คืนสุดท้ายที่หอหมายเลข 16
เสียงรองเท้ากระทบพื้นปูนดังเป็นจังหวะ สลับกับเสียงประตูห้องแต่ละบานปิดดังปังบ่งบอกถึงการสิ้นสุดของวัน นที เด็กหนุ่มปีสอง หน้าตาทั่วไปแต่สายตาเอาใจใส่ ก้มหน้าถือถุงข้าวกล่องเดินฝ่าทางเดินอับทึบของหอพักหมายเลข 16 ที่เปล่งกลิ่นอับชื้นประจำฤดูร้อน หอพักนี้เก่าแก่เกินอายุของใครในนั้นทุกคน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงคุยงึมงำของเพื่อนร่วมหอพร้อมหัวเราะเบา ๆ ดังลอดจากห้องรวม นทีหยุดหน้าห้อง 204 พลันสายตามองขึ้นไปเห็นโปสเตอร์งานค่ายน้องใหม่ติดลอกอยู่ข้างประตู เขาวางข้าวกล่องแล้วเปิดประตู เสียงเพลงจากลำโพงเล็ก ๆ ด้านในแผ่วลงทันที
“มาเร็วจัง” เพชร เพื่อนสนิทผิวเข้มยิ้มแหย ขยับที่นั่งบนฟูกเก่า กิ๊บ สาวห้าวปีหนึ่งผมสั้น ผวาตัวเดินไปรับถุงข้าว
“วันนี้เงียบ ๆ แปลก ๆ ว่ะ เพื่อนเม้งตึกตรงข้ามหายไปใช่ไหม?” กิ๊บพูดเสียงเบา สีหน้าขบเขี้ยว
“มีแต่ข่าวลือ ไม่มีใครเจอกันซักคน เดี๋ยวก็กลับมาเองแหละ” เพชรพูด กลบความกลัวด้วยท่าทางชิล ๆ แต่มือสั่นเบา ๆ ตอนกางข้าว
ทุกคนนิ่งเงียบ นทีสบตาพวกนั้น ความไม่ปกติคืบคลานมา เงียบพอได้ยินเสียงลิฟต์เก่าดังเอี๊ยดที่ปลายโถงเหมือนเสียงโหยหา
แว่วเสียงเคาะประตูสองที ช้า ๆ ทุกคนหันไปจ้องหน้าประตูด้วยความกลัว
เพชรขยับตัวช้า ๆ เดินไปเบียดทางนที เปิดประตู เผยให้เห็นมิน เพื่อนร่วมห้องร่างเล็ก ตาโต กางเสื้อกันลมดูโพธิ์+หน้าตาบึ้งตึง มินโยนกระเป๋าลงก่อนพูดเสียงขุ่น
“ห้องฉันมีรอยเท้าเปียกเข้ามาจากหน้าต่าง ไม่มีฝน ไม่มีฝุ่น…แต่มีโคลนกับกลิ่นโคลนขึ้นโชย”
กิ๊บกลืนน้ำลายเสียงดัง “แน่ใจว่าไม่ใช่แมว?”
มินนิ่งไปนาน “ไม่ใช่แมวแน่…มันมีรอยนิ้วเท้าคน”
ความเงียบบีบอัด คนทั้งสี่สบตากัน ในอากาศมีแต่กลิ่นข้าวกล่องที่แทบไม่มีใครแตะต้องและกลิ่นโคลนที่เหมือนล่องมาตามคำพูด
จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์กิ๊บดัง มีข้อความใหม่จากเบอร์แปลก กิ๊บใจหายวาบก่อนกดดู
“คืนนี้…อย่าออกจากห้อง ต่อให้ได้ยินเสียงอะไรก็ตาม”
กิ๊บเงยหน้ามองเพื่อนทีละคน สีหน้าซีดจางลงทุกขณะ “พวก แก ๆ มีใครแกล้งเรามั้ย?”
