วุ่นนัก ชมรมภาษา(ไม่)ต่างประเทศ
เสียงกริ่งโรงเรียนดังรัวในเช้าวันศุกร์ เดือนเมษายน อากาศร้อนจัดจนลิ้นเกือบไหม้ ตั้งแต่เดินเข้าประตูโรงเรียน “ต้นกล้า” ก็หน้าเครียดผิดปกติ เขามองตารางกิจกรรมเตือนใจในมือถือซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำท่าว่าโดนฟ้าผ่าได้ทุกเมื่อ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เฮ้ย กล้า ตื่นมาทำไมแต่เช้าวะ วันศุกร์ไม่มีสอบเนี่ย” เสียง “แป้ง” เพื่อนสนิท สะพายกีตาร์เก่า ๆ เดินมาอย่างลอย ๆ ไม่รู้จักเครียด
ต้นกล้าหันขวับ “แกยังไม่รู้อีกเหรอ โรงเรียนจะมีแจกทุนเป็นแสนสำหรับกิจกรรมชมรมใหม่ปีนี้!”
แป้งเงียบไป เหมือนโดนบอกรหัสผ่านลับแหกปาก “งั้นเราเปิดชมรมดนตรีอินดี้ป้ายแดงไหม หรือ ชมรมข้าวแกงอร่อยที่หนึ่ง–”
ต้นกล้ารีบส่ายหัว “ชมรมที่มีแล้วเปิดใหม่ไม่ได้โว้ย ต้อง ‘สร้างสรรค์’ ต้องเหมือนเราเข้ารอบสุดท้าย The Voice!”
“เอ้า ไฟแรงเกินพิกัด! แล้วจะเอาไง” เสียง “บิว” เพื่อนที่สาม วิ่งเข้ามาร่วมวง เหงื่อซึมจนเปียกมาด้วยความเร็ว
“ฟังนะ เราควรเปิด ‘ชมรมภาษาเอก(ใจ)’ คนยุคนี้ต้องเก่งภาษานอกจากอังกฤษไงล่ะ!” ต้นกล้ายิ้มแป้น มั่นใจแบบไม่หันมองข้างหลัง
แป้งขมวดคิ้ว “เอ๊ะ ภาษาหัวใจงี้เหรอ หรือภาษา…โค้ดลับ!”
“เฮ้อ บิว นายว่ายังไง” ต้นกล้าโยนลูก
บิวส่ายหน้า “เรากินข้าวเช้าไม่ทัน เจออะไรก็กินหมด ชมรมอะไรก็ได้ที่ได้กิน!”
การตกลงแบบงง ๆ ช่วงเช้ากลายเป็นการส่งใบสมัคร ‘ชมรมภาษา (ใจ) ต่างประเทศ’ ด้วยคอนเซปต์ใครคิดอะไรได้ก็ใส่ไปก่อน ต่อมา สถานการณ์วุ่นวายก็ติดสปีด เมื่ออาจารย์ฝ่ายกิจกรรมโทรมาขอสัมภาษณ์ทันทีบ่ายนี้!
“พวกเธอตั้งใจสอนภาษาอะไรบ้าง” อาจารย์ถาม พลิกแฟ้มเปิดหน้าใหม่ แล้วเหลือบตามองเหมือนกรรมการเชือดไก่
ต้นกล้านั่งตัวตรง “สอนภาษาเกาหลี ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น รัสเซีย…”
แป้งเสริมเสียงเบา “แล้วก็ภาษาใจค่ะ…แบบบอกความรู้สึก ให้กล้าพูดในสิ่งที่รู้สึก”
“ภาษา…อะไรนะ?” อาจารย์แว่วเสียงงง
บิวรีบพยักหน้า “ใช่ครับ เวลาเราอยากกินข้าวแต่ไม่กล้าบอกคนข้าง ๆ, หรือเวลาอ.แจกงานกลุ่มแล้วตอบว่าโอเค ทั้งที่อยากปฏิเสธ…”
อาจารย์นิ่งงัน “แล้วจะ…สอนยังไง?”
สามคนสบตากัน พยายามกลั้นขำและเหงื่อตก
“เรา…จะมีเวิร์กช็อปจำลองสถานการณ์ ให้ทุกคนกล้าใช้ภาษาวัยรุ่น ภาษาสุภาพ ภาษาเพี้ยน และ…ภาษาใจค่ะ