วุ่นรักห้อง C14
เสียงกุกกักดังขึ้นที่โถงทางเดินหอพักเก่าแก่ทางทิศตะวันตกของมหาวิทยาลัย ตีสี่ครึ่ง เลขห้อง C14 ประตูเปิดแง้ม โต้ง เด็กปีหนึ่งหน้าคิดหนัก ทรงผมยุ่งๆ ย่องๆ เข้ามาพร้อมกระเป๋าเป้อย่างระแวงทุกฝีก้าว
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!โต้งมองไปรอบห้อง เปลวไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนต์อ่อนแรงส่องให้เห็นเงาวูบวาบของเพื่อนร่วมห้องที่นอนอยู่สลับกับเสียงกรนเบาๆ โต้งยืนจ้อง บ่นพึมพำกับตัวเองว่า “ย้ายโรงเรียนว่าลุ้นแล้ว หอใหม่เพื่อนใหม่ยิ่งลุ้นกว่าเดิม”
เสียงประตูด้านข้างเปิดออก บูม เพื่อนสนิทสุดมั่นใจยืนหาว มือขยี้ผมตัวเองเหมือนหมีขี้เซา บูมเดินไปตู้เย็น หันมามองโต้งตาโตแล้วพูด “เหมือนหอผีสิงเนอะ ขนาดห้องข้างๆยังมีเสียงคนเดินตอนตีสาม”
โต้งทำหน้าเหรอหรา “เสียงอะไร?”
บูมยักไหล่ “ก็เสียงนั่นไง หรือแกไม่ได้ยิน? ว่าแต่จะนอนมั้ยเนี่ย แอบมาสืบอะไรป่ะ”
โต้งลังเล “ฉันแค่กลัวว่าจะมีคนแปลกหน้า…หรือพวกสายลับปลอมตัวเป็นนักศึกษามาสอดส่องเราน่ะ”
บูมหัวเราะพรืด “สายลับบ้าอะไร จะมาสตอล์กห้อง C14 ทำไม เห็นมั้ย ฉันบอกแล้วว่าแกคิดมาก!”
เสียงคนเดินอย่างลับๆ ดังมาจากระเบียงข้างนอก ทั้งสองหยุดพูดทันที โต้งคว้าหมอน บูมเอาน้ำเปล่าสาดไปที่ประตูแล้วชะเง้อส่องเหมือนสายลับเข้าเวร
เสียงเคาะประตูดังลั่น “พี่แว่น!” เพื่อนร่วมห้องปีสี่สุดเงียบขรึม ท่าทางจริงจัง ยืนหน้าประตูพร้อมสมุดจดอีเว้นท์ บ่นเสียงต่ำ “ตกลงจะนอนหรือตั้งวงถามตีสี่? มีคนบ่นไปถึงเวรหอแล้วนะ”
โต้งยกมือไหว้หัวแทบจรดพื้น “ขอโทษครับพี่ คือ ผม…แอบฟังเสียง”
พี่แว่นถอนใจก่อนเดินกลับไป แต่หันมาทิ้งท้าย “ที่นี่เรื่องแปลกเกิดบ่อย ถ้ากลัวนักก็อย่าอยู่ดึก ถ้าขี้สงสัยหัดจดโน้ตไว้ จะได้ไม่ลืมว่าคิดไรแปลกๆ เยอะ”
บูมกระซิบข้างหูโต้ง “เห็นมั้ย พี่แว่นก็น่าสนใจจะเป็นสายลับนะ! หยิบโน้ตตลอดเวลา”
เช้าวันต่อมา โต้งยังติดใจกับไอเดียสายลับ เดินไปรอบหอพร้อมสมุดจดแบบพี่แว่น สอดส่องเพื่อนร่วมห้อง “ตู๋” หนุ่มอารมณ์ดีที่ชอบร้องเพลงเสียงดังเวลาตื่น ตู๋ยิงมุกออกมาว่า “ดูหลวงพี่เดินตรวจห้องเช้าๆ มีอะไรให้ปรับปรุงมั้ย?”
โต้งหน้าแดง “ไม่ได้ตรวจ! แค่จด—ก็…เอ่อ…วันนี้มีขนมในตู้เย็นหายไป ใครบ้างเอาไป?”
บูมหัวเราะ “สงสัยนะเนี่ย จะสายลับหรือสายฟู้ดดี”
ตู๋ยักไหล่ “ขนมหายหรือน้อง โต้ง ฉันว่าคนร้ายต้องมีหลักฐาน! หรือแกจะแอบใส่กล้องวงจรปิดจับไหม?”
โต้งผลักมุกเข้าไปจนตู๋ยิ้มกว้าง “ถ้าฉันมีเงินติดกล้องจะตื่นสายทุกวันมั้ยล่ะ”
เย็นนั้น โต้งตั้งแผนจับสายลับร่วมกับบูม สรุปกันว่าคืนนี้จะซุ่มดักจับ “ปริศนา C14” ท่ามกลางบรรยากาศลึกลับ ทั้งคู่ร่างแผนงานเป๊ะ รายชื่อผู้ต้องสงสัย: พี่แว่น(เพราะจดบ่อยผิดปกติ), ตู๋(เพราะร้องเพลงตอนกลางคืน), แมวชั้นล่าง(เห็นเข้าออกบ่อย), และอาจารย์เวรหอ(เดินตรวจดึก)
กลางคืน ทั้งคู่เฝ้ารอ ส่องกล้องมือถือผ่านรูประตู บูมชวนคุย “ถ้าสายลับจริงๆ เป็นผู้หญิงล่ะ จะทำไง?”
โต้งหน้าแดง ซัดหมอนใส่บูม “ไม่ใช่ละครหลังข่าว!”
ขณะที่กำลังเม้าท์กัน ตู๋เดินออกจากห้องน้ำ ชูขนมถุงหนึ่ง “เลิกจับผิดกันซักที นี่ไงขนมของแก ฉันไปซื้อชดเชยให้แล้ว หยุดส่องสักที!”
โต้งหน้าเสีย เถียงแก้เก้อ “แต่ ทำไมเมื่อคืนมีเสียงคนเดิน?”
ตู๋หัวเราะลั่น “เมี๊ยวๆ ฉันคิดว่าต้องแมวแน่ๆ นี่ก็ปัญหาใหญ่เลย!”
แล้วเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ทุกคนในห้องตั้งท่ารับ มือใครมือมัน พี่แว่นโผล่หน้ามา “ขอกุญแจสำรองหน่อย เห็นหายบ่อย…หรือต้องขอรายงานความเป็นอยู่ด้วย?”
บูมหยิบโน้ตมาทำท่าจะจด “เริ่มจะเหมือนเล่นลับลวงพรางจริง ๆ ล่ะพี่”
ตอนค่ำ วงสนทนาแตกประเด็นไปถึงเรื่อง “ใครกินข้าวราดแกงเมื่อวานโดยไม่ล้างจาน” บูมโยนมุก “สายลับจริง ๆ รู้งี้คงซ่อนจานไว้ที่ลับสุด ๆ จะได้ไม่มีหลักฐาน!”
โต้งนั่งนิ่ง เงียบไปพักหนึ่ง “บางทีแกว่าฉันคิดฟุ้งเองเปล่าวะ?”
ตู๋ตบบ่า “มันก็ดีนะ จะได้ตื่นตัว ฮ่าๆ แต่ถ้าใครเป็นสายลับจริง ฉันว่าเพื่อนร่วมห้องโคตรซวยมาก”
บูมหันมามองตาโต “ไม่งั้นเพื่อนสนิทก็ซวยตามไง วันๆ ต้องช่วยหาความจริงจากเรื่องที่ไม่มีจริง”
กลางคืนอีกรอบ บูมยื่นกระดาษโน้ตวาดเป็นแผนกลยุทธ์ให้โต้ง “คืนนี้ ถ้าแมวมา เราส่งสัญญาณยกนิ้ว ถ้าพี่แว่นมา เขียนโค้ดลับ ถ้าพี่เวรหอมา เอียงคอ!”
โต้งกลั้นขำ “แต่ถ้ากลายเป็นดราม่า? ทุกคนเข้าใจผิดว่าเราหาเรื่องจริงๆ?”
ตู๋ออกความเห็น “ดี! จะได้นอนไม่หลับเกมต่อไป”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พ่อโต้งโทรมา “เป็นไงลูก เพื่อนร่วมห้องสนุกไหม?” โต้งลังเลอยู่นานก่อนค่อยพูดเสียงเบา “ก็…วุ่นดีครับ แต่เหมือนทุกคนไม่ค่อยเข้าใจกันเท่าไหร่”
พ่อหัวเราะเสียงกลั้ว “เพื่อนใหม่ก็แบบนี้ ถ้าเข้าใจตั้งแต่วันแรกก็เทพละ”
วันถัดมา โต้งลืมไปว่ามีสอบย่อยตอนเช้า ตื่นสายแทบกลิ้ง มาถึงห้องเรียนทันพอดี หยิบสมุดจดผิดเล่ม บูมขำกลิ้ง “จะเอาแผนจับสายลับส่งอาจารย์เหรอ กล้าดี!”
พวกเขาเดินกลับหอ หัวเราะตลกกับความวุ่นวายที่ตัวเองก่อ “ทำไมเรื่องแค่ขนมหายกับเสียงเดินมันลามมาขนาดนี้วะ”
ตู๋ตอบ “คนเรานี่แค่คิดกันเองก็วุ่นพอสุดละ”
คืนนั้นทุกคนเอาขนมมากองกลางห้อง โต้งจ้องจานขนมพร้อมพูด “จากนี้จะคิดให้น้อยลง เชื่อใจให้มากขึ้น รับขนมฉันไปด้วยใจนะพวกนาย”
บูมพูดเสริม “แต่อย่าเผลอไว้ใกล้แมวเด็ดขาด!”
เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมกันในห้อง C14 กับคืนที่วุ่นวายแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม โต้งมองเพื่อน ๆ แล้วเข้าใจสิ่งหนึ่ง—บางทีการไว้วางใจอาจเริ่มที่การยอมรับความป่วนของกันและกันอย่างเต็มใจ
บูมหันมา “แล้วคืนนี้จะมีเสียงเดินอีกมั้ย?”
ตู๋ชูขนมพร้อมรอยยิ้ม “มี! แต่อย่าไปจับผิดเลย เดี๋ยวแกโดนแมวยึดคืน”
โต้งหัวเราะ “ก็ให้แมวเถอะ ฉันว่ามันเป็นสายลับจริงอย่างเดียวที่กล้ากินของกลางวันแสกๆ”
เสียงหัวเราะเบาลงก่อนทุกคนงีบหลับในความวุ่นวายเล็กๆ แต่ด้วยความรู้สึกอบอุ่นและเป็นเพื่อนกันมากขึ้น