เพชรส่ายหน้า “โทรเล่นไปได้ แม่นกหัวใจวายตายแน่”
บรรยากาศเริ่มเย็นเยียบจากภายใน เพชรหัวเราะกลบเกลื่อน แต่นทีรู้สึกหัวใจเต้นแรง
เวลาผ่านไป ทุกคนแยกย้ายกลับห้อง ราตรีคืบคลานเข้ามาตามซอกผนังปูนเก่า ห้องนทีมืดสนิท มีเพียงแสงไฟข้างนอกกระพริบจากหน้าต่างที่ปิดไม่สนิท เขาผลอยหลับลงพร้อมเสียงข้อความเข้าเบา ๆ
นทีมองจอเห็นข้อความ “คืนนี้อย่าเปิดประตู” จากเบอร์เดียวกับของกิ๊บ เหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าผาก เขาหยิบปลอกหมอนมากอดแน่น
ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าเปียก ๆ ดังแฉะ ๆ ที่โถงทางเดิน ใกล้เข้ามาทีละก้าว ประกอบกับเสียงลากบางอย่างบนพื้นซีเมนต์ ราวกับถูกยืดเวลารอคอยคำนึง
เสียงเคาะประตูห้องนทีดังกึ้ง เขาชะงักลมหายใจ คว้ามีดพับใต้หมอนอย่างลังเล ก่อนจะหันไปกระซิบ “ใคร…?” แต่เสียงเคาะยังดังถี่ขึ้นอย่างไร้การตอบกลับ
เขาฝืนตัวปลุกใจ ฟังเสียงทุกจังหวะ พยายามไม่ขยับตัวออกนอกผ้าห่ม เสียงข้างนอกยังไม่จางหาย จนในที่สุดเงียบหาย เหลือแต่เสียงหัวใจนทีที่ดังเป็นจังหวะหนักแน่นในห้องมืด
รุ่งสาง แสงแรกทะลุม่านผ้าม่านผืนเก่า ทุกอย่างดูปกติ ถ้าหืดหอบในอกกับเหงื่อเย็นตามไรผมไม่ใช่ของจริง นทีเดินสวนทางกับเพชรที่ดูกังวล เพชรหยุดหันมาหาเขา “เมื่อคืน…นายได้ยินใช่มั้ย”
นทีมองหน้าเพื่อนนิ่ง “ฉันฝันร้ายไปเองรึเปล่า”
เพชรจับแขนพร้อมเบียดเสียงให้เล็ก “มิน โทรมาหาพี่สาวทั้งคืน น้องมันร้องไห้ บอกกลัวเหมือนโดนใครจ้องมองทั้งคืน”
ก่อนที่ทั้งคู่จะพูดอะไรต่อ เสียงครูใหญ่ของหอพักประกาศก้องจากลำโพงข้างทางเดิน “ขอให้นักศึกษาทุกคนอยู่แต่ในห้อง ใครมีธุระรีบแจ้ง รปภ. เกิดเหตุฉุกเฉินเมื่อคืน”
ความเย็นยะเยียบแทรกซึมในระหว่างคำพูด ไม่มีใครออกมา สายตาทุกคู่ลอดตามช่องประตู สอดส่ายจากหลังม่านลายดอกไม้เก่า ๆ ไปยังโถงหน้าห้องที่เงียบกริบ
ห้องพักชั้นล่างถูกล้อมรั้วตำรวจ สายตรวจเดินตรวจสอบจุดเกิดเหตุใหม่อย่างเงียบเชียบ เสียงพูดคุยของผู้ใหญ่เบากว่าลมเพดาน ห้องเม้ง…ถูกเปิดประตูค้างไว้ แล้วปิดลงอย่างช้า ๆ
เวลาบ่ายแก่ กลุ่มเพื่อนนั่งเงียบอยู่ในห้องรวม ราวกับกลัวที่จะสบตากันเอง กิ๊บหน้าเคร่งเครียด “เม้งไม่กลับมาแล้วใช่ไหม…”
“เมื่อคืนฉันเห็นคนใส่เสื้อสีแดงเหมือนเม้งเดินผ่านโถง แต่ไม่เห็นหน้า…” มินพูดเสียงสั่น “ฉันทำใจไม่ได้หรอกนะ ถ้าเขา…”
นทีนั่งนิ่ง น้ำตาคลอเบ้า พูดเสียงแผ่ว “ถ้าเราออกไปหากันเมื่อคืนนี้ เรื่องคงไม่เป็นแบบนี้…”
เพชรยิ้มกลบเกลื่อนอย่างเสียไม่ได้ “จะให้เราออกไปเจออะไรล่ะเวลากลางดึก ฉันไม่กล้าขนาดนั้น…”
กิ๊บเหยียดยิ้มเศร้า “ฉันเนี่ย กลัวตาย แต่ก็กลัวทิ้งเพื่อนไว้ข้างหลังเหมือนกัน…”
ไฟฟ้าในหอพักดับวูบไป ชั่วขณะเสียงทุกอย่างหยุด ทุกคนกลั้นหายใจ ความมืดกำลังแผ่ขยาย ความกลัวรอบใหม่กำลังก่อตัวขึ้นช้า ๆ
ค่ำวันถัดมา ข่าวลือในหอเริ่มแพร่กระจายมากขึ้น กลุ่มพวกเด็กผู้หญิงในตึกฝั่งตรงข้ามรวมตัวกระซิบ สายตาเต็มไปด้วยสงสัยและไม่แน่ใจ เหมือนกำลังจับตามองบางสิ่งที่ไม่มีใครกล้าพูดออกไป
