วันวุ่นวายของชมรมป้ายผ้า
“ฟังให้ชัดนะ! ปีนี้ชมรมเราต้องกลับมาดังให้ได้!” คามิ ตรงหน้าประตูห้องชมรมป้ายผ้า ดีดนิ้วเสียงดัง รอยยิ้มกว้างอย่างมั่นใจ แต่งตัวด้วยเสื้อยืดลายป้ายผ้าเองสกรีนเบี้ยว ๆ ใต้ตาแอบดำเพราะนอนดึกทำป้ายเก่าค้างไว้ ชมรมเล็ก ๆ มีสมาชิกแค่ห้าคน ต่างเอนตัวบนเก้าอี้มองคามิด้วยหลากอารมณ์
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ชมรมเราเคยมีชื่อเสียงด้วยเหรอ?” เจี๊ยบ เด็กสาวเงียบขรึม ผู้ชำนาญวาดการ์ตูนลายเส้นบึ้ง เงยหน้าจากสมุดสเก็ตช์
“เราโดนชมรมหมากล้อมขโมยห้องประชุมเมื่อปีที่แล้ว ยังไม่ดังอีกเหรอ?” ปั้น หนุ่มติสท์ ผมฟู ตีโป่งด้วยสีอะคริลิก กระซิบกลางเสียงหัวเราะของมายด์ เด็กใหม่พูดมากที่ดูเหมือนจะมาเข้าชมรมผิด
คามิไม่ฟังเสียงแทรก “พวกนายฟังนะ! งานกิจกรรมใหญ่สุดของโรงเรียนจะมาถึงภายในเจ็ดวัน! เราต้องทำป้ายผ้าโปรโมชั่นเอง ให้ออกไปตั้งกลางลานโรงเรียน ต้องใหญ่จนทุกคนร้องว้าว!”
ฟ้า เด็กสาวหัวไว หน้าตาอ่อนโยนแต่อัดแน่นด้วยความหวาดระแวง พูดเสียงเบา “ขอถามนะ ถ้าเราแขวนป้ายผิดฝั่งอีก คราวนี้โดนอะไรบ้างเหรอ…”
คามิยกมือสองข้าง “ไม่ได้! พวกเธอต้องช่วยคิดแบบที่มันจะไม่มีวันผิดฝั่ง แถมมีป้ายแอบพิเศษไว้ดักชมรมคู่แข่ง!”
มายด์โพล่งขึ้น “ตกลงชมรมเราสู้กับชมรมไหนเหรอ?”
ปั้นยิ้ม “เหมือนคามิจะสู้กับทุกชมรมในโรงเรียน… เดี๋ยว… มีใครเห็นแคตตาล็อกผ้าสีมั้ย?”
“ขโมยไปใช่ป่ะ!” เจี๊ยบโพล่งแบบแห้ง ๆ สีหน้านิ่งเหมือนประโยคไม่ได้ตั้งใจตลก แต่ทุกคนกลับหัวเราะ
เสียงหัวเราะนั้นเบิกทางไปสู่แผนป่วน ซึ่งไม่มีใครในห้องคิดว่าจะพังขนาดนี้
วันต่อมา ทุกคนนั่งล้อมรอบโต๊ะ ป้ายผ้าลายประหลาดวางเกลื่อน มายด์เอาผ้ามาเย็บติดผิดลำดับ จนข้อเท้าของตัวละครดูเหมือนแขน “เอ… มันควรจะเป็นป้ายชวนเข้า ‘ชมรมป้ายผ้า’…แต่…”
ปั้นหรี่ตามองตัวหนังสือ “นายเขียนว่า ‘ป้ายหน้าอก’…” มายด์หน้าเสีย
คามิเมินความป่วนในกลุ่ม “ฟังนะ! คืนนี้เราจะไปติดป้ายร่างต้นแบบที่รั้วโรงเรียน เพื่อดูผลตอบรับ ฉันเตรียมกาวอย่างดี!”
“คราวที่แล้วป้ายหลุดปลิวไปโดนรถ ผอ. จำได้ไหม?” ฟ้าเสียงสั่น ปั้นยักคิ้ว “รอบนี้จะโดนไล่ออกมั้ยเนี่ย”
เจี๊ยบกล่าวตัดบท “เตรียมกระดาษปิดป้ายผิด ๆ ไว้ด้วย…เหมือนจะต้องใช้”
คามิหัวเราะ “มั่นใจได้ ฉันวางแผนทุกขั้น!”
