ภารกิจลับ…รับฝากหมา
เสียงสุนัขหอนแว่วขึ้นระหว่างที่ภัทร กำลังนั่งจัดโต๊ะไม้ระเบียงหน้าบ้านจนมือสั่น น้ำในแก้วกระดกไปสองอึกแทบไม่ช่วยให้ใจเย็น เพราะวันนี้คือวันแรกที่เขาตั้งใจเปิดรับฝากหมาในชุมชน หวังว่าทุกคนจะเห็นว่าตนเองก็ทำอะไรให้ครอบครัวภูมิใจได้เหมือนกัน ถึงแม้แม่จะเป็นห่วงว่าจะดูแลไหวหรือไม่ แต่ก็ยอมเปิดใจให้พิสูจน์โดยมีเงื่อนไขว่า ‘พลาดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว’
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงกริ่งหน้าบ้านดังติด ๆ กัน สุนัขตัวแรกของวัน ‘โดมิโน่’ หมาพุดเดิ้ลขนฟู กับเจ้าของอารมณ์ดีอย่างป้าธัญญา เอะอะเสียงดังควบคุมหมาไม่ได้แล้วต้องให้ภัทรช่วยรับช่วงต่อ “ฝากแป๊บเดียวจริง ๆ นะลูก กลับบ้านไม่ถึงชั่วโมงเอง เดี๋ยวซื้อกล้วยทอดมาฝาก” ป้าธัญญาว่าแล้วเดินหายไป ทั้งที่ยังไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับหมามากไปกว่าชื่อ
ภัทรทำใจดีสู้โดมิโน่ พอหันหลังเท่านั้น เจ้าตัวขนฟูกระโจนใส่รองเท้าแม่ คราวนี้บ้านวุ่นทันที แม่เสียงจี๊ด “จะเอาเข้าบ้านยังไง นี่ดูซิ!” ภัทรอึกอัก พยายามใช้ขนมล่อหมา ดันซุ่มซ่ามทำขนมหกเป็นทาง เกิดคิวหมาวิ่งไล่กันในบ้าน แม่ถึงกับยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายวิดีโอส่งเข้าไลน์กลุ่มเพื่อนบ้านขำ ๆ
กำลังวุ่น ๆ เพื่อนบ้านอีกคน ‘พงษ์’ แอบมองผ่านรั้วแล้วเดินข้ามเข้ามาทันทีพร้อมหมาพันธ์ชิสุชื่อ ‘ไข่มุก’ “รับฝากหมาของผมด้วยเหอะ เดี๋ยวมีเทรนเนอร์อารมณ์ดี เบื่อโดนเมียบ่น” พงษ์ว่าพลางยื่นขวดน้ำเปล่าแทนค่าฝาก ภัทรหน้าเหวอแต่ทำอะไรไม่ได้ กลายเป็นหมาสองตัวไล่กัน ป้าธัญญาส่งเสียงจากหน้าร้าน “กล้วยทอดหมด รอรอบหน้าก็แล้วกัน”
เสียงโวยวายต่อเนื่องเมื่อ ‘เรย์’ เพื่อนสนิทภัทรที่ทำอะไรไม่เคยจริงจัง เดินกวนประสาทเข้ามา “นายแน่ใจนะว่าไม่ใช่โรงเลี้ยงไดโนเสาร์” แล้วก็เริ่มอัดคลิปไว้ดูเล่น ทั้งสามคนยืนจ้องหมาสองตัวที่กำลังปะทะกันเรื่องของเล่น จู่ ๆ แม่เดินมาพร้อมกับกระดาษโน้ตในมือ “นี่! ไข่มุกต้องกินข้าวเที่ยงก่อนเที่ยงตรง ไม่งั้นงอน ไม่ยอมกินแล้วจะร้อง” พงษ์หน้าเหวอ “กฎใหม่เหรอเพิ่งรู้!”
ไม่ทันไร ป้าธัญญากลับมาแล้วควานหาหมาของตัวเอง แต่โดมิโน่หลบไปอยู่ใต้โซฟา ต้องช่วยกันแหย่โยเกิร์ตออกมา เสียงหมาเห่าใส่กันดังขึ้นทุกจังหวะ ขณะที่แม่คนบ้านตรงข้ามเดินสวนถุงเก็บขยะมาถาม “เอ๋… รับฝากแมวมั้ย?” ของวุ่นวายบานปลายทันใด ภัทรรีบปฏิเสธกลัวเรื่องยิ่งยุ่งกว่าเดิม เรย์กระซิบขำ “อีกหน่อยรับฝากเต่าเผลอ ๆ”
ช่วงสาย เหตุการณ์ยิ่งยุ่งเพราะเจ้าของหมาใหม่ ‘คุณฉัตร’ อดีตครูโรงเรียนที่เคร่งระเบียบเกินใคร โผล่มาพร้อม ‘ล็อคกี้’ หมาขนสั้นซุกซน และใบขอร้องยาวกว่าจานกับข้าว “ล็อคกี้ห้ามกินนม ห้ามดื่มน้ำเย็น ห้ามวิ่งแรง ถ้าเหนื่อยเกินห้ามตีให้เดิน” ทุกคนยืนมองโน้ตยาวเหยียด ภัทรรับไว้แต่หัวใจหวิวทันทีว่าเขากำลังรับงานใหญ่เกินไปหรือเปล่า
บ่ายวันนั้น หมาทั้งสามตัวเริ่มสร้างแก๊งของตัวเอง ไล่กัดรองเท้าทุกคู่ที่ตั้งทิ้งไว้หน้าบ้าน ทั้งสามคน—ภัทร เรย์ และพงษ์—ต้องตามเก็บรองเท้าอย่างกับเก็บไข่ทอง แล้วก็ค้นพบว่ารองเท้าแม่หายไปหนึ่งข้าง “หมาเอาไปรึเปล่า?” เรย์แซว พงษ์ตอบตะกุกตะกัก “หรือไม่ก็… ฉันเผลอเดินเอาไปไว้ตรงไหนแล้วลืม” เสียงแม่โพล่งจากครัว “อย่าโทษหมา! หมาพูดไม่ได้แต่คนลืมนี่สิ”
ในขณะที่หมาวิ่งวนจนบ้านแทบแตก ภัทรเริ่มจับผิดว่าหมากำลังหอบเอาอะไรดุกดิกใต้โต๊ะ เงาหนึ่งขยับ… “ไข่มุก! เอากุญแจรถพ่อไปไหน?” ทุกคนหยุดนิ่งแต่ละคนลงมือค้นหา ไข่มุกงับกุญแจซ่อนใต้เบาะโซฟา คราวนี้ชุลมุนขึ้นอีก ทุกคนต้องเรียกให้ออกมา แล้วคนนึงคิดเองเออเองว่าเจอกุญแจ—แต่หยิบเป็นช้อนซ้อมแทน
เสียงครึกครื้นลุกลามไปจนถึงข้างบ้าน กลายเป็นเรื่องแชร์ในไลน์กลุ่มชุมชน “บ้านนี้เปิด Pet Hotel เฉพาะกิจ… แต่ดีหน่อย ไม่มีฝากงู!” เรย์ตบมุกทันควัน พงษ์ยื่นหมวกกันน็อค “ถ้ามีงูเดี๋ยวฉันรอข้างนอก” ทุกคนหัวเราะกลบความเหนื่อย
ช่วงบ่ายหมด หมาสามตัวตกลงกันเอง ไม่มีใครบอก เข้าไปซุกดมต้นไม้ในสวน จู่ ๆ กลิ่นแปลกเวียนมา “หรือว่าเอาขนมไปซ่อนในดิน?” ภัทรทำหน้าตกใจ พงษ์ตอบ “นายแน่ใจนะว่านี่ไม่ใช่บ้านหลุมฟักไข่หมา?” ขณะที่เรย์พยายามถ่ายรูปหมาแต่ได้แต่มุมหันหลังหมด ภัทรหัวเราะ “หมานายรู้กล้องดีกว่านายอีกนะเนี่ย”
พอสายฝนพรำ หมาทั้งสามบ้าพลังไล่กันกระโดดลงบ่อปลาหน้าบ้าน พ่อเพิ่งกลับจากประชุมมาเห็นเหตุการณ์พอดี เสียงพ่อเหนื่อยใจ “นี่จะเปิดฟาร์มหรือยังไง” แม่รีบแทรก “ยังค่ะ รอมีคนฝากวัวกับแพะก่อน” พ่อถอนใจพูดกับภัทร “ใจเย็นนะลูก ใครว่าเลี้ยงหมาสนุก ฉันว่าดูกุดีกว่าดูบอล” ทุกคนเงียบสั้น ๆ ก่อนจะหัวเราะพร้อมกัน
ตกเย็น เจ้าของหมาเริ่มทยอยมารับ ภัทรพยายามจะดูเนียบแต่ฮาป้อนข้าวหมาแบบมืออาชีพ พบว่าไข่มุกไม่ยอมกินถ้าไม่มีเสียงเพลงเปิดคลอ พงษ์หน้าเสีย “เอาเพลงลูกกรุงให้ไหมล่ะ” แต่ภัทรเลือกเปิดเสียงนกร้องในมือถือแทน ไข่มุกงง ๆ กินไปนิดเดียวก็หายยุ่ง พอดีป้าธัญญากลับมาแล้วต้องตามหาหมาใต้โซฟาใหม่อีกรอบ
คราวนี้…ความเข้าใจผิดขนาดใหญ่เกิดขึ้น เมื่อล็อคกี้ดันวิ่งออกนอกบ้านโดยที่เจ้าของคิดว่าภัทรผูกไว้แน่นแล้ว ระหว่างทุกคนกำลังอธิบายกันเองวนไปวนมา ปรากฏว่าหมาไปมุดอยู่ใต้รถป้าธัญญา คิดว่ากำลังเล่นซ่อนหา แม่อธิบายกลั้วหัวเราะ “เห็นมั้ย ลูกหมานายเก่งกว่า GPS อีก”
ภัทรลนลานสุดชีวิต ทีมเพื่อนบ้านต้องวิ่งตามไล่จับเจ้าล็อคกี้ พ่อยืนงงถาม “แล้วไก่บ้านเราหายไปไหน?” แม่ตอบเสียงเรียบ “ไปซ่อนกับหมามั้ง!” ท้ายที่สุดเด็ก ๆ ในซอยแถวนั้นก็เจอล็อคกี้ที่สนามเด็กเล่น ทุกคนถอนหายใจโล่งอก พงษ์แอบกระซิบ “คราวหน้า ให้หมาฝากกันเองง่ายกว่ามั้ย”
มื้อเย็นเริ่มต้นอย่างชุลมุนอีกครั้ง เมื่อน้องสาวภัทรกลับบ้านมาเจอรองเท้าเหลือแต่ข้างซ้ายข้างเดียวและหมานอนเรียงกันสามตัว “บ้านนี้เข้าข่ายศูนย์รวมสัตว์เลี้ยงแน่ ๆ” ทุกคนหัวเราะแล้วค่อย ๆ ช่วยกันเก็บของ ระหว่างแม่นั่งเรียงรายการของที่เสียหาย มือแอบป้อนของว่างให้หมา สามีอ่านหนังสือพิมพ์ไป ขณะที่เพื่อนบ้านกระซิบ “เดี๋ยววันที่ไปงานแต่งฝากแมวได้เนอะ” เรย์สวน “ต้องติดต่อฝ่ายต้อนรับก่อน!”
ผ่านไปหลายชั่วโมง ความร้างของบ้านจางหายไป เหลือแต่มิตรภาพหัวใจกลมกล่อม ทุกคนช่วยกันสรุปบทเรียนการรับฝากหมาครั้งแรก พร้อมเสียงหัวเราะชื่นใจ “ปีหน้าขยายเป็นโรงแรมสัตว์ไหม?” พ่อชูนิ้วเห็นด้วยแบบติดตลก ภัทรมองทุกคนแล้วยิ้ม “ทำไมรู้สึกว่าเรามีความสุขแบบนี้ทุกวันนะ ไม่ต้องมีหมามาให้วุ่นก็ได้” เรย์หัวเราะเบา ๆ “แต่ถ้ามีหมา ทุกวันจะมีเรื่องซิทคอมตลอด!”
เสียงหมาเห่าแว่วอีก มุกท้ายสุดคือ ภัทรพยายามล่อหมาเข้านอนด้วยของเล่นใหม่ แต่เจ้าหมาทั้งสามตัวเดินวนกลับไปซุกใต้โต๊ะเหมือนเดิม แม่โพล่ง “หรือว่าเค้าคิดถึงพวกเรามากกว่าคิดถึงเจ้าของก็ได้!” เรย์กับพงษ์หันมาสบตา ภัทรยิ้มกว้าง—ใจอุ่นละมุนท่ามกลางความวุ่นวายที่น่ารักและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