เมื่อเพื่อนทั้งสี่กลับมารวมตัว มินพูดเบา ๆ “วันนี้ฉันจะไม่อยู่ห้องคนเดียว ขอนอนรวมด้วย” กิ๊บพยักหน้า “ฉันด้วย ไม่กล้าขึ้นไปคนเดียวแล้ว”
นทีจ้องประกายตาในความมืด “เมื่อคืน…ฉันคิดว่าได้ยินคนพูดแว่ว ๆ ขอให้เปิดประตู…เสียงมันคุ้นมาก คล้ายเม้ง”
เพชรทำหน้าเครียด “ถ้ามันไม่ใช่เม้งล่ะ ถ้ามันเป็นใครหรืออะไรมากกว่าเม้ง…”
กิ๊บพูดเสียงเครือ “คนที่หอก่อน ๆ เล่าว่าเคยมีคนหายในหอนี้ เด็กคนนั้นก็ไม่เคยกลับมา…”
เสียงมือถือมินสว่างขึ้นอีกครั้ง คนในกลุ่มต่างรีบชะโงกดู ข้อความใหม่ขึ้นว่า “จะเอากลับคืน”
ความเงียบปกคลุม พวกเขากลืนน้ำลาย ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ไม่มีใครพูดอะไร ลมหายใจหนักหน่วงถูกกลั้นไว้อยู่ในลำคอ
ตกดึก เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีก สีหน้าทุกคนเคร่งเครียด นทีหยิบไฟฉาย เพชรบีบมือกิ๊บแน่น มินสั่นเทา
เสียงใครบางคนพูดคลอเคล้ากับเสียงลม “คืนสุดท้ายนี้…พวกเธอจะไม่รอด”
ไฟฟ้ากะพริบติด ๆ ดับ ๆ เงาสะท้อนหน้าต่างสั่นไหว ทุกคนขยับไปอยู่รวมกันกลางห้อง เสียงแมวร้องข้างนอกแผดขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
ทันใดนั้น โทรศัพท์ของเพชรดังตูมขึ้น เพชรหยิบขึ้นดู ตัวสั่น “ข้อความล่าสุด…มันล็อกประตูหมดแล้ว เปิดออกไปไม่ได้…”
เสียงหายใจหนัก ๆ เล็ดลอดตามช่องประตู ทุกคนล้อมวงเข้าหากัน กิ๊บร้องไห้สะอึกสะอื้น “ฉันอยากกลับบ้าน…”
นทีผงกหัว “ฉันขอโทษ…คืนนั้นฉัน…เคยด่าทอเม้งแบบแรงมากในไลน์กลุ่ม ฉันโมโหที่เขาแพร่งพรายเรื่องแฟนเก่าฉัน…”
เพชรเงียบไป ก่อนจะพูดเบา ๆ “ฉันเอง…ฉันเคยขโมยของเม้ง ฉันกลัวโดนจับได้เลยแกล้งทำเป็นไม่รู้ ไม่เคยขอโทษ…”
มินน้ำตาคลอ “ฉันไม่เคยช่วยเขาเลย ฉันรู้ว่าเขาถูกบูลลี่แต่ฉันไม่เคยออกมาแก้ตัวแทน”
กิ๊บหันหน้ามองทุกคน “คืนนี้เราเหลืออยู่เพื่อรับผิด หรือเพื่อรอดชีวิตกันแน่…”
เสียงเคาะประตูถี่ขึ้น เงาเดินผ่านหน้าต่างเป็นระยะ ๆ ทุกวินาทีมาพร้อมลมหายใจขาด ๆ หาย ๆ ความหวาดกลัวขยายออกเป็นวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
ทันใด ประตูห้องค่อย ๆ เปิดเอง เสียงดังเอี๊ยด… ทุกคนผวากอดกันแน่น
ไฟชายส่องออกไปเห็นเงาร่างหนึ่งยืนอยู่ เงาเสื้อสีแดง เลือดไหลจากปลายนิ้ว เสียงพูดเบา ๆ “ทำไมถึงทิ้งกัน…ไม่มีใครช่วยฉันเลย คืนนั้นพวกนาย…”
นทีรวบรวมความกล้า “ฉันขอโทษ…ฉันผิดเอง ฉันกลัว ฉันขี้ขลาด…แต่ตอนนี้ฉันจะไม่ทิ้งเพื่อนอีกแล้ว”
ทันใด ไฟฟ้ากลับมาติด เงานั้นหายไปพร้อมเสียงสะอื้น ทุกอย่างเงียบสงัดลงอย่างน่ากลัว
รุ่งเช้า ตำรวจและเจ้าหน้าที่หอพักเดินตรวจทุกห้อง พบข้าวของกระจัดกระจาย รอยเท้าเปียกโคลนจากหน้าต่างลากไปจนถึงปลายโถงก็หายไปเฉย ๆ เม้งยังคงหายสาบสูญไร้ร่องรอย ทุกคนในหอพักอยู่ในภาวะหวาดระแวง นที open up ใจและเป็นฝ่ายเข้าหาเพื่อนก่อนเสมอ เพชรเปลี่ยนเป็นคนกล้ารับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำ กิ๊บและมินต่างเลือกที่จะปกป้องคนรอบข้างมากกว่าเดิม และทุกวัน กลิ่นโคลนยังคงลอยคลุ้งเมื่อเงาบางอย่างผ่านช่องทางเดิน…เหมือนเป็นคำเตือน ว่าคืนสุดท้ายที่หอหมายเลข 16 ไม่มีใครได้กลับบ้านตามเดิมอีกเลย