ภารกิจ(ไม่)ลับสลับกันเปิ่น
เสียงกริ่งปลายคาบสุดท้ายของวันจันทร์ดังขึ้นพร้อม ๆ กับฝนเม็ดใหญ่ที่เทกระหน่ำลงมา แถวหน้าคณะศิลปศาสตร์วุ่นวายราวกับชาวเมืองหนีภัยพายุ เฟิร์นนั่งเหม่องงที่โต๊ะใต้ต้นปีบ ใบหน้ากังวลขณะหยิบแอพตารางเรียนขึ้นมาเช็คซ้ำอีกรอบ ทั้งที่ไม่มีอะไรเปลี่ยน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เหนือ เธอว่า ถ้าตารางสอบฉันผิด จะมีใครรู้ไหม?”
‘เหนือ’ ชายหนุ่มผิวแทน ใส่แว่นกลม กำลังพลิกขนมข้าวโพดในกระเป๋า “เขียนไว้ในมือถือยังผิดได้อีก? ไม่เชื่อเรื่องโชคชะตาเลยเนอะ”
เฟิร์นกัดปาก พยายามจะยิ้ม “คือ… เพื่อนฝ้ายแพ้ยา ต้องให้ช่วยเข้าสอบแทน วิชาเลือกมันใครจะรู้…”
“เข้าสอบแทน?!” เหนือเหลียวขวับ “นะ… นี่มันผิดกฏร้ายแรงนะยัยเฟิร์น!”
เฟิร์นถอนใจ เงียบกริบ “ฝ้ายเขาเครียดมาก กลัวติด F เรื่องนี้… เธอเป็นผู้ช่วยห้องใช่ไหม? ขอร้องเถอะ!”
เหนือกดริมฝีปาก ไม่มีแม้แต่ใจจะปฏิเสธ “ฝ้ายไว้ใจเธอ แล้วฉันต้องช่วยยังไง?”
“สลับชุดกัน เขาสอบภาคปฏิบัติวิชาสื่อสาร เธอต้องเป็น ‘ฝ้าย’ วันนี้ ส่วนฉันเป็น ‘เหนือ’ ช่วยเข้าคลาสแทนตอนสอบพูด…”
เหนือหัวเราะหึ “ถ้าเขาให้ฉันกล่าว ‘ขอบคุณค่ะ’ เป็นสิบรอบ ฉันต้องทำเสียงแบบผู้หญิงไหม?”
เฟิร์นสาวหน้าตาจืด แต่งตัวใส ๆ ทำหน้าเครียดหนักกว่าเดิม “หรือเธอจะกลัวคนจับได้?”
เหนือกลอกตา ขำ “เออ… มาดูกัน ใครจะเนียนกว่ากัน”
เสียงฝนตกโปรยปรายคลอไปพร้อมหัวใจเต้นรัวของทั้งคู่ ทุกอย่างดูเหมือนไร้ทางออก แต่ความวุ่นวายเพิ่งเริ่มต้น…
ห้องสอบพูด เสียงอาจารย์ชมพูแว่วขึ้น “นศ.ฝ้าย รบกวนขึ้นนำเสนอด้วยค่ะ”
เหนือเดินก้าวกระทั่งสะดุดกระเป๋าตัวเอง หน้าซีดเผือด พึมพำจำบทฝ้ายไม่หมด สไลด์ที่ฝ้ายเตรียมไว้ดันขึ้นหัวข้อผิด หัวข้อเป็น ‘นิทานพื้นบ้านอีสาน’ แต่เหนือเตรียมเนื้อหา ‘การตลาดยุคใหม่’
“นิ… นิทานพื้นบ้าน… เอ่อ” เหนือกระแอม คิดเองว่าแค่ด้นสดไปเลย “มีเรื่องเล่าคนอีสานชอบขายของดีไซน์ใหม่… เอ่อ… ช้อนอัจฉริยะ!”
เพื่อน ๆ ขมวดคิ้ว อาจารย์หน้าเรียบ “ช้อนอัจฉริยะ… อยู่ในนิทานเหรอคะ?”
เหนือเหงื่อตก “ช… ใช่ครับ… เอ้ยค่ะ นิทานยุคใหม่… เขาเอาช้อนไปจับผี…”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้น เหนือกัดฟันเดินเกมต่อ พยายามนิ่ง ๆ แต่แววตาเป๋หมด คำพูดติดขัด จนเพื่อนหน้าห้องตั้งคำถาม “ฝ้าย รู้ไหมพี่ปู่ย่าตายายเขาคิดช้อนแบบนี้ตั้งแต่ตอนไหน?”
เหนือหลับตา สูดลมหายใจ “ก่อนวันหวยออกน่ะสิคะ… เอ่อ… เพราะจะจับผีเลขเด็ด!”
คลาสขำพรืด อาจารย์แอบอมยิ้ม เหนือยิ้มเจื่อน ๆ รู้ว่าตัวเองเพี้ยนเกินแต่เลือกเดินหน้าต่อ “คนสมัยนั้นฉลาดสุด ๆ เลยค่ะ!”
ระหว่างที่เหนือป่วนห้องสอบนั้น ฝั่งเฟิร์นก็กำลังเจอปัญหาหนัก เมื่อเข้าเรียนแทนเหนือในวิชาวิศวกรรมซ่อมเครื่องชงกาแฟ เฟิร์นไม่เข้าใจเครื่องจักรอะไรทั้งนั้น
“คุณเหนือ เชิญอธิบายหลักการกลไกเฟืองจักรในเครื่องทำกาแฟ” อาจารย์วุฒิยื่นไมค์ให้
เฟิร์นกลืนน้ำลาย “เอ่อ เฟือง… มันก็เฟือง…”
เพื่อนโต๊ะหลังดาหน้า “เหนือ ทำไมวันนี้พูดนุ่ม ๆ อะครับ ฟังแล้วใจจะละลาย”
เฟิร์นเหวอ “อ้าว ฉัน… เอ่อ สาบานเลยว่าเพิ่งเคยเห็นเครื่องนี้”
เสียงฮาจากทั้งกลุ่ม เหมือนเฟิร์นจะลืมหน้าที่ สำเนียงสาวใสหลุดทุกเช้า แถมซุ่มซ่ามเดินเตะขาโต๊ะหกจนกาแฟมหาลัยนองพื้น
“โอ๊ย! เครื่องค้าง ขอโทษค่ะ เอ้ย…ครับ”
เพื่อน ๆ พูดกันเบา ๆ “เหนือวันนี้พูดเพี้ยน ๆ เนอะ”
“หรือเขาคิดค้นเสียงใหม่?”
เสียงกระซิบไม่ได้เข้าหูเฟิร์นที่กำลังใจคอหล่นไปแตะพื้น เพราะสอบยังไปไม่ถึงไหน สุดท้ายอาจารย์วุฒิอดขำไม่ได้ “ถ้างั้น คุณเหนือ ออกแบบเมนู ‘ลาเต้เสียงใส’ มาสักเมนูสิ”
ในขณะเดียวกัน เหนือกับเฟิร์นพยายามส่งไลน์หากันแบบลับ ๆ ระหว่างวิชาสอบ เฟิร์นส่งข้อความ “ช่วยด้วย! ฉันมั่วหมดยังไม่โดนจับใช่ไหม?”
เหนือแอบตอบ “ช้อนจับผีจะรอดไหม ช่วยคิดบทให้หน่อย!”
มีเสียงเตือนจากมือถืออาจารย์พร้อมกันทั้งสองคลาส อาจารย์ชมพูและอาจารย์วุฒิสบตากันผ่านคอลแฟคัลตี้ เหมือนจะจับไต๋ได้บางอย่าง
เข้าสู่ห้องพักคณาจารย์ อาจารย์ชมพูกระซิบ “นักศึกษาฝ้ายกับเหนือวันนี้… มีอะไรผิดปกติไหมคะวุฒิ”
“เหนือพูดหวานเหมือนจะขายกาแฟให้แอร์โฮสเตส”
“ฝ้ายเสนอของไฮเทคในนิทานสายวัฒนธรรม”
สองอาจารย์หัวเราะบางๆ “หรือสองคนนี้จะสลับตัว?”
ระหว่างนั้น เฟิร์นและเหนือรีบมาคุยกันตรงศาลาหลังตึก
“ฉันแย่แล้ว!” เฟิร์นคราง “วิชายากเหมือนภาษาเอเลี่ยน”
“ฉันเล่นน้ำลายเหนียวแทบแห้ง ใครมันจะจำเนื้อหาฝ้ายได้หมดเนี่ย”
เฟิร์นมองหน้าเพื่อนซี้ที่วันนี้ดูหมดสภาพ “ถ้าเขาจับได้นะ…”
เหนือหัวเราะ “ฉันจะเสนอ ‘ลาเต้จับผี’ เป็นเมนูใหม่แล้วกัน”
เฟิร์นถอนหายใจ “ยังจะตลก ฉันสาบานว่าฉันไม่เอาตัวรอดแน่ ๆ”
เหนือยกมือ “ทำใจโลด เราต้องแท็คทีมแก้แล้วล่ะ”
เสียงลมต้นปีบพัดมา พร้อมฝนที่ยังไม่หยุด ราวกับทุกอย่างจะไม่ไปไหน ทว่าความวุ่นวายเพิ่งจะเริ่มต้น
ฝ้ายไลน์มาหา “เธอ! อาจารย์พ่อจับได้แน่ นึกบทผิดหมดเลย”
เหนือกับเฟิร์นส่งสติ๊กเกอร์ร้องไห้กลับไป แผนช่วยเพื่อนชักจะกลายเป็นหายนะ
เสียงประกาศที่คณะดังขึ้น “ขอให้นักศึกษาฝ้ายและคุณเหนือเข้าพบอาจารย์ชมพูและอาจารย์วุฒิ ด่วน”
สองเพื่อนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก รีบเดินจ้ำด้วยจังหวะที่ไม่ตรงกัน เฟิร์นคอยดึงชายเสื้อ เหนือเดินหันซ้ายขวาอย่างคนเตรียมโกหก
อาจารย์ทั้งสองจ้องตาสองนักศึกษา
“ขอบอกก่อนนะคะ เรารู้ว่าวันนี้มีนักศึกษาสลับตัวเข้าสอบ”
เฟิร์นเริ่มปาดเหงื่อ “ขอโทษค่ะ…”
เหนือเสียอาการเสียงสั่น “ผม… คือ ผมก็ขอโทษครับ”
อาจารย์ชมพูขยับปากยิ้ม “เหตุผล?”
เฟิร์นกับเหนือสบตากัน ก่อนเหนือพูดแบบเนียนมั่นใจ “ฝ้ายแพ้ยาจริง ๆ ครับ เราเลย…”
“ปกติเป็นคนคิดแผนหรือมั่วไปเอง?” อาจารย์วุฒิสวน
เฟิร์นอมยิ้ม ฝืนหัวเราะ “หนู… คิดมากไปเองมั้งคะ”
“แล้วหนุ่มเหนือ… ปกติเคยมั่นใจผิดบ่อยไหม?”
เหนือยิ้มเขิน “ทำบ่อยแต่เพิ่งรู้ว่าวันนี้เปิ่นที่สุด”
อาจารย์สองคนยิ้มมุมปากพร้อมกัน “รู้อะไรไหม เราเองก็เคยสลับคนช่วยเพื่อน แต่ว่าความซื่อสัตย์สำคัญ อย่าทำบ่อยนะ”
เฟิร์นกับเหนืออ้าปากค้าง อึ้งกับความใจดี อาจารย์ชมพูเสริมเสียงเบา “อย่าลืม… ถ้าคราวหน้าวางแผน ขอให้ถูกวิชาหน่อย”
กลายเป็นว่าความเข้าใจผิดใหญ่โตนี้จบด้วยเสียงหัวเราะกับความอบอุ่น
หลังเลิกเรียน ฝนเพิ่งหยุด เฟิร์นกับเหนือเดินออกจากคณะ ไปส่งเพื่อนฝ้ายที่หายดี “โห! สองคนนี้แทบทำคณะป่วนเลยนะ”
“แต่ก็เพราะเพื่อนถึงยอมบ้าใช่ไหมล่ะ” เหนือว่า
เฟิร์นยิ้ม “มันจะบ้ากว่านี้อีกถ้าต้องเข้าสอบวิชาเต้นระดับโลก”
เพื่อนฝ้ายกอดสองคน “ขอบคุณที่ช่วยกันเปิ่นแทนฉัน”
เสียงหัวเราะผสมเสียงฝนที่ตกปรอย ๆ เฟิร์นกับเหนือสบตากัน เปิ่น เปื้อน แต่แน่นแฟ้นขึ้นกว่าเดิม
เหนือกระซิบ “อย่าให้ต้องเล่นเป็นฉันอีกนะ คราวหน้าเธอไปพูดแทนฝ้ายเลย”
เฟิร์นแก้มือ “ถ้าต้องซ่อมเครื่องกาแฟ รอบหน้าฉันจะไม่เอาเสียงหวานแล้ว”
มิตรภาพอบอุ่นในวันที่เปิ่นวุ่นวาย ทิ้งท้ายด้วยเสียงหัวเราะที่พร้อมจะมีภารกิจ(ไม่)ลับรอบต่อไป…