แล้วหัวเราะ หยุดชะงัก พลันกลายเป็นความเงียบอึกอัด นิดาขยับเท้ากลับ ใจเต้นกระหน่ำ
คืนต่อมา นิดาตระหนกขึ้นมาอีก เสียงแหลมสูงดังซ้ำราวกับถูกส่งสัญญาณตอบรับหรือเตือนอะไรบางอย่าง คราวนี้เธอลุกออกจากห้องทั้งที่ทิพย์ยังหลับสนิท เดินมาถึงทางเดินแล้วเจอกับเงาลาง ๆ ที่บันได
คนหนึ่งนั่งกอดเข่า หันหน้าออกนอกหน้าต่าง หายใจรวยริน นิดาเดินใกล้ ยื่นมือแตะไหล่ “เป็นอะไรหรือเปล่า” เด็กหญิงผมซอยหน้าตาซีดขาวหันมา “อย่าพูดเสียงดัง…เธอก็ได้ยินใช่ไหม”
นิดานิ่งงัน คำตอบคาในลำคอ แววตาของเด็กหญิงเต็มไปด้วยความกลัวและซ่อนอะไรบางอย่าง “เสียงอะไร?” นิดาถาม เด็กหญิงกระซิบ “ทุกปี คืนสุดท้ายจะมีเสียงแบบนี้ มีคนได้ยินน้อยมาก…แต่ทุกคนที่ได้ยิน เรื่องแย่ก็จะเกิด”
วันต่อมา ทุกอย่างในหอพักยังคงเหมือนเดิม ยกเว้นในใจนิดามีแต่ความสงสัย เธอหาวิธีหาคำตอบจากเพื่อนคนอื่น ๆ แต่ต่างคนต่างปิดปาก ใจคอไม่ดี เที่ยงวันในโรงเรียนยังวุ่นวาย แต่กลุ่มเพื่อนหอหญิงกลับดูเงียบผิดสังเกต
เสียงกริ่งเปลี่ยนคาบดัง นิดา เดินสวนทิพย์ในโถงเรียน ทิพย์ตะโกน “นิดาเธอเป็นไร อดนอนรึเปล่า หน้าเหมือนถูกผีหลอก”
นิดาอยากอธิบาย แต่อะไรบางอย่างติดขัด จุดที่ลิ้น เธอทำได้แค่ยิ้มแล้วเดินหนีไปฝั่งห้องสมุด ตรงนั้นเอง เธอได้ยินเสียงแหลมคล้ายเดิม แต่ดังแค่ชั่วครู่ นิดานั่งลงมุมเงียบ ตัดสินใจหาข้อมูลเรื่องความลับของหอในแฟ้มเอกสารเก่าที่ซ่อนอยู่
โนเบลเดินมาด้านหลัง “หาข้อมูลอะไร ขยันจัง”
“เกี่ยวกับหอ…กับเสียงที่ได้ยินเมื่อคืน เธอ…กลัวไหม”
โนเบลยักไหล่ “กลัวก็กลัว แต่ฉันกลัวถูกตราหน้าว่าบ้าแบบเธอมากกว่า” สายตาเจือเศร้าเล็ก ๆ นิดาหัวเราะเบา ๆ “ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรแล้วต้องนอนกลัวไปตลอดชีวิต”
สองคนเดินค้นเอกสารต่อ โนเบลช่วยเก็บสมุดเก่า ๆ พบว่าปีที่แล้วเคยมีนักเรียนหายตัวไปคืนสุดท้ายของเทอม ไม่มีใครพูดถึง ไม่มีรูป ไม่มีชื่อในรายวิชา
นิดากลืนไม่ลง “ถูกลืมหรือถูกทำให้หายไป?” โนเบลเงียบงัน สายตาค้างที่ชื่อหนึ่งที่จางจนอ่านแทบไม่ออก “บางทีเสียงนั้น…อาจจะเกี่ยว”
คืนนั้น นิดาตัดสินใจเด็ดขาด เธอพยายามถ่ายคลิปเสียงเก็บหลักฐาน แต่กลับพบเพียงเสียงจั๊กจั่นกับลม ไม่มีเสียงแหลมใด ๆ ทิพย์ลุกมานั่งบนเตียง ถามว่า “เธอแน่ใจไหมว่าไม่ได้คิดไปเอง เอาจริง ๆ คือ…”
นิดาหันควับ “เธอเชื่อฉันไหมล่ะ ฉันไม่บ้า” ทิพย์เงียบไป หายใจลึก “ฉันกลัว…กลัวว่าถ้าฉันเชื่อจะต้องยอมรับว่า‘มัน’มีจริงแล้วเราจะแก้อะไรไม่ได้”
ความเงียบครอบคลุมทั้งห้อง
วันถัดไป ก่อนสอบปลายภาค โจ โดดเด่นแต่เงียบขรึม เพื่อนชายคนเดียวในกลุ่มเดินเข้ามาหานิดา หน้าตาไม่สบอารมณ์ “เธอแน่ใจนะว่าจะคุ้ยเรื่องนี้ต่อ”
“มันคาใจ ฉันหยุดไม่ได้” นิดาตอบ
โจลังเลมองไปรอบ ๆ “ฉัน…ก็เคยได้ยิน ตอนม.4 แต่ไม่กล้าบอกใคร สุดท้ายเพื่อนสนิทฉันคนหนึ่งหายไป…ทุกคนบอกย้ายโรงเรียน แต่…”
นิดาชะงัก สายตาโจเต็มไปด้วยความผิด โจสะกดเสียง “ทุกปีจะมีใครสักคนหาย ทุกปี…”
โนเบล หอบหายใจเดินมาหานิดาพร้อมกระดาษใบหนึ่ง “ฉันเจอใบลงชื่อเข้าใช้หอเมื่อคืนของคนที่ไม่มีอยู่ในทะเบียน” นิดาอ่านชื่อช้า ๆ จู่ ๆ ฟ้าข้างนอกแตกเป็นเสียงร้อง วูบวาบด้วยความเครียด โนเบลกระซิบ “คืนนี้…มาค้นความจริงกัน”
คืนนั้น สามคนออกจากห้องพร้อมกัน สายตากังวล นิดาเดินนำไปที่บันได เสียงแหลมเริ่มดังหนักขึ้น โนเบลกัดฟัน “ถ้าเกิดอะไรขึ้นเราจะทำไง” โจยิ้มเจือน “วิ่งก็ไม่ได้ ทำใจก็ไม่ได้ เดินหน้าต่อเถอะ”
บันไดเหมือนยาวกว่าปกติ ท่ามกลางแสงเงาสะท้อน ทิพย์โผล่มา “ฉันขอไปด้วย! กลัวเธอเหลวไหลกันเองแล้วฉันต้องอยู่กับผีคนเดียว” น้ำเสียงฝืนใจกระนั้นก็มีแววห่วง
ทั้งสี่คนเดินเข้าไปยังชั้นใต้ดินของหอพัก ตามเสียงนั้นไปจนสุดทาง เจอประตูไม้เก่า ๆ บนผนังเต็มไปด้วยลายมือชื่อจาง ๆ คราบน้ำตาและเสียงอ้อนวอนแผ่วเบา
นิดามืดหน้าตา ใจสั่นระทึก เธอเอื้อมมือแตะผิวไม้ กลิ่นหวานซ่อนเปรี้ยวของอดีตลอยวนอยู่รอบข้าง โนเบลเดินวนรอบดูร่างคำขอขมา โจคว้าผ้าผืนหนึ่งขึ้น เบิกตากว้าง “นี่…ชื่อของเพื่อนฉันสลักไว้ที่นี่” เสียงสัญญาณดังระงมหนักขึ้น ใจสี่คนเต้นแรง
ทันใดนั้น เงาสีเทาร่างหนึ่งเคลื่อนผ่านนอกหน้าต่าง นิดาขยับถอย หายใจหอบ เธอบังคับเสียงในหัวให้เบาลง จับมือทิพย์ไว้แน่น “เรามากันครบทุกคนใช่ไหม”
เสียงหวีดขาดสะบั้น เงากลับนิ่งเงียบ ทิพย์น้ำตาคลอ “บางทีเสียงนี้เป็นเสียงขอความช่วยเหลือจากคนที่ถูกลืม”
นิดากลืนน้ำลาย แน่นหน้าอก “ฉัน…เคยเห็นเพื่อนหนึ่งโดนรังแกจนไม่มีใครเข้าไปช่วย…ฉันไม่กล้า ตอนนั้นฉันทิ้งเธอไป…” ทิพย์ยื่นมือมากุมมือ “เรา…ต่างเคยกลัวกันทั้งนั้น”
โนเบลตีไหล่โจเบา ๆ “ขอโทษนะ ฉันล้อเล่นบ่อย ไม่มีใครรู้จริง ๆ ว่าเธอกลัวแค่ไหน”
โจถอนหายใจยาว “เราทุกคนต่างมีบาดแผล คนที่ได้ยินเสียงอาจเป็นคนที่แบกอดีตนี้ไว้”
นิดาร้องไห้ เปิดประตูเก่าคร่ำขึ้น พบสมุดบันทึกเล่มเล็กที่ชายกระโปรงขาดยับ เหน็บไว้กับผนัง หน้ากระดาษจารึกข้อความขอให้อภัย ไม่ได้พูดชื่อใครออกมาตรง ๆ แต่เรียกร้องการรับรู้และการให้อภัยที่หล่นหาย
แสงจันทร์ลอดซี่ไม้ลงบนหน้ากระดาษ สี่คนยืนเงียบ บางอย่างพลิกในใจนิดา เธอโอบเพื่อน ๆ ถึงน้ำตาก็ล้นปริ่ม “เราควรให้อภัยตัวเองและกันและกัน…แล้วจะได้ยินเสียงสุดท้ายน้อยลง”
เช้าวันสอบสุดท้าย ทีละคนลุกจากห้องด้วยใบหน้าใหม่ ไม่มีเสียงแปลกนั้นอีก ห้องเรียนเต็มด้วยแสงอาทิตย์ นิดายิ้มให้กระจก ไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมอีกต่อไป
บนผนังใต้ดินนั้น รอยลายมือจาง ๆ ปรากฏนิ่งงัน—แต่คืนนี้เงาสีน้ำเงินเคลื่อนไหวอีกครั้ง—สัญญาณสุดท้ายว่าความลับของอดีตจะอยู่ต่อไปตราบใดที่ยังมีใครไม่ให้อภัยตัวเอง