คลับป่วนคนเพี้ยน: ภารกิจพิชิตที่สภานักเรียน
เสียงประกาศดังก้องทั่วโรงเรียนมัธยมธีรสารรัตน์กลางสายฝนพรำเช้าวันจันทร์ เด็กนักเรียนเดินขวักไขว่ ตะโกนแซวนัดกันไปโรงอาหาร ในขณะที่ “ดาวิกา” เด็กหญิงผอมบางผมฟูใส่แว่นกรอบดำ กำลังวิ่งหลบฝนหัวปั่น แบกกระเป๋าหนักอึ้ง หันซ้ายขวาหาใครสักคนที่พอจะรู้จัก เธอถอนหายใจแรง ๆ ยืนงงอยู่ตรงมุมตึกเรียน คนเดินผ่านมาเหลียวมอง “ทำไมวันนี้วุ่นขนาดนี้นะ… เราแค่จะรีบมาเรียนเองแท้ ๆ”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ดา! เธอกำลังซุ่มซ่ามแบบสุดจริง ๆ นะ!” เสียงทักแบบกวนประสาทดังจากข้างหลัง ผิง เพื่อนซี้ตัวกลมผมสั้น ใส่เสื้อนักเรียนไม่ยัดชายกระโปรง เดินมาหา ยิ้มแฉ่ง มือข้างหนึ่งถือขนมปังยัดปาก “ถ้าต้องสอบวิ่งหลบฝน เธอคงได้ที่โหล่”
ดาวิกาหันกลับมาแย้งเสียงเบา “เราไม่ได้ซุ่มซ่าม แค่กระเป๋าหนัก แล้วพอดีเปิดเทอมเจอฝนอีก”
“ไม่ต้องแก้ตัวยัยหัวฟู” ผิงฮาสลับแทะขนมปัง “เธอเห็นตารางประชุมสภานักเรียนมั้ย โปสเตอร์ตรงบอร์ดอะ? ได้ข่าวตำแหน่งประธานยังว่างนะ เธอน่าจะสมัครดู! จะได้เลิกคิดมากกลัวโน่นนี่ทั้งวัน”
ดาวิกาเบิกตากว้าง ตะกุกตะกัก “ไม่ ไม่เอาหรอก เราทำไรไม่เก่งอะ จะไปบริหารใครก็กลัวพลาดจนโดนด่าอีก”
ผิงกลอกตา “แค่ลงชื่อประชุมเองดา เดี๋ยวก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก รีบมา ๆ อย่าคิดเยอะ เดี๋ยวตกรถ”
เสียงออดเรียนดังขึ้น ทั้งสองคนวิ่งจ้ำเข้าไปยังตึกประชุมประกอบเสียงอาจารย์ดุเรื่องใครยังไม่เข้าห้อง ทุกคนรีบจับจองที่นั่ง วอแวคุยกันเสียงดัง ผิงลากดาวิกาไปนั่งแถวหน้าใกล้โต๊ะกรรมการ
การประชุมเริ่มต้นแบบงง ๆ อาจารย์กิจกรรมเดินมาพูดเร็วจี๋ ประชาสัมพันธ์ให้สมัครประธานสภาคนใหม่ทันที “ใครคิดว่าจะเหมาะสม อย่าลังเล ก้าวขึ้นมาเสนอชื่อตัวเองได้เลย!”
ผิงยักคิ้วให้ดาวิกา “เอาสิ แค่ลองประกาศชื่อในใจ ก็เท่ากับก้าวข้ามความกลัวได้แล้ว!”
ดาวิกาส่ายหน้า “พูดแบบนี้อีกละ…”
ยังไม่ทันไร ทั้งห้องก็เงียบเสียงเหมือนนัดกัน จู่ ๆ มีใครคนหนึ่ง—”แทน” เด็กหนุ่มแว่นดำหน้านิ่ง เงียบกริบตั้งแต่แรก—ชูมือขึ้น อาจารย์เอี้ยวหน้ามา “ดีมากแทน ไหนเสนอชื่อหน่อย”
แทนยกนิ้วชี้ไปที่ทางดาวิกา “ผมขอเสนอคุณดาวิกาครับ”
ทั้งห้องปรบมือเชียร์ทันที ดาวิกาตกใจจนพูดไม่ออก สีหน้าซีดขาว “ไม่ ๆ…อย่าเพิ่ง—”
แต่ผิงยิ้มเจ้าเล่ห์ “เห็นไหม สุดท้ายก็ถึงเวลาของเธอ เธอทำได้ดานะ!”
ดาวิกาติดในวังวนความคิด พยายามปฏิเสธแต่เสียงเพื่อน ๆ และอาจารย์กลายเป็นคลื่นความกดดัน เธอพยักหน้าเออออในจังหวะที่คิดว่าปฏิเสธ ผลคือ…แชะ! รูปประธานใหม่ถูกถ่ายลงหน้าเพจโรงเรียน
เมื่อประชุมจบดาวิกาหลุดออกจากห้องหอบหายใจแรง ผิงกระดี๊กระด๊า “หัวหน้าดา ไหนบอกว่าจะไม่ทำ ไงล่ะ! ก้าวแรกแล้วนะ อีกไม่กี่ขั้นก็เป็นผู้นำประเทศ!”
ดาวิกาเซ็งจัด “โธ่ เราแค่จะปฏิเสธแต่พูดไม่ทัน เขาถ่ายรูปแล้วนี่! จะรอดเรอะ”
แทนเดินเข้ามา เสียงนิ่งขรึมแต่ใจดี “ไม่ต้องเครียดมากหรอก ผมช่วยได้ เดี๋ยวรับงานเบื้องหลังให้ คุณแค่คุยกับคนก็พอ”
ดาวิกาตอบไม่ตรงคำถาม “แต่เราไม่ถนัดพูดกับใคร… แล้วถ้าเราพลาด—”
ผิงตัดบทเสียงดัง “ไม่ต้องกลัวหรอก เพื่อนก็เพี้ยนกันทั้งนั้น ถ้าตายหมู่ก็แค่ติดห้องความเพี้ยน ไม่หนักมาก!”
วันต่อมา โปสเตอร์ “งานวันโรงเรียน” ถูกแปะทั่วตึก นักเรียนคึกคัก แต่ดาวิกาหน้าเสีย เธอได้รับอีเมลหัวข้อ “การวางแผนงานกิจกรรม” ยาวเหยียดจากอาจารย์ที่ปรึกษา ผิงอ่านข้าง ๆ แล้วขำกลิ้ง “อาจารย์ใช้อีเมลเหมือนรายการกระทู้เลยอะเธอ เห็นยังไงก็เรื่องใหญ่”
ดาวิกาหันหลังให้เพื่อน “เราไม่กล้าอ่านต่อแล้วอะ กลัวมาก งานนี้จะเจ๊งมั้ยเนี่ย”
แทนเข้ามาคว้ากระดานแผนที่ เขียนหัวข้อ “ตั้งทีมงาน + หา MC + ดูแลเวที” ด้วยลายมือประณีต “เราแบ่งหน้าที่ กำหนดเวลา แล้วก็แยกกันทำ ท่องไว้ว่ามีแผนคือมีทางรอด”
ผิงหัวเราะ “เวลาแยกกันทำทีไร สุดท้ายเธอจะเป็นคนโทรไล่หาเพื่อนทุกคน กลายเป็น MC ตั้งแต่ยังไม่ขึ้นเวที”
ดาวิกาหน้าเครียด “อย่าขู่สิ ผิง! แต่… ไม่ว่าจะยังไงเราต้องเดินหน้าต่อแล้วใช่มั้ย”
แทนพยักหน้าเงียบ ๆ ผิงยิ้มขำ ๆ เวลานั้นเอง “ไผ่” เด็กสาวผมหยักศกผู้ไม่เคยเข้าใจบริบท เคาะโต๊ะเสียงดัง “ขอโทษค่ะ ประชุมห้อง 1 มีคนลืมหมูปิ้งใต้เก้าอี้ ใครรับผิดชอบคะ?”
ทุกคนเงียบ ก่อนที่ผิงจะกระซิบเบา “ส่วนนี้ไม่มีในแผนใช่มั้ย?” ดาวิกาพยักหน้าตาปริบ ๆ
แผนจัดงานเริ่มขึ้น ผิงรับหน้าที่คุมงบ การเงินตกอยู่ในมือสุดซนแทน ในขณะที่ดาวิกาต้องวางโครงสร้างตารางกิจกรรม เธอเดินวนไปมา ติดอยู่กับโพยรายชื่อ MC ที่ยังหาได้ไม่ครบ
ผิงอ่านรายการสรรพคุณ MC ที่ดาวิกาเขียน “คนพูดเก่ง/ซื่อสัตย์/น้ำเสียงพอเหมาะ/ไม่หัวเราะเองกับมุก/เคยพิธีกร” พร้อมกับแหย่ “เธอลิสต์ยาวกว่างานประกวดโรงเรียนอีก d: ใครจะหาได้ครบ”
แทนเอ่ยเสียงนิ่ง “เอาแค่ไม่หลับคาเวทีก็พอปะ”
ดาวิกานั่งลงถอนใจ ลูบสมุดวุ่นวาย “แล้วถ้าไม่มีใครยอมเป็นล่ะ… หรือเราต้องขึ้นเอง?”
ผิงรีบสวน “เอาซะทีเดียวได้ฮาทั้งโรงเรียนนะดา! ถ้าต้องแต่งตัวเป็นมาสคอตด้วย—อุ๊ย บอสสาวผู้นำแฟชั่น!”
“ขอเงียบแป๊บ” ดาวิกากุมขมับ เพื่อนทั้งสองแอบขำว่าความมั่นใจของผิงกับความคิดมากของดาวิกาเหมือนน้ำกับไฟ
อีกวัน แผนพังตั้งแต่เริ่ม เพราะ MC ตัวจริงเทงาน จากบทสนทนาเข้าใจผิดชวนหัว ทุกอย่างบานปลาย มีคนไม่รู้งาน เข้าใจว่า “MC” คือ “บัดดี้ดูแลแขกต่างโรงเรียน” เด็กดิ่งอีกคนแจ้นไปเชิญเด็กต่างห้องมาเป็นพิธีกรจนเขางงจัด
ดาวิกาสวมหมวกแก๊ปเวที เดินทบทวนบทสคริปต์ในห้องเก็บของ ผิงยกมือถือเปิดเสียงเพลงประกอบให้เพี้ยน ๆ แทนหาไมค์ไม่เจอ ต้องยกโทรโข่งแทนไมค์ ทุกคนวิ่งวุ่น ฟังผิดจับผิดกันลั่นโรงเรียน
สามวันก่อนงานจริง ไฟเวทีเสียเพราะแทนเดินเตะปลั๊กขาดโดยไม่ตั้งใจ พอถึงวันซ้อม ผิงลืมโพยราคาขนม บนโต๊ะมีแต่ใบเสร็จร้านอาหารญี่ปุ่นที่ไปกินเมื่อต้นเดือน
ครูที่ปรึกษาโผล่หัวมา “พวกเธอพร้อมรึยังนี่ จะมีงานวันโรงเรียนครั้งแรกในรอบสามปีนะ”
ทุกคนแกล้งทำเป็นมั่นใจ ผิงแอบพูดกับดาวิกา “ครูจะรู้มั้ยว่าขนมยังสั่งไม่ถึงครึ่ง นี่ถ้าวันจริงได้แจกแต่เยลลี่ก้อนเดียวเด็กจะหาว่านี่คือวัฒนธรรมใหม่โรงเรียนไหม”
ถึงวันจริง กลุ่มดาวิกาต้องแก้ไขเฉพาะหน้า เมื่อไฟเวทีดับระหว่างพิธีกรเปิดดาวิการีบปิ๊งไอเดียใช้โทรโข่งประกาศแทนไมโครโฟน เสียงดังก้องจนเด็กอนุบาลร้องไห้กลางห้องประชุมแทน MC พยายามปลอบแบบเก้ ๆ กัง ๆ ผิงวิ่งไปขอยืมไฟฉายจากห้องพยาบาล จุดไฟไว้กลางเวทีเหมือนเล่าเรื่องผีจนพิธีกรฮาแตก
คำพูดบนเวทีปนมุกแป้กและพูดผิด ๆ ถูก ๆ เพราะสคริปต์หายไปกับสายลม ผิงต้องประกาศแนะนำกิจกรรมชิงโชคแบบขำ ๆ ว่า “คนไหนถูกหวยซองขาวเดือนนี้ลุกขึ้นแจกรางวัลเลยค่ะ!” เด็ก ๆ เกาหัวกันเป็นแถว
ดาวิกาเห็นทุกคนเริ่มสนุกกับความป่วง กล้าสั่งทีมงานรับมุกผิด ๆ ถูก ๆ กลายเป็นความฮาทั้งงาน มีครูแซวว่า “พวกเธอเนี่ย เอางานจริงมารันซ้อมหรือยังไง”
เมื่อกิจกรรมจบ ผิงแบกรางวัลผิดกล่อง แต่คนรับกลับยิ้มแฉ่ง เด็ก ๆ ล้อมดาวิกา “ปีหน้าให้พี่ดาจัดอีกนะ จะได้ลุ้นว่าระเบิดซุ่มมันจะเกิดตรงไหน”
แทนส่งกล่องเวทีให้เพื่อน “ดา สุดท้ายเธอเป็นประธานด้วยสายบังเอิญ แต่ก็กล้าลุยจนจบงานนะ”
ผิงยักไหล่ “ทีหลังจะให้จัดมาราธอนหัวเราะดีกว่าไหม งบไม่ต้องเยอะแค่เตรียมหายใจไว้ เผื่อคิ้วกระตุกตอนเฉลยแล้วทุกคนพูดคนละเรื่อง”
ดาวิกาหัวเราะโล่งใจ “ขอบคุณที่อยู่ข้าง ๆ กันนะ เพี้ยนด้วยกันมันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น… ปีหน้าเราขอเป็นผู้ช่วยบ้างได้มั้ย!”
แทนยิ้มขรึม “แล้วแต่ครูจะคิด แต่ต่อไปอะไรพัง ๆ เราไม่หนีแล้วล่ะ”
เสียงเบา ๆ จากนักเรียนกลุ่มหนึ่ง “งานนี้โคตรป่วนแต่สนุกกว่าทุกปีเลยนะ ขอกลับบ้านพร้อมขนมคนละซองก็พอแล้ว!”
แผนเริ่มจากเรื่องเข้าใจผิด บานปลายจนวุ่นวาย แล้วจบลงด้วยเสียงหัวเราะและความสัมพันธ์แน่นแฟ้น ดาวิกามั่นใจขึ้นเล็กน้อย ผิงก็ภูมิใจที่เพื่อนได้ก้าวข้ามขีดจำกัด แทนยิ้มมุมปาก คิดกับตัวเอง “ครั้งหน้า ถ้าเธอจะซุ่มซ่ามอีก เราก็จะอยู่ซุ่มช่วยเหมือนเดิมแหละ”
งานโรงเรียนผ่านไปได้แบบฮาป่วน…แต่ทั้งทีมรู้ดีว่า… ปีหน้าต้องเตรียมใจไว้อีกชุดใหญ่ (และเตรียมไมโครโฟนสำรองไว้สามตัว!)