กลางคืน ทุกคนนัดเจอกันหน้าประตูโรงเรียน กลิ่นกาวลอยมาแต่ไกล ปั้นแบกถุงผ้า มายด์ถือสว่านด้วยความภูมิใจ ฟ้าถือเทปกาวเหนียวพิเศษ เจี๊ยบนำไฟฉาย คามิยืนคุมกำลัง ขณะเดียวกันเวรยามโรงเรียนเริ่มเดินออกตรวจประจำวัน
“ปั้น นายอย่าใช้สว่านใกล้หัวฉัน…” ฟ้าเสียงเบา
“ไม่มีทาง ผมมือโปร” ปั้นมาดมั่น กะเอาสว่านช่วยติดตะขอป้าย แต่เจาะพลาดไปโดนประตูเหล็กเสียงดัง วิ่งหลบกันวุ่นวาย เจี๊ยบพึมพำ “โชคดีที่ใส่หมวกกันน็อก…”
คามิชี้นิ้วอย่างบงการ “ติดป้ายซะ! คืนนี้ต้องสำเร็จ!” แต่ป้ายกลับพับทบแล้วโชว์แค่คำว่า “ชมรมเปื่อย”
ทุกคนยืนเงียบหันมองป้ายด้วยความงงงวย เจี๊ยบถาม “นี่คือแผนดักชมรมแข่งเหรอ?”
มายด์หัวเราะ “ถ้างั้นคงไม่มีใครอยากเข้าแน่ ๆ”
กลิ่นกาว พร็อบ DIY เสื้อผ้าเปื้อนสี ชมรมป้ายผ้าที่คิดว่าภารกิจคือโปรโมตตัวเอง กลับกลายเป็นโชว์ความเปิ่นในที่สาธารณะ
ฟ้าเดินวนรอบป้าย “มันติดตรงขอบประตูรถ ผอ.แล้ว” ทุกคนหน้าเสีย คามิตั้งสติ “ไม่เป็นไร เราเตรียมป้ายสำรองไว้แล้ว!”
ปั้นคว้ามือถือหยิบไฟฉาย เจี๊ยบช่วยแกะสก๊อตเทป แต่วงเวรยามเริ่มเดินมาใกล้
“ยังไม่ทันเสร็จเลย…” มายด์กระซิบ
“แผนสำรองต้องมา!” คามิประกาศ แต่อุปกรณ์ในถุงผิดทั้งหมด เม็ดโฟมแทนลูกโป่ง เทปกาวหมดอายุ กาวตราช้างเหลวกลายเป็นตกแต่งเสื้อผ้าแทน
เวรยามตะโกน “ทำอะไรกันน่ะ!” ทุกคนวิ่งหนี สุดท้ายเหลือปั้นสะดุดกองผ้า เขิน ๆ กล่าว “เรากำลัง…ดูความยาวแนวป้ายครับ!”
สุดท้ายป้ายต้นแบบหลุดไปติดรั้วโรงอาหาร แถมเขียนผิด เป็น “ชมรมผ้าเปลี่ยน” คนแถวโรงอาหารฮือฮาอย่างงง ๆ
รุ่งเช้า ฟ้างงงวย “ตกลงสโลแกนเราคืออะไร?”
คามิเตรียมแถลงข่าว “สโลแกนใหม่! ‘ผ้าไหน ก็ใจชนะ’!” มายด์หน้าซื่อรับมุข “มันชนะยังไงเหรอ?”
เจี๊ยบเสียงเบา “แพ้ใจ…แต่ป้ายแพ้ลม”
เหตุบานปลายเมื่อคุณครูประจำชมรมมาหา ถามเรื่องป้ายผิด คามิพยายามแก้ตัวด้วยคำอธิบายประมาณว่าศิลปินต้องตีความ ปั้นหัวเราะแห้ง ๆ “งั้นงานนี้ขอลาออกจากการตีความนะครับ…”
แต่ครูไม่ได้สนใจป้ายเท่าไหร่ กลับถามว่า “เคยคิดไหมว่าชมรมอื่นเขาก็ปาเป้าหมายเหมือนกัน?” ทำให้ทุกคนเริ่มสับสนว่าที่พยายามมากมายนี้ เพื่ออะไรกันแน่
ช่วงสาย สมาชิกทยอยมาช่วยทำป้ายรอบใหม่ แต่ต่างคนต่างเข้าใจแผนคนละทาง เจี๊ยบสร้างป้ายให้เหมือนโปสเตอร์หนังเก่า ปั้นเน้นวาดตัวอักษรใหญ่จนป้ายล้ำขอบ เจี๊ยบช่วยแปลผิดคำศัพท์อังกฤษบนป้ายเป็น “We are pane” ทุกคนสงสัย “pane คืออะไร?” ปั้นบอก “คงมาจาก window pane มั้ง” มายด์เสริม “หรือ pain แปลว่าเจ็บรึเปล่า?”
คามิเริ่มหงุดหงิด “สรุปใครเข้าใจ…ใครผิดกันแน่?” ฟ้ากระซิบ “หรือเรากำลังทำชมรมความเจ็บปวด?” ทุกคนหลุดขำ
กลางวัน ติดป้ายเสร็จแต่แน่นเกิน เวลาจะลุกเดินชนป้ายล้ม เจี๊ยบกล่าวเสียงเรียบ “นี่คือศิลปะการจัดองค์ประกอบตามแรงโน้มถ่วง”
ปั้นนิ่วหน้า “หรือป้ายมันน้อยไป?” มายด์บอก “ถ้าน้อยกว่าเดิมคงเหลือแต่เส้นด้าย” ทุกคนหัวเราะ
ขณะที่ประชาสัมพันธ์โรงเรียนประกาศย้ำว่า “ห้ามชมรมใดติดป้ายโดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาด” คามิเหงื่อตก
แต่ในบรรดาหลายปัญหานั้น เรื่องด่วนกว่าคือ พบว่าชมรมคู่แข่ง ชมรมศิลปะ แอบเอาชื่อชมรมป้ายผ้าไปใส่บนชิ้นงานตนเอง
คามิพูดอย่างจริงจัง “ศึกนี้ เราห้ามแพ้!” ฟ้าทำหน้าตกใจ “แต่เราไม่ได้อยากแข่งจริง ๆ…” ปั้นว่า “ขอแค่มีคนมาสมัครชมรมเพิ่มก็พอ”
กลางงานเปิดเทอม ทุกชมรมแข่งกันดึงคนสมัคร คามิกระโดดขึ้นเก้าอี้ถือป้ายผิดข้าง เวลาพูดป้ายสะบัดทิศทางไปหาเวทีชมรมหมากล้อม มีคนสับสนเดินผิดซุ้ม ปั้นรีบเข้าไปดึงเจี๊ยบให้ช่วย “เร็ว! วาดลูกศรทางเข้าด่วน!” เจี๊ยบวาดลูกศรกลับหัว
มายด์ถือป้ายสโลแกนผิดตา “ผ้าดี ใจเด็ด” ผ่านไปครู่เดียวมีครูเดินมาด้วยสีหน้าแปลก ๆ แล้วบอกว่า “ขอบใจ ทุกคน” ทุกคนงง
ที่แท้ ป้ายที่หลุดไปตอนคืนก่อน เกิดป้ายแฟนคลับครูขึ้นมาแทน ครูใหญ่เลยติดใจ ขายหัวเราะกันเป็นแถว
สุดท้าย สมาชิกมองหน้ากัน ในขณะที่เด็กใหม่มากันเป็นกลุ่ม เพราะอยากเห็นชมรมที่ “น่าสงสารที่สุดในโรงเรียน” ตามที่ป้ายหลงเขียนไว้
คามิทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ปนหัวเราะ ฟ้าชูป้ายแบบหวาด ๆ ปั้นหัวเราะส่ายหน้า มายด์บอก “ผมว่าเรื่องนี้เขียนเป็นการ์ตูนได้เลย” เจี๊ยบบอก “ขอวาดเอง”
ณ เวลานั้น ไม่มีใครสนใจว่าชมรมจะโด่งดังด้วยป้ายหรือเปล่า ทุกคนรู้แค่ว่ามิตรภาพมันเกิดจากความเปิ่นบ๊องของแต่ละคนที่กลายเป็นเรื่องราวป่วน ๆ ร่วมกันอย่างอบอุ่น
วันสุดท้ายของงาน คามิพูดยิ้ม ๆ เบา ๆ “เอาเถอะ ถึงจะไม่มีใครเข้าใจป้ายเรา…แต่เราก็รู้จักกันมากขึ้นนะ” ปั้นหัวเราะ มายด์เสริม “รอบหน้าทำป้ายชื่อชมรมให้ถูกก่อนเนอะ” เจี๊ยบสรุป “คราวหน้าขอกาวใหม่” ฟ้ายกนิ้วให้แบบเขิน ๆ
เสียงหัวเราะสุดท้ายจากชมรมป้ายผ้า กลบความผิดพลาดที่จริงใจ จุดเริ่มต้นของมิตรภาพ ถูกสร้างขึ้นจากผ้าผืนเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครตีความได้ถูกต้องจริง ๆ สักที