คืนสุดท้ายที่หอพักดาวตก
เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นกระเบื้องลายแตกกระเทาะของหอพักดาวตก ลูกไก่เดินลากเป้สะพายผ่านห้องโถงที่แสงไฟกระพริบจนดูราวกับกำลังจะดับ ‘ใกล้จะครบสี่ปีแล้วนะ’ เธอพึมพำกับตนเอง พลางหยุดมองบันไดไม้ลั่นเอี๊ยดจนทุกครั้งที่ก้าวเดินต้องระวังไม่ให้สะดุด คนอื่น ๆ ของชั้นสามยังไม่กลับ มีแต่เพียงเสียงลมลากผ่านหน้าต่างที่เปิดค้างไว้เท่านั้นที่คอยเติมเต็มความเงียบ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ริน ห้องข้าง ๆ เดินออกมาด้วยผมเปียหลุดรุ่ย เธอยิ้มบางแต่ยังคงสวมชุดวอร์มเก่า ‘วันนี้กลับเร็ว?’ เสียงของรินเหมือนเคย, สุภาพแต่เศร้าหมอง ลูกไก่ลังเลก่อนตอบ ‘เหนื่อยน่ะ… เดี๋ยวเย็นนี้ตั้งใจอ่านให้จบ’ ทั้งสองเดินสวนตรงทางเดินสั้น ๆ ที่เต็มไปด้วยรูปถ่ายสมัยปีหนึ่ง บนผนังยังมีรอยมือจากคืนเมามายของใครบางคน
ในห้องโถงชั้นล่าง เมฆ ผู้ชายเพียงหนึ่งเดียวของกลุ่มนั่งกดกีตาร์ไฟฟ้าเงียบ ๆ มือซ้ายแตะรอยขีดข่วนที่มุมโต๊ะ ยิ้มน้อย ๆ เมื่อได้ยินเสียงประตูเปิด ‘ไก่ กลับมาแล้วเหรอ?’ เมฆเอ่ยขึ้น เธอมองเขาแล้วหย่อนตัวลงที่โซฟามอมแมม ‘ต้องเตรียมตัวอ่านสอบต่อมั้ยเมฆ?’ เขาส่ายหน้า ‘คืนนี้เราเล่นดนตรีเงียบ ๆ ดีกว่า’
เสียงประตูห้องปะทะผนังอย่างแรง ทุกสายตาหันไป ‘ขอโทษที หลิวตกใจเจ้าแมวข้างหอ’ หลิวหัวเราะกลบเกลื่อน ชุดนอนเนื้อบางพร้อยด้วยรอยกาแฟเก่า ๆ เธอขยี้ผมสีแดงเฉดประหลาดจนนกกลุ่มใหญ่ที่เกาะสายไฟหน้าหอแตกตื่นบินหนี
ตะวันเป็นคนสุดท้ายเดินเข้ามา ทีแรกเธอไม่พูดจา แต่หยิบอัลบั้มภาพเก่าขึ้นจัดด้วยสายตาเหม่อลอย สาว ๆ คนอื่นรู้ดีว่าเธอมีเรื่องในใจมาหลายวันแล้ว
ลูกไก่ถอนหายใจยาว ชวนทุกคนนั่งล้อมโต๊ะเตี้ย ‘คืนนี้เราควรจัดปาร์ตี้ส่งท้ายปีสุดท้ายมั้ย’ รินมองหน้าเพื่อน ๆ ทีละคน ‘เราจะอยู่ด้วยกันคืนนี้ คืนสุดท้ายในหอพักนี้จริง ๆ’ เมฆยิ้มกว้าง หลิวตบมือดังเพี๊ยะ ‘จัดไป! แต่ขอเล่าเรื่องผีก่อน มีเรื่องเล่าใหม่ในหอยู่นะ!’
ลูกไก่กับเมฆไปเตรียมขนมและเครื่องดื่มที่ครัว หลิวนั่งเอนกาย รินเปลี่ยนเพลงจากลำโพงบลูทูธเป็นเสียงเปียโนเบา ๆ ห้องอบอวลด้วยกลิ่นส้มและเศษโกโก้ ราวกับเวลาขยับช้าลงเพื่ออำนวยให้ค่ำคืนนี้อยู่ยาวนานขึ้น
เมื่อของว่างพร้อม ทุกคนนั่งเป็นวงรอบเทียนแท่งเดียวที่ริบหรี่ หลิวลูบแขนตัวเอง ทำตาโต ‘เคยได้ยินไหม หอเรา…ว่ากันว่าตอนเที่ยงคืน จะได้ยินเสียงกรีดร้องจากบันไดเก่า’ ทุกคนขำบ้างบางคนแกล้งทำหน้ากลัว แต่ตะวันไม่หัวเราะ เธอถามเบา ๆ ‘ถ้ามีอะไรอยู่จริง ๆ ล่ะ เราจะกล้าดูมั้ย’
จังหวะนั้นประตูไม้โดยบันไดดังเอี๊ยดอย่างไม่ได้ตั้งใจ ทุกคนหยุดหายใจ หัวใจเต้นรัว แต่เมื่อเสียงหยุด ทุกอย่างกลับเหมือนไม่มีใครเดินผ่านตรงนั้นเลย ตะวันลุกไปดูแต่พบเพียงเงาตัวเองในความมืด ลูกไก่ส่งเสียงกลบความเงียบ ‘สรุปคืนนี้ เราเล่าแต่เรื่องดี ๆ ดีกว่า วันนี้อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่เราจะอยู่ด้วยกันครบคน’
เมฆมองไล่ทีละหน้า ‘จะไม่พูดเรื่องทะเลาะกับโตโตปีหนึ่งแล้วใช่ไหม’ ลูกไก่ไหล่ตก ‘อย่าเพิ่งขุดเรื่องนั้น…’ หลิวจ้องเขม็ง ‘โตโตหายไปนานแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไร ไม่ใช่ความผิดของใครทั้งนั้น’ เธอกำลังพูดกับใครบางคนที่เงียบแต่สายตามีคำถาม รินถอนหายใจ ‘เราอยู่กันมานาน เรื่องเล็กเรื่องใหญ่สุดท้ายก็ยังผ่านมันมาด้วยกันได้’
ไม่มีใครสังเกตรอยน้ำตาบางที่ไหลผ่านแก้มของตะวันเมื่อทุกคนเฮฮาต่อ เพลงดังขึ้นอีกครั้ง ทว่าสายลมเย็นวูบหนึ่งทำให้เทียนดับ หลิวลุกเดินไปรินอีกแก้วให้ริน ในขณะที่ความมืดทำให้แต่ละคนใกล้กันมากกว่าเดิมอย่างประหลาด
ลากจนถึงประมาณสี่ทุ่ม ทั้งสี่คนเริ่มหยิบเรื่องราวในอดีตขึ้นมาปะติดปะต่อกันอย่างเปิดใจมากขึ้นกว่าที่เคย ตะวันตัดสินใจเปิดปาก ‘พวกนายจำคืนที่โตโตหายได้ไหม?’ เสียงเงียบปกคลุมวงสนทนา ลูกไก่ขยับตัวไม่เป็นธรรมชาติ หลิวคิดหนักก่อนพูด ‘เราก็ยังสงสัย ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่…’
เมฆหยุดดีดกีตาร์กลางคัน รินยกมือขึ้นแตะไหล่ตะวันเบา ๆ ‘ถ้าไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไรนะ’ ตะวันเม้มปากแน่น เธอพูดเสียงเบา ‘ใจจริง… ตอนนั้นฉันเป็นคนผลักโตโตออกจากวงเพราะฉันกลัวความลับจะถูกเปิดเผย กลัวว่าโตโตจะเล่าความจริงออกไป ทุกคนรู้ไหม ฉันเสียใจมากที่ไม่ได้ขอโทษเขาเลย’
คืนคืบคลานเข้าครอบคลุมบรรยากาศด้วยความหดหู่ที่ไม่มีใครหลีกหนี ทันใดนั้น มีเสียงบางอย่างที่มาจากชั้นบนสุดของหอพัก เหมือนเสียงถอนหายใจรวมกับการลากสิ่งของหนัก ๆ รินลุกพรวด ‘เสียงอะไร!’ หลิวกัดริมฝีปาก ‘อย่าขึ้นไปเลยเถอะ ขอร้อง…’
แต่เหมือนพลังบางอย่างผลักดันให้ทั้งห้าคนคว้าไฟฉายและตามเสียงนั้นขึ้นบันไดไป เสียงนกร้องข้างนอกดังแปลกประหลาดไปจากเดิม กระจกบานเก่าบนชั้นสี่สะท้อนเงาขาด ๆ งอ ๆ ของแต่ละคนขณะที่เดินเหงื่อตก มือเมฆจับมือรินไว้เบา ๆ หนึ่งในนั้นหยุดเดินเมื่อเจอรูปโพลารอยด์แผ่นเก่าหล่นอยู่หน้าห้องปิดตายนานนับปี รูปของโตโตและเพื่อน ๆ ถ่ายในวันรับน้อง ทุกรอยยิ้มเต็มไปด้วยความหวัง
ตะวันย่อเข่าหยิบรูปนั้น ริมขอบรูปมีรอยเขียนดินสอลางเลือน ‘ขอโทษ’ ทุกคนขนลุกวาบ พร้อมกันเมื่อประตูไม้ของห้องหน้าสุดแง้มอย่างช้า ๆ ก่อนเปิดออกกว้าง เสียงลมหวิวมากับกลิ่นฝุ่น ตะวันเป็นคนแรกที่เดินเข้าไป ทุกคนเงียบกริบ ห้องนั้นโล่ง มีเพียงเสื้อนักศึกษาตัวเก่าแขวนอยู่ที่ปลายเตียงและกล่องบันทึกเสียงรุ่นเก่า ๆ วางทิ้งไว้บนโต๊ะ
เมฆตัดสินใจเดินไปหยิบกล่องบันทึกเสียง พลางส่งสายตาถามตะวัน เธอกระพริบตา หัวใจเต้นแรง ‘เรากลัว…แต่ก็อยากรู้ความจริง’ เธอบอก ไม่ต้องการหลบตาเพื่อนอีกต่อไป เมฆกดปุ่ม กล่องบันทึกเสียงดังขึ้นพร้อมเสียงของโตโตที่อัดไว้ในคืนสุดท้ายก่อนเขาหายตัวไป
เสียงที่ออกมาเต็มไปด้วยความกลัวและสำนึกผิด โตโตสารภาพว่าตัวเองเก็บความลับบางอย่างไว้ ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง กลัวจะต้องสูญเสียคนที่รัก กลัวถูกเข้าใจผิด เขาปรารถนาเพียงให้อภัยจากทุกคน และหวังว่าวันหนึ่งพวกเราจะรักกันอีกแม้เขาไม่อยู่ ทุกคนเงียบนานหลายนาที น้ำตาค่อย ๆ ไหลออกจากดวงตาแต่ละคนโดยไม่มีใครพูดอะไร
หลิวนั่งลงกับพื้นสะอื้นเบา ๆ ‘ฉันเองก็เคยรังแกโตโตเพราะกลัวเพื่อนจะทิ้งเหมือนกัน’ รินเผยอปากแต่พูดไม่ออก มือเธอกำรูปถ่ายแน่นจนยับ เมฆเอื้อมมือแตะหลังตะวันเบา ๆ สายตาเจ็บปวดแต่ให้อภัย เธอเอ่ยเสียงพร่า ‘ขอโทษทุกคน… ขอโทษจริง ๆ ที่ฉันไม่กล้ายอมรับความผิด’
‘คืนสุดท้าย…เราให้อภัยกันไหม’ ลูกไก่พูดเสียงเครือ เมฆดึงเพื่อนทุกคนเข้ามากอดกันแน่น วินาทีนั้น ความผิดพลาดและความขัดแย้งคลี่คลายถูกแทนที่ด้วยสัมผัสแห่งมิตรภาพและสายสัมพันธ์ที่เติบโตตลอดสี่ปี
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดลอดผ่านหน้าต่างไม้หอพัก ดาวตกสร้างลายเงาระยิบระยับไปตามผนัง ลูกไก่ ริน หลิว ตะวัน เมฆ เดินออกจากหอด้วยสัมภาระระโยงระยาง กล่องบันทึกเสียงยังคงอยู่ พวกเขาหันกลับมองหอพักแห่งนี้อีกครั้ง ท่ามกลางความเงียบงัน มีเพียงเสียงหัวเราะเบา ๆ และแววตาที่เปลี่ยนไปของแต่ละคน
บนบันไดไม้เก่าที่เคยมีแต่เสียงลั่นครวญคราง เวลานั้น…กลับกลายเป็นเสียงแห่งความหวัง บันทึกคืนสุดท้ายนี้จะอยู่กับพวกเขาตลอดไป ไม่ว่าโตโตจะยังอยู่ตรงไหนก็ตาม
และคืนนี้ จะไม่มีใครถูกหลงลืม ไม่มีความลับถูกเก็บซ่อนอีกต่อไป