ซอย 7/1 วุ่นวาย: ภารกิจตามหาหางแมว
เสียงเอะอะดังมาจากหัวซอย 7/1 ตั้งแต่เช้าตรู่ ทั้งชุมชนตื่นด้วยเสียงร้องของเจ้าเหมียว ‘เสือ’ แมวตัวเล็กสีน้ำตาลลายเสือที่นั่งร้องหน้าใบโพธิ์บ้านยายบุญ ยายบุญเดินวนไปวนมามือถือไม้กวาดทุบพื้นเบา ๆ ด้วยอารมณ์งง ๆ “เอ้า เสือ! เอ็งร้องหาใครแต่เช้าเนี่ย ไอ้แมวบ้านี่!”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ป้อม เด็กหนุ่มผมหยิกอายุ 18 รับจ๊อบขายน้ำเต้าหู้ในซอย เดินลากเตาน้ำเต้าหู้ผ่านบ้านยาย เห็นแมวยืนหันหลังเด๋อด๋า เหมือนขาด ๆ อะไรสักอย่าง แจกัน เพื่อนซี้ของป้อม สวมแว่นกรอบโต เดินถือสมุดลายจุดบ่นจู้จี้ข้าง ๆ “กลิ่นควันเตานายลอยมาเข้าตาจนจามไปสามรอบละป้อม เอ้า! ดูแมวนั่นสิ ทำไมมันเหมือนเศร้า ๆ แปลก ๆ”
ป้อมถลึงตา หรี่ดูเจ้าเสือ “เอ๊ะ แจกัน แบบนี้ไม่ปกติว่ะ ตามประสบการณ์คนเลี้ยงแมว 1 ปี 4 เดือนของฉัน แมวจะร้องเสียงนั้นตอน…หางหลุด!”
แจกันเงียบไปสามวินาที กลืนลมหายใจเสียงดัง “พะ…พูดอะไรของนาย! หางแมวหลุดเป็นไปได้ที่ไหนกัน!”
ป้อมไม่ฟัง หยิบมือถือออกมาถ่ายรูปแมวอย่างจริงจัง พร้อมโพสต์ในกลุ่มไลน์ซอย 7/1 “ประกาศ! เจ้าเสือโดนขโมยหางครับ ใครเป็นคนสุดท้ายที่เจอช่วยแจ้งที! เครียดมาก! แมวเศร้า!”
ยายบุญชะโงกหน้ามาทำหน้าเหลอหลา หน้าเพื่อนบ้านคนแล้วคนเล่าทะยอยออกมาดูแมวที่นอนเหงาใต้โต๊ะ ขณะที่แจกันยืนนิ่งงุนงง ป้อมเดินสำรวจริมทางเดิน ไล่มองใต้โต๊ะใต้ตู้ เงยหน้ามองเพดานราวกับหางแมวอาจจะลอยสะสมอยู่ตรงนั้น
แยม สาวขวัญใจซอยปั่นจักรยานผ่านหน้ามาเอี่ยวหูยินดี “มีกิจกรรมตามหาหางแมวเหรอ สนใจขนมต้มไหมป้อม?”
ป้อมตอบทันที “พี่แยมรู้จักขโมยหางแมวรึเปล่า มีแก๊งไหนในซอยชอบทำนิสัยแปลก ๆ แบบนี้ไหมพี่?”
แยมขำตาเป็นประกาย “ขโมยหางแมวเหรอ ทีหลังอย่าดูหนังเยอะนะหนุ่ม น้ำเต้าหู้แก้วนึงสิ จะได้มีแรงตามหา”
แจกันกระซิบเบา ๆ “นายอะมั่นเกินไปแล้วป้อม คนจะขโมยหางแมวมันมีที่ไหน…ต่อให้หางมันจะดูแปลกกว่าปกติก็เถอะ”
ป้อมเมิน ไม่ฟัง แจกันบันทึกทุกอย่างลงสมุด อย่างกับจะเขียนนิยายสืบสวนในอนาคต ป้อมเดินนำเสนอทฤษฎีใหญ่ “แจกัน ฉันว่านี่คือการทดสอบความสามัคคีแห่งซอย 7/1 เราต้องรวมทีมและค้นหาหางแมวให้เจอ ก่อนแมวจะแปรเปลี่ยนเป็น ‘แมวไร้หาง’ อย่างถาวร!”
แจกันฮึด “โอเค นายมั่นมาก งั้นฉันเป็นฝ่ายวางแผนก็แล้วกัน เราต้องเริ่มจากพยานแวดล้อม…อ้าว มีใครเห็นอะไรบ้างไหม!”
ตอนแรกก็เหมือนจะง่าย แค่เดินถามคนแถวบ้าน แต่ไป ๆ มา ๆ ป้อมมั่นใจจนโยนข้อสงสัยใส่ทุกคน ยายบุญโดนถามว่าถ้าเมื่อคืนกินปลาหรือลืมล็อกประตู หรือแยม ไปเก็บยางรัดผม ป้อมก็คิดว่าอาจเอาหางแมวไปผูกเป็นยางใหม่ แจกันเริ่มปวดหัวกับตรรกะสุดโต่งของเพื่อน
หม้อต้มเต้าหู้ยังร้อน ป้อมยกเตาเดินถามผู้คน เดินสวนกับตังเม หนุ่มพูดช้าแต่ภูมิใจในความจิตใจดี “แมวร้องไม่ใช่เพราะหางหลุดหรอกมั้ง บางทีเขาแค่หิวเหมือนฉัน”
แจกันหันไปกระซิบใส่ป้อม “นี่นาย…คุยกับคนอื่นบ้างมั้ย ฟังเขาดูมั่ง!”
แต่ป้อมยังยืนกระต่ายขาเดียว “หางหาย! เดี๋ยวเจอแน่!”
ยายบุญสังเกตเห็นเงาแมวที่ผนังก็เอะใจ “เอ๊…เมื่อวานเหมือนจะเคยเห็นแมวเดินแบบเด๋อด๋า เอ้า หรือหางมันเคยขาดอยู่แล้วนะ?”
ป้อมทันที “ไม่ได้! เมื่อวานเห็นยังครบดี! แสดงว่าใครบางคนในซอยนี้มีของกลาง!”
แจกันเริ่มเอามือกุมขมับ ขณะที่ผู้คนเริ่มแตกตื่น มีการรวมกลุ่มหน้าบ้านยายบุญ หมาตัวใหญ่ของลุงพลเห่าเสียงดังจนแมวปีนขึ้นฝาบ้านหนี
ลุงพล หนุ่มใหญ่ใจดีแต่หูตึง เปิดประตูแฉลบ “เอ่อ มีคนแจ้งจับขโมยกันแต่เช้าเหรอ ยืนพูดเสียงดังทั้งซอยเลยนี่”
ป้อมรีบบอก “ลุงพล! หางแมวโดนขโมย ลุงเคยเห็นใครแถวนี้ไม่ถูกกับแมวมั้ย?”
ลุงพลขยี้แก้มครุ่นคิดนานสองนาที “หางแมว? แถวนี้เห็นแต่คนไม่ถูกกับหมา…แต่หมากะลุงก็รักกันอยู่ดี”
แยมขี่จักรยานวนกลับมาสมทบ แจกันเปิดสมุดจด “โอเค สรุปใครเห็นหางแมวบ้าง? ชักเหมือนจะจริงจังกันเกินเหตุไปละ”
ความวุ่นวายยิ่งบานปลาย โทรศัพท์ยายบุญดังขึ้น ลูกสาวยายโทรมาต่อว่าที่โพสต์ข้อความลงกลุ่มซอยว่า “แมวโดนขโมยหาง ให้ระวังแก๊งขโมยหาง!” จนเพื่อนบ้านอีกฝั่งซอยเข้าใจผิดไปกันใหญ่ เช้านั้นใครผ่านซอย 7/1 ก็เห็นแต่ผู้คนยืนงงรายล้อมแมวตัวหนึ่ง ถกเถียงเรื่อง “หลักฐานใบเสร็จหาง” กันสนุกสนาน
แจกันลองเอากล้องจุลทรรศน์มือถือมาส่องดูหางแมว หวังจะไขปริศนาได้บ้าง แต่กลับเผลอสะดุดหัวแมว เสือกระโจนหนี ชาวบ้านวิ่งไล่กันอลหม่าน ยายบุญโวย “เฮ้ย ระวังด้วย! หางแมวยาวติดกับบันไดบ้าน ชั้นล่างโน่นไง!”
ป้อมแว้บไปเก็บหางที่คาดว่าจะเป็นหางเจ้าเสือ แต่ดันเป็นหางกวาดของยายบุญ โดนยายดุเอาอีก แจกันหัวเราะเบา ๆ “เห็นมั้ยล่ะมั่นใจเกินไปต้องโดนซะบ้าง”
ป้อมนิ่งอึ้ง แต่ยังสู้ต่อ หยิบรูปแมวในมือถือเทียบกับตอนนี้ พบว่าหางมันดูสั้นเฉพาะบางจังหวะ อาจเป็นเพราะตอนนั่งเจ้าเสือจะพับหางไปข้างตัว ไม่ได้ขาดไปตั้งแต่แรก แจกันพยายามอธิบายเหตุผลที่ถูกต้องกับป้อม ขณะที่ป้อมเริ่มลังเล แต่ยังหาเหตุผลสู้ความเชื่อในใจตนเอง
ยายบุญแซว “เอาแล้วไง ป้อมเอ๋ย คนเราน่ะพอดูไม่ชัด ก็จินตนาการเกินไปใหญ่ เสือมันแค่ขี้เกียจวางหางให้ตรงเฉย ๆ เอง จะได้กินข้าวยังเนี่ย!”
แยมพูดยิ้ม ๆ “เอาน่ะ ทายหางแมวไม่เจอแต่ก็ลงเอยด้วยหม้อขนมต้มกับน้ำเต้าหู้ฟรีทั้งซอยนะป้อม เห็นมั้ย เรื่องวุ่นวายก็นำความอบอุ่นมาเหมือนกัน”
แจกันหัวเราะ “รอบหน้าจะหาอะไรที่หางคนปรกติเขาหายไปจริง ๆ จะได้ไม่ต้องวิ่งกันทั้งซอยแบบวันนี้!”
ป้อมยิ้มเขิน จากความมั่นใจผิด ๆ มาเป็นความเข้าใจและกลายเป็นบรรยากาศซอยที่อบอุ่น ผู้คนหัวเราะกันขณะกินขนมต้ม ช่วยกันแชร์ภาพ ‘เจ้าเสือ’ ท่าหางยาว-หางสั้น จนเป็นมีมประจำซอย 7/1
ก่อนแยกย้าย ป้อมพูดฟีลกู๊ด “เอานะ อย่างน้อยขนมหางแมววันนี้ก็มีแต่เสียงหัวเราะ ไม่มีใครต้องถูกจับจริง ๆ ใช่มั้ยแจกัน!”
แจกันกลอกตาแล้วตอบเสียงเบา “ใช่…แต่รอบหน้าฉันว่านายน่าจะลองถามแมวก่อนจะปักใจแข็งขนาดนี้นะ”
เสียงหัวเราะเฮฮาของทั้งซอยปิดท้ายเช้าอันวุ่นวาย แต่ก็อบอุ่นด้วยความเข้าใจผิด ฉบับ ‘ซอย 7/1 วุ่นวาย: ภารกิจตามหาหางแมว’