หอพักเจ๊งไม่เจ๊งยังไงดี
เพลินฤทัยหรือ “พลอย” ไอดอลสายตั้งใจสุดโต่งของหอพักหญิงตึก มะลิลา เดินถือถังน้ำเบ้อเริ่มด้วยสีหน้าตึงเครียด เธอเชื่ออย่างแรงกล้าว่าวันนี้ตัวเองต้องสอบสัมภาษณ์ชมรมศิลปินสมัครเล่นให้สำเร็จ แต่โชคร้าย ห้องน้ำประจำห้องเธอดันรั่วปริ๊ดน้ำไหลนองตั้งแต่ตีห้า
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เพลินฤทัยสะดุดถังน้ำ เสียงดังโป๊ะ น้ำกระฉอกกระจาย เมธาวีเพื่อนร่วมห้องผู้มักจะอยู่ในโลกส่วนตัวสะดุ้งตื่น “เตะถังไปถึงไหนแต่เช้าเนี่ยพลอย” เสียงเนือย ๆ ของเมธาวีทำให้พลอยรู้สึกหน้าชา
“วันนี้ฉันวุ่นต้องสัมภาษณ์ชมรมศิลป์! แล้วดูสิ ส้วมแตก! ทำใจไงดีล่ะเม เมแก้ให้อย่างสิว่าวิศวะใช่ไหม?” พลอยเสียงสั่น วางถังลงแรง เผลอไปปัดแจกันแตกเพิ่มอีก
เมธาวีถูตา “ฉันวิศวะคอม ไม่ได้เป็นช่างปะปานะพลอย”
พลอยหันไปใช้โทรศัพท์หา “เจ้าสัว” หรือ ปภาณ เรณุ เพื่อนซี้จากห้องข้าง ๆ ซึ่งพูดจาเสียงดังขี้โอ่และขี้เกรงใจในเวลาเดียวกัน เจ้าสัวเชื่อมาตลอดว่าตัวเองเก่งซ่อมทุกอย่าง
“เฮ้ยเจ้าสัว ห้องฉันส้วมแตก ช่วยที!”
เจ้าสัวตอบทันที “โอ๊ย เรื่องกล้วย ๆ เดี๋ยวฉันจะจัดการให้เอง ดูแลมาแล้วตั้งแต่พัดลมยันวิทยุงานนี้ง่ายมาก”
ครู่เดียว เจ้าสัวพร้อมกับ “ไผ่” สาวมาดนิ่งจอมคิดซ้อน เพื่อนจัดห้องคนละแบบแต่อาศัยธาตุอึด ร่วมวงโกลาหล เจ้าสัวใส่แว่นตาเชื่อม เอามือถือแหกหน้าจอตัวเองวางแผนซ่อม ด้วยการอ่านจากยูทูบเสียงดังจนแม่บ้านตกใจ
“ฝังท่อใหม่ หมุนซ้ายแรง โยนซีลไปตรงนั้น!” เจ้าสัวเริ่มทำตามคลิปข้ามขั้นตอน ส้วมจากที่รั่วกลายเป็นน้ำพุ ไผ่ถอนหายใจถอดแว่นเดินไปปิดวาล์วน้ำทันที
เมธาวีหรี่ตามอง ประชด “เก่งมากเจ้าสัว จากห้องน้ำธรรมดา เปลี่ยนเป็นสวนน้ำได้เลย”
เสียงหัวเราะค่อย ๆ ดังขึ้นจากริมระเบียง “นี่ตกลงจะช่วยหรือจะจัดคอนเสิร์ตน้ำกัน?” พี่เหนือ พี่ปี 4 ผู้เคยเป็นหัวหน้าหอพักและมักใช้เสียงเบา ๆ เย็นชามากเหน็บโดยไร้ความรู้สึกผิด ประชดผ่านแคร่ไม้
พลอยหน้าเจื่อนลง เธอไม่อยากให้ใครคิดว่าตัวเองไร้ความสามารถ รีบพูดโต้แย้ง “ไม่ได้สิ ต้องแก้ ทางเดียว คือต้องทำกันเอง! จะเสียชื่อชมรมใหม่ซะเปล่า!”
เจ้าสัวเสริม “เดี๋ยวก่อน ฉันเชื่อมือฉันได้ เราต้องประสานงาน เอาทีมงานมา!”
ไผ่กัดริมฝีปากเบา ๆ “หรือจะลองเรียกช่างหละ?” เจ้าสัวปัดมือ “พวกช่างคิดค่าแรงแพง เราต้องประหยัด!”
พลอยเริ่มเชื่อมั่นผิด ๆ ตามเจ้าสัว เพราะกลัวเสียหน้า จึงยอมลุยต่อ ไผ่มองสองคนนั้นสลับไปมาราวกับดูละคร
จู่ ๆ เมธาวีเดินออกจากห้อง เงียบไปสองนาที กลับมาพร้อมคู่มือปะปาแบบละเอียด “หวังว่าพวกนายจะอ่านบ้างนะ ก่อนบ้านจะท่วมยกตึก”
เจ้าสัวรับคู่มือมาเปิด แต่ตาลาย คำศัพท์ปะปามากเกินไป เขาโยนคืนพลอย “พลอยเธออ่านแทนที ฉันจะสั่งการ”
พลอยตั้งท่าจริงจัง “ขั้นแรก หาผ้าเทปพันท่อ” แต่เจ้าสัวหยิบสายชาร์จมือถือมาพันเทท่อแทน เพราะเข้าใจผิด มันรั่วหนักกว่าเดิม ไผ่ยกมือปิดหน้า ถอนหายใจลึก
ไผ่ตัดสินใจไปขอยืมอุปกรณ์จากชาวหอคนอื่น “อ้าว น้อง ๆ มีอะไร วุ่น ๆ กันเหรอ” เจ๊มณี เจ้าของร้านอาหารข้างหอ ผู้พูดเร็วและขวานผ่าซาก ถามด้วยเสียงดังพร้อมมะม่วงหนึ่งเข่ง
ไผ่ตอบสั้น ๆ “ห้องส้วมเพื่อนน้ำแตก” เจ๊มณีหัวเราะบอก “เบา ๆ นะเดี๋ยวคนอื่นเขาได้ยิน คิดบ้างดีมั้ยว่า…ตึกนี้เก่าพอแรงแค่ไหน จะบินหนีไม่ง่ายนะหนู”
พลอยนั่งในห้อง ชะเง้อมองนาฬิกานับถอยหลังถึงเวลาสอบสัมภาษณ์ ขณะเดียวกันเจ้าสัวตะโกน “เปิดน้ำแรงสุดเลย มันต้องไหลออกดี!” ความเข้าใจผิดอีกครั้ง นำไปสู่น้ำไหลนองพรึ่บเข้าห้องนอน ทุกคนโดดหลบน้ำกันอลหม่าน
เมธาวีร้อง “สมองใครวางไว้นี่ เอาไปเก็บที!” เจ้าสัวลนลานกระโดดขึ้นเก้าอี้แต่หัวโขกโคมไฟจนเพดานแทบพัง ไผ่เดินถือประแจมาจ่อหน้าเจ้าสัว “นี่นาย ช่วยหยุดเถอะ ก่อนจะเหลือแต่โครงตึก”
ทันใดนั้น พี่เหนือเดินเข้ามา เอามือกอดอก “น้อง ๆ ถ้าจะจัดแสดงศิลป์ ลองแจ้งคณะกรรมการ ไม่ใช่สร้างศิลปะท่วมตึกแบบนี้”
สถานการณ์ดูเหมือนจะควบคุมไม่ได้ พลอยใจเต้นแรง กลัวจะเสียชื่อ จะสอบสัมภาษณ์ไม่ทัน นึกอะไรขึ้นได้ วิ่งไปหยิบเทปกาวแพ็คกล่องจากห้องเก็บของมาส่งให้เจ้าสัว
เจ้าสัวงง “มันใช้ได้ด้วยเหรอ?” เมธาวีพูดแทรก “มันช่วยได้มากกว่าทฤษฎีคนมั่นใจแบบนายแน่นอน” ไผ่มองสองคนตบตีความเห็นเขิน ๆ พลางเสียบปลั๊กไดเป่าผมเป่าให้รอยน้ำแห้ง
เทปกาวพันท่อชั่วคราว น้ำหยุดรั่ว แต่บนพื้นเปียกเละไปหมด ทันใดนั้น เสียงลิฟต์ชั้นล่างดัง พร้อมเสียงแม่บ้านตะโกน “จะอาบน้ำหรือสร้างอารยธรรมใหม่ที่ห้องกันครับ?”
ทุกคนหัวเราะเบา ๆ เหลือชั้นเปียกเหมือนสระน้ำกลางคอนโดหรู พลอยหน้าซีดรีบเปิดมือถือ พอเห็นเวลาว่าใกล้ถึงสัมภาษณ์ก็อาหารตัดขาดทันที
ไผ่พึมพำ “ให้เดินตีนเปียกไปสมัครชมรม ศิลป์ได้เข้าธีมดีนะ” เมธาวีสวนกลับ “อย่างน้อยวันนี้นายด้วยกับพวกเราก็สร้างโมเมนต์” เจ้าสัวเสียงดัง “เดี๋ยว ๆ ใครถ่ายไว้บ้างเอาลงโซเชียลนะ!”
ชั่วขณะหนึ่ง ทุกคนเหนื่อยหอบ แต่ก็ยิ้มให้กันอย่างอบอุ่น แม้เรื่องจะวุ่นวาย พลอยแบกใจหนัก ๆ ออกไปรอสัมภาษณ์ นึกในใจ “บางทีมิตรภาพมันก็ซ่อมใจได้ ไม่ต่างจากท่อที่พวกเราพันกาว”
พี่เหนือหันมากระซิบ “ครั้งหน้าจัดแข่งซ่อมห้องน้ำไหม สนใจเปล่า?” เสียงหัวเราะเบา ๆ ก้องในหอพักเก่าแก่ ส่งท้ายอีกวันแสนวุ่นของกลุ่มเพื่อนที่แตกต่างแต่รวมกันด้วยความป่วนแบบอบอุ